แชร์

ผลศึกษาชี้ พริกตามย้อนถึงต้นทาง 7% ส้ม 28% ชงแก้ 4 ด้าน

อัพเดทล่าสุด: 28 ส.ค. 2026
24 ผู้เข้าชม

ภาคีด้านสุขภาพ การเกษตร โภชนาการ และความปลอดภัยอาหาร เปิดข้อค้นพบและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับระบบเฝ้าระวังสารตกค้างในผักและผลไม้สดของไทย โดยเสนอให้ใช้พริกและส้มเป็นกรณีนำร่องก่อนขยายไปยังสินค้าเกษตรชนิดอื่น

แนวทางที่เสนอให้เชื่อมข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมแปลงปลูก การนำเข้า ล้ง โรงคัดบรรจุ ตลาดค้าส่ง ตลาดสด ห้างค้าปลีก และผู้บริโภค เพื่อให้ผลตรวจที่ปลายน้ำสามารถนำกลับไปค้นหาต้นเหตุและป้องกันปัญหาซ้ำ

ผลการศึกษาพบว่า แม้หลายหน่วยงานตรวจสารตกค้างอยู่แล้ว แต่ฐานข้อมูลยังแยกตามภารกิจ ทำให้ระบุแปลง ผู้รวบรวม หรือล้งต้นทางได้ไม่ชัดเจน พริกที่สุ่มตรวจจากปลายน้ำตามกลับถึงต้นน้ำได้เพียง 7% ขณะที่ส้มตามสอบกลับได้ 28% ซึ่งเป็นอัตราการตามย้อน ไม่ใช่อัตราที่พบสารเกินมาตรฐาน

งานวิจัยยังชี้ว่าล้งดูแลผักและผลไม้ประมาณ 60-80% ของตลาดค้าส่ง แต่ยังไม่ได้รับการกำกับอย่างเป็นระบบ จึงเสนอให้พัฒนาเป็นศูนย์กลางจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูล เช่นเดียวกับโรงคัดบรรจุ

ข้อเสนอทั้ง 4 ด้านประกอบด้วย การเพิ่มเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ การกำกับดูแลล้งอย่างเป็นระบบ การใช้ผลตรวจปลายน้ำประเมินมาตรการต้นน้ำและกลางน้ำ และการสร้างความต้องการกับตลาดรองรับผักผลไม้ปลอดภัย โดยมีข้อเสนอเรื่องค่าใช้จ่าย สินเชื่อ เทคโนโลยี และพื้นที่ตลาดประกอบด้วย

มาตรการเหล่านี้ยังมีสถานะเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ไม่ใช่ประกาศใช้ของรัฐบาล ไม่ใช่ประกาศเรียกคืนสินค้า และไม่ใช่ผลรับรองสินค้าทุกล็อต จึงต้องแยกประเด็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ สินค้านำเข้า และข้อจำกัดของระบบตามย้อนออกจากกัน พร้อมติดตามว่าหน่วยงานที่ได้รับข้อเสนอจะนำไปพัฒนาระบบระดับชาติอย่างไร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้