ยูเรียโลกกลับมาแข็ง! ตะวันออกกลางแตะ 470–480 ดอลลาร์/ตัน ขณะจีนเพิ่มของออกตลาด—ไทยต้องจับตาราคานำเข้ารอบใหม่

ตลาดยูเรียโลกกลับมามีแรงหนุนด้านราคา หลังข้อจำกัดการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังรบกวนปริมาณสินค้าจากตะวันออกกลาง โดยยูเรียเม็ดใหญ่ตะวันออกกลางอยู่ประมาณ 470–480 ดอลลาร์/ตัน FOB ขณะที่จีนกำลังช่วยเติมปริมาณไนโตรเจนเข้าสู่ตลาดโลก และข้อมูลครึ่งแรกปี 2569 พบการส่งออกจากจีนมายังไทยเพิ่ม 49% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาตลาดโลกยังไม่ใช่ราคานำเข้าถึงไทยหรือราคาปุ๋ยหน้าร้าน
รายงานตลาดปุ๋ยโลกสำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 กันยายน 2569 ประเมินตลาดยูเรียในภาพรวมเป็น Firm to Rising หรือราคาแข็งถึงมีแนวโน้มปรับขึ้น โดยแรงกดดันสำคัญยังมาจากข้อจำกัดด้านการขนส่งจากภูมิภาคตะวันออกกลาง
ราคาที่รายงานในตลาดสำคัญอยู่ในระดับแตกต่างกันตามแหล่งผลิตและเงื่อนไขการส่งมอบ
Middle East granular urea: ประมาณ 470–480 ดอลลาร์/ตัน FOB
China prilled urea: ประมาณ 370 ดอลลาร์/ตัน FOB
China granular urea สำหรับตลาดลาตินอเมริกา: อยู่ช่วงปลาย 430 ดอลลาร์/ตัน FOB
ตัวเลขทั้งหมดเป็นราคาตลาดต่างประเทศภายใต้เงื่อนไข FOB จึงไม่ควรนำไปเทียบตรงกับราคาปุ๋ยยูเรียที่เกษตรกรไทยซื้อหน้าร้าน
ฮอร์มุซยังเป็นคอขวดของยูเรีย
รายงานตลาดระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่ามีความต้องการซื้อยูเรียมากน้อยแค่ไหน แต่รวมถึงสินค้าสามารถเคลื่อนออกจากแหล่งผลิตไปยังผู้ซื้อได้หรือไม่
มีรายงานว่ายูเรียประมาณ 600,000 ตัน อยู่บนเรือรอการผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวยังมีข้อจำกัด
ข้อมูลจาก International Food Policy Research Institute (IFPRI) วันที่ 18 กันยายน 2569 ให้ภาพในทิศทางเดียวกันว่า การส่งออกปุ๋ยจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังได้รับผลกระทบอย่างมากจากข้อจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม IFPRI ระบุว่า ราคายูเรียและปุ๋ยไนโตรเจนได้ลดลงจากจุดสูงสุดช่วงก่อนหน้าแล้ว โดยราคาปุ๋ยไนโตรเจนหลายประเภทลดลงประมาณ 25–45% จากช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
ดังนั้นคำว่า “ยูเรียกลับมาแข็ง” ในข่าวนี้หมายถึงการเคลื่อนไหวระยะล่าสุดของตลาด ไม่ได้หมายความว่าราคาปัจจุบันทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตก่อนหน้านี้
จีนเข้ามาช่วยเติมช่องว่าง
อีกด้านหนึ่งของตลาดคือการเพิ่มการส่งออกจากประเทศนอกอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะจีน
IFPRI ระบุว่า ในช่วง มกราคม–มิถุนายน 2569 จีนส่งออกปุ๋ยไนโตรเจนรวม 2.8 ล้านตันในหน่วยเทียบเท่าไนโตรเจน เพิ่มประมาณ 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
ปริมาณที่เพิ่มขึ้นถูกส่งไปยังหลายตลาดสำคัญ โดยการส่งออกจากจีนไปอินเดียเพิ่มมากกว่า 200% ออสเตรเลียเพิ่ม 92% อินโดนีเซียเพิ่ม 51% และ ไทยเพิ่ม 49%
การเพิ่มปริมาณจากจีนและผู้ส่งออกรายอื่นช่วยชดเชยการลดลงของสินค้าจากอ่าวเปอร์เซียได้บางส่วน ทำให้การส่งออกปุ๋ยไนโตรเจนทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปีลดลงประมาณ 9% จากปีก่อน แทนที่จะหายไปในสัดส่วนเดียวกับสินค้าจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
แล้วข่าว “จีนเพิ่มโควตายูเรีย 1 ล้านตัน” ล่ะ?
รายงานตลาดล่าสุดระบุว่า มีรายงานว่าจีนยืนยันโควตาส่งออกยูเรียชุดที่ 3 ประมาณ 1 ล้านตัน และตลาดคาดว่าปริมาณที่พร้อมออกสู่ตลาดอาจเพิ่มไปถึง 1.5–2 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ในแหล่งที่ตรวจพบยังใช้สถานะว่า “มีรายงาน” และนาดีดี.คอมยังไม่พบประกาศทางการของรัฐบาลจีนที่ยืนยันตัวเลขดังกล่าวโดยตรง
จึงยังไม่ควรเขียนว่า “จีนอนุมัติโควตา 1 ล้านตันแล้ว” เป็นข้อเท็จจริงทางการ
สิ่งที่ยืนยันได้จากข้อมูลการค้าของ IFPRI คือ จีนเพิ่มการส่งออกปุ๋ยไนโตรเจนจริงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
เกี่ยวอะไรกับราคาปุ๋ยไทย?
สำหรับไทย ภาพตลาดรอบนี้มีแรงสองด้าน
ด้านที่กดดันราคา: ข้อจำกัดการขนส่งจากตะวันออกกลางยังคงอยู่ ขณะที่ราคายูเรียในตลาดสำคัญบางแห่งกำลังกลับมาแข็ง
ด้านที่ช่วยเพิ่มอุปทาน: จีนและประเทศผู้ส่งออกนอกอ่าวเปอร์เซียเพิ่มสินค้าเข้าสู่ตลาดโลก โดยข้อมูลครึ่งปีแรกยืนยันว่าปริมาณจากจีนมายังไทยเพิ่มขึ้นด้วย
ดังนั้นยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า “ยูเรียไทยกำลังจะขึ้นราคา”
ราคาที่ 470–480 ดอลลาร์/ตันเป็นราคา FOB ตะวันออกกลาง ไม่ใช่ราคานำเข้าถึงท่าเรือไทย และไม่ใช่ราคาขายส่งหรือราคาหน้าร้านในประเทศไทย
ต้นทุนจริงของผู้นำเข้าไทยยังขึ้นอยู่กับแหล่งซื้อ ค่าระวางเรือ ประกันภัย อัตราแลกเปลี่ยน ช่วงเวลาทำสัญญา สต๊อกเดิม และการแข่งขันระหว่างผู้จำหน่าย
ไทยต้องจับตาอะไรต่อ?
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากข้อจำกัดยืดเยื้อ ปริมาณยูเรียจากตะวันออกกลางอาจยังถูกกดดัน
อันดับต่อมาคือ ปริมาณยูเรียและปุ๋ยไนโตรเจนจากจีน ว่าจะสามารถออกสู่ตลาดโลกได้มากเพียงใดในช่วงที่เหลือของปี
และสำหรับตลาดไทย ต้องดูพร้อมกันทั้ง ราคาซื้อจริงของผู้นำเข้า ค่าระวางเรือ ค่าเงินบาท และระดับสต๊อกภายในประเทศ ก่อนจะประเมินทิศทางราคาหน้าร้าน
ณ ข้อมูลล่าสุด สิ่งที่ยืนยันได้คือ ยูเรียตลาดโลกบางแหล่งกลับมาแข็งขึ้น ขณะที่จีนกำลังช่วยเพิ่มอุปทานไนโตรเจนเข้าสู่ตลาดโลกและไทย
แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า ราคาปุ๋ยยูเรียในประเทศไทยได้ปรับขึ้นตามแล้ว
ข้อมูลตลาดสัปดาห์สิ้นสุด 18 กันยายน 2569
ที่มา : AFC รายงานตลาดปุ๋ย
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


