แชร์

“เอกนัฏ” ชูค่าไฟ 200 หน่วยแรก 3 บาท ดันโซลาร์ประชาชน 10,000 MW แต่สิทธิเดือน ก.ย. ต้องแยกกลุ่มมิเตอร์ไฟชั่วคราว

อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ย. 2026
18 ผู้เข้าชม

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์วันที่ 19 กันยายน 2569 ถึงแนวทางลดภาระค่าไฟและผลักดันโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์ แต่หลักฐานจากสำนักงาน กกพ. วันที่ 7 กันยายนที่ระบุให้เริ่มตรวจบิลเดือนกันยายน เป็นมาตรการสำหรับผู้ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้งานจริงเป็นบ้านอยู่อาศัยและชำระค่าไฟมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ไม่ควรตีความว่าบ้านทุกประเภทเพิ่งเริ่มใช้อัตรา 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทในเดือนนี้

ข่าว 19 ก.ย. เป็นคำให้สัมภาษณ์เรื่องทิศทางพลังงาน

พลังงานวันนี้เผยแพร่ข่าววันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 16:44 น. จากคำให้สัมภาษณ์ของนาย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผ่านรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน”

สาระสำคัญของคำให้สัมภาษณ์ครอบคลุมทั้งการปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อลดภาระประชาชน การพูดถึงค่าไฟ 200 หน่วยแรก 3 บาทต่อหน่วย และการผลักดันโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนรวม 10,000 MW

แต่ต้องแยกคำให้สัมภาษณ์นี้ออกจากมาตรการเฉพาะที่สำนักงาน กกพ.ประกาศก่อนหน้า เพื่อไม่ให้คนอ่านเข้าใจว่าสิทธิทั้งหมดเริ่มพร้อมกันในเดือนกันยายน

กกพ. 7 ก.ย. เน้น “มิเตอร์ไฟชั่วคราวบ้านอยู่อาศัย”

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เผยแพร่ข่าววันที่ 7 กันยายน 2569 เกี่ยวกับการปรับอัตราค่าไฟให้ผู้ใช้ไฟฟ้าชั่วคราวบางกลุ่ม

กลุ่มเป้าหมายต้องมีเงื่อนไขสำคัญคือ

- ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว
- ลักษณะการใช้งานจริงเป็นบ้านอยู่อาศัย
- มีประวัติชำระค่าไฟมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน

เดิมผู้ใช้กลุ่มนี้ถูกคิดค่าพลังงานไฟฟ้าชั่วคราว ประมาณ 6.80 บาทต่อหน่วย

กกพ.มีมติให้ปรับมาอยู่ในอัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัยทั่วไป โดยสำหรับ 200 หน่วยแรกคิดไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไปคิดตามขั้นบันไดของประเภทบ้านอยู่อาศัย เริ่มกับบิลเดือนกันยายน 2569 สำหรับกลุ่มที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว

ทำไมต้องแก้ปัญหา “ไฟชั่วคราว”

สำนักงาน กกพ.ระบุว่า มีบ้านจำนวนหนึ่งที่ไม่มีทะเบียนบ้านถาวรและยังใช้ไฟฟ้าประเภทชั่วคราวต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งที่พฤติกรรมการใช้ไฟจริงเป็นการอยู่อาศัยถาวร ไม่ใช่การใช้ไฟชั่วคราวแบบงานก่อสร้าง

ผลคือผู้ใช้กลุ่มนี้ต้องจ่ายค่าพลังงานไฟฟ้าในอัตราประมาณ 6.80 บาทต่อหน่วย ซึ่งสูงกว่าบ้านทั่วไป

มาตรการจึงมุ่งแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมของผู้ใช้กลุ่มนี้โดยเฉพาะ

อย่าเหมารวมว่า “บ้านทุกหลังเพิ่งได้ 3 บาท”

นี่คือจุดที่ต้องระวังที่สุด

ประกาศ กกพ. วันที่ 7 กันยายน ไม่ได้ระบุว่าบ้านอยู่อาศัยทุกประเภททั่วประเทศเพิ่งเริ่มใช้อัตรา 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทตั้งแต่เดือนกันยายน

สิ่งที่ประกาศชัดคือ ผู้ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราวที่เข้าเงื่อนไขจะถูกปรับมาอยู่ในประเภทบ้านอยู่อาศัย

ดังนั้น การใช้ประกาศฉบับนี้เพื่อพาดว่า “ค่าไฟบ้านทั่วประเทศลดเหลือ 3 บาท เริ่มเดือนนี้” จะกว้างเกินหลักฐาน

กลุ่มที่เข้าเงื่อนไขควรตรวจบิล

สำนักงาน กกพ.ขอให้ผู้ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราวที่ชำระค่าไฟครบอย่างน้อย 6 เดือน ตรวจสอบบิลตั้งแต่เดือนกันยายนว่าได้รับการเปลี่ยนอัตราเป็นประเภทบ้านอยู่อาศัยแล้วหรือไม่

หากยังถูกเรียกเก็บในอัตราไฟฟ้าชั่วคราว สามารถสอบถามหรือแจ้งปัญหาต่อสำนักงาน กกพ.และหน่วยงานการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องได้

โซลาร์ประชาชน 10,000 MW ยังเป็นแผนผลักดัน

อีกประเด็นจากคำให้สัมภาษณ์วันที่ 19 กันยายนคือแผน โซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์

นายเอกนัฏระบุแนวคิดกันกำลังผลิตส่วนนี้ให้ประชาชนโดยเฉพาะ และพูดถึงขนาดติดตั้งประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อครัวเรือน เพื่อเปิดให้ประชาชนผลิตไฟใช้เองและส่งไฟส่วนเกินเข้าสู่ระบบตามหลักเกณฑ์ที่จะกำหนด

ข่าวยังกล่าวถึงแนวคิดลดขั้นตอนอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ และแนวทางช่วยด้านเงินทุนเพื่อลดภาระค่าติดตั้ง

แต่ ณ ตอนนี้ต้องรักษาสถานะว่าเป็น แนวทางที่กำลังผลักดัน

ยังไม่ควรเขียนว่าเปิดรับสมัครแล้ว หรือประชาชนได้รับสิทธิเงินสนับสนุนแล้ว เพราะข่าวยังไม่ได้ให้ประกาศหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์เรื่องคุณสมบัติ วันสมัคร ราคารับซื้อไฟ และเงื่อนไขสนับสนุน

เกษตรกรต้องดู “ประเภทมิเตอร์” ก่อน

สำหรับเกษตรกร เรื่องค่าไฟต้องเริ่มจากการดูว่ามิเตอร์ของตัวเองเป็นประเภทใด

ถ้าเป็นบ้านพักของครัวเรือนเกษตรกรที่ยังใช้ มิเตอร์ไฟชั่วคราว และมีประวัติชำระค่าไฟมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ควรตรวจบิลเดือนกันยายนว่าได้รับการปรับอัตราหรือไม่

แต่ถ้าเป็น

- ฟาร์ม
- โรงเรือน
- เครื่องสูบน้ำ
- ห้องเย็น
- โรงสีขนาดเล็ก
- กิจการแปรรูป

อาจอยู่ในประเภทผู้ใช้ไฟที่ต่างจากบ้านอยู่อาศัย จึงไม่ควรสรุปว่าได้อัตราเดียวกันโดยอัตโนมัติ

โซลาร์กับเกษตรกร ยังต้องรอเงื่อนไขจริง

หากโครงการโซลาร์ประชาชน 10,000 MW เดินหน้าตามแผน เกษตรกรที่มีการใช้ไฟช่วงกลางวันอาจสนใจในแง่ลดค่าไฟและผลิตไฟใช้เอง

แต่ความคุ้มค่าจริงต้องดูหลายเรื่อง เช่น

- ต้นทุนติดตั้ง
- ปริมาณไฟที่ใช้กลางวัน
- ขนาดระบบ
- ราคารับซื้อไฟส่วนเกิน
- ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์
- เงื่อนไขสินเชื่อ
- อายุการใช้งานระบบ

จึงยังไม่ควรรีบลงทุนจากคำให้สัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว

นาดีดีสรุปสถานะ

ณ วันที่ 19 กันยายน 2569 ต้องแยก 2 เรื่องออกจากกัน

1. ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท

หลักฐานจาก กกพ. วันที่ 7 กันยายนยืนยันชัดสำหรับ กลุ่มผู้ใช้มิเตอร์ไฟชั่วคราวที่ใช้งานจริงเป็นบ้านอยู่อาศัยและจ่ายค่าไฟมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งเดิมจ่ายค่าพลังงานไฟฟ้าประมาณ 6.80 บาทต่อหน่วย และเริ่มตรวจผลการปรับอัตราจากบิลเดือนกันยายน

ไม่ควรนำประกาศนี้ไปเหมารวมว่าเป็นการเริ่มอัตราใหม่พร้อมกันสำหรับบ้านทุกประเภท

2. โซลาร์ประชาชน 10,000 MW

เป็นแนวทางที่นายเอกนัฏประกาศว่าจะผลักดัน แต่ยังต้องรอรายละเอียดและหลักเกณฑ์ทางการก่อนถือว่าเป็นสิทธิที่ประชาชนสมัครหรือใช้ได้จริง

สำหรับเกษตรกร สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ เช็กประเภทมิเตอร์และบิลของตัวเองก่อน ส่วนเรื่องโซลาร์ ให้รอประกาศโครงการจริงก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่มา : พลังงานวันนี้ · คำให้สัมภาษณ์เอกนัฏ 19 ก.ย. 2569

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้