แชร์

“สรวุฒิ” สั่งกรอง 57 โครงการพลังงานสะอาด! ต้องตอบให้ได้ เกษตรกรลดค่าไฟ–ต้นทุนจริงแค่ไหน

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
114 ผู้เข้าชม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งกลั่นกรองข้อเสนอ 57 โครงการจาก 17 หน่วยงาน ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ตั้งเป้านำโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกเข้าไปช่วยกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์ลดต้นทุน พร้อมกำหนดให้ทุกหน่วยงานส่งข้อเสนอฉบับสมบูรณ์ภายใน 15 กันยายน ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุมัติตามลำดับ

วันที่ 7 กันยายน 2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือจัดทำข้อเสนอโครงการภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินฯ ว่า ปัจจุบันมีข้อเสนอโครงการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวม 57 โครงการ จาก 17 หน่วยงาน

การประชุมมีเป้าหมายกลั่นกรองและยกระดับข้อเสนอให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในขั้นต่อไป

57 โครงการยังไม่ได้รับอนุมัติ

ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัดเจน

ตัวเลข 57 โครงการที่เปิดเผยในขณะนี้เป็น “ข้อเสนอโครงการที่เข้ารับการพิจารณา” ไม่ใช่ 57 โครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณและพร้อมดำเนินการแล้ว

กระทรวงเกษตรฯ กำหนดให้หน่วยงานกลับไปปรับปรุงรายละเอียดทางเทคนิค เอกสาร และราคาอ้างอิงให้มีความสมบูรณ์ พร้อมสามารถดำเนินงานได้ทันทีหากได้รับอนุมัติ

กำหนดส่งข้อเสนอฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 15 กันยายน 2569

จากนั้นจะรวบรวมเสนอต่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอน

ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่ใช่การประกาศเปิดรับเกษตรกรสมัครขอรับระบบโซลาร์เซลล์หรืออุปกรณ์พลังงานจากทั้ง 57 โครงการ

เน้นกลุ่มเกษตรกร–สหกรณ์ที่เป็นนิติบุคคล

นายสรวุฒิย้ำว่า ทุกโครงการต้องมุ่งสร้างผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรอย่างแท้จริง

แนวทางเบื้องต้นคือสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้แก่กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล

เป้าหมายคือช่วยลดต้นทุนการผลิตด้านพลังงาน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว

การใช้พลังงานทางเลือกในภาคเกษตรสามารถเชื่อมโยงกับหลายกิจกรรม ตั้งแต่ระบบสูบน้ำ เครื่องจักร การจัดการผลผลิต ไปจนถึงระบบพลังงานของกลุ่มหรือสหกรณ์

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการยังต้องพิจารณาจากข้อเสนอและสภาพการใช้งานจริง

ซื้ออุปกรณ์แล้ว ต้องคิดถึงวันที่ “เครื่องเสีย”

อีกประเด็นที่กระทรวงฯ ให้ความสำคัญคือการบริหารสินทรัพย์และบำรุงรักษาระยะยาว

โครงการพลังงานสะอาดจำนวนมากมีต้นทุนไม่ได้จบในวันที่ติดตั้ง

ระบบยังมีอายุการใช้งาน ค่าอะไหล่ ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายเมื่ออุปกรณ์เกิดความเสียหาย

ที่ประชุมจึงเสนอแนวทาง เช่น การจัดซื้อพร้อมสัญญาดูแลรักษาเทคโนโลยี เพื่อไม่ให้ค่าใช้จ่ายในอนาคตกลายเป็นภาระของสหกรณ์

ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อความคุ้มค่าของงบประมาณ เพราะอุปกรณ์ที่ติดตั้งแต่ไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง ย่อมไม่สามารถสร้างผลประโยชน์ตามเป้าหมายได้

คาร์บอนเครดิตกำหนดให้เป็นของภาครัฐ

ที่ประชุมยังวางแนวทางให้สิทธิคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการตกเป็นของภาครัฐ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรองรับทิศทางเกษตรคาร์บอนต่ำ

ประเด็นนี้เป็นอีกส่วนที่ควรติดตามรายละเอียดต่อ

โดยเฉพาะรูปแบบการขึ้นทะเบียน การบริหารสิทธิ มูลค่าที่เกิดขึ้น และการนำประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตกลับมาใช้ในระบบอย่างไร

เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์จะเป็นผู้ใช้งานและดูแลโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จริง การออกแบบกลไกบริหารผลประโยชน์จึงควรมีความชัดเจน

“ลดต้นทุน” ต้องวัดออกมาเป็นเงินบาท

เป้าหมายสำคัญของ 57 ข้อเสนอคือการลดต้นทุนพลังงานให้เกษตรกร

แต่หลังโครงการได้รับอนุมัติและดำเนินการแล้ว การวัดผลไม่ควรหยุดอยู่ที่จำนวนระบบที่ติดตั้งหรือจำนวนกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วม

ควรมีข้อมูลเปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินโครงการ เช่น

ค่าไฟลดลงเท่าไร

ค่าน้ำมันลดลงเท่าไร

ต้นทุนพลังงานต่อไร่หรือต่อหน่วยผลผลิตลดลงเท่าไร

ระบบมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาเท่าไร

และเมื่อคำนวณตลอดอายุการใช้งานแล้ว เงินลงทุนของรัฐสร้างความคุ้มค่าเพียงใด

เพราะสำหรับเกษตรกร คำว่า “พลังงานสะอาด” จะมีความหมายทางเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น เมื่อสามารถเปลี่ยนเป็นต้นทุนที่ลดลงจริง

ด่านต่อไป 15 กันยายน ก่อนถึง ครม.

จากนี้จุดที่ต้องติดตามคือวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นกำหนดให้ทั้ง 17 หน่วยงานส่งข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์

หลังจากนั้นจึงจะเห็นรายละเอียดมากขึ้นว่า โครงการใดมีความพร้อม พื้นที่เป้าหมายอยู่ที่ใด ใช้เทคโนโลยีประเภทใด มีวงเงินเท่าไร และมีเกษตรกรหรือสหกรณ์กลุ่มใดเป็นผู้รับประโยชน์

ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ

ดังนั้น วันนี้ตัวเลข “57 โครงการ” ยังเป็นจุดเริ่มต้น

สิ่งที่ต้องพิสูจน์หลังจากนี้คือ

“จาก 57 ข้อเสนอ จะมีโครงการใดผ่าน และเงินลงทุนสามารถลดต้นทุนให้เกษตรกรจริงกี่บาท?”

หากสามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างโปร่งใส พลังงานสะอาดก็จะไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

แต่สามารถกลายเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้เกษตรกรไทยได้จริง

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #สรวุฒิเนื่องจำนงค์ #พลังงานสะอาด #พลังงานทดแทน #โซลาร์เซลล์ #ลดต้นทุนเกษตร #เกษตรกร #สหกรณ์ #คาร์บอนเครดิต #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้