แชร์

49.70 ล้านคิว! “อ่างน้ำรี” จ่อเข้า ครม. ต.ค.นี้ หวังส่งน้ำเกษตรน่าน 22,100 ไร่–กว่า 1.2 หมื่นครัวเรือนได้ประโยชน์

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
99 ผู้เข้าชม

กรมชลประทานเร่งผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดน่าน เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในต้นเดือนตุลาคม 2569 หลังผ่านขั้นตอนด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และการพิจารณาจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยโครงการมีความจุกักเก็บประมาณ 49.70 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งเป้าสนับสนุนพื้นที่เกษตร 22,100 ไร่ และประชาชนประมาณ 12,007 ครัวเรือนใน 3 อำเภอ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมชลประทาน ติดตามความก้าวหน้าและการเตรียมความพร้อมโครงการ ณ สำนักงานชลประทานที่ 2 จังหวัดน่าน

อธิบดีกรมชลประทานสั่งการให้สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และสำนักงานชลประทานที่ 2 เร่งติดตามขั้นตอนและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในเดือนตุลาคม 2569

พร้อมย้ำให้การดำเนินงานคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบด้าน

อ่าง 49.70 ล้านคิว รองรับ 3 อำเภอ

โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรีตั้งอยู่บริเวณบ้านกิ่วจันทร์ หมู่ 10 ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

องค์ประกอบสำคัญประกอบด้วยทำนบดิน อาคารประกอบ สถานีสูบน้ำ และระบบส่งน้ำ

เมื่อดำเนินการแล้ว อ่างสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 49.70 ล้านลูกบาศก์เมตร และส่งน้ำไปยังพื้นที่เป้าหมายใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง และอำเภอเชียงกลาง

ตั้งเป้าพื้นที่รับประโยชน์ทางการเกษตรประมาณ 22,100 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 12,007 ครัวเรือน

ไม่ใช่เพิ่งเริ่มศึกษา โครงการเดินมาหลายขั้นแล้ว

โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรีสืบเนื่องจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 เพื่อจัดหาแหล่งน้ำให้แก่ประชาชน โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่เกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

กรมชลประทานดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงสำรวจและออกแบบรายละเอียดของโครงการมาอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือพื้นที่อ่างเก็บน้ำบางส่วนซ้อนทับพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A จำนวน 550 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา เพื่อให้กรมชลประทานสามารถดำเนินขั้นตอนเกี่ยวกับโครงการต่อไปได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. มีมติเห็นชอบโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรี

กรมชลประทานจึงอยู่ระหว่างเร่งขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในช่วงต้นเดือนตุลาคม

ไม่ได้มีแค่น้ำเกษตร

ประโยชน์ของโครงการถูกวางไว้หลายด้าน

นอกจากสนับสนุนพื้นที่เกษตรประมาณ 22,100 ไร่แล้ว ยังมีเป้าหมายเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค รวมถึงสนับสนุนโรงเรียนมัธยมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ และชุมชนในพื้นที่

แผนยังรวมถึงการเพิ่มน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำเดิมในพื้นที่อำเภอทุ่งช้างและเชียงกลาง เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง

พื้นที่ดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศและหลายพื้นที่ยังพึ่งพาน้ำฝนตามฤดูกาล การมีแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่จึงมีเป้าหมายช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ

สำหรับเกษตรกร “น้ำถึงแปลง” สำคัญกว่าตัวเลขความจุ

ความจุ 49.70 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นตัวเลขสำคัญของโครงการ

แต่สำหรับเกษตรกร ความสำเร็จไม่ได้อยู่เพียงปริมาณน้ำที่สามารถเก็บไว้หลังเขื่อน

สิ่งสำคัญคือระบบสูบน้ำและระบบส่งน้ำสามารถกระจายน้ำไปถึงพื้นที่เพาะปลูกได้จริงมากน้อยเพียงใด

พื้นที่รับประโยชน์ 22,100 ไร่จึงเป็นอีกตัวเลขที่ต้องติดตามหลังโครงการเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างและใช้งาน

หากเกษตรกรสามารถเข้าถึงน้ำได้สม่ำเสมอมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความสามารถในการวางแผนเพาะปลูก ลดความเสี่ยงจากฝนทิ้งช่วง และเพิ่มความมั่นคงในการผลิต

แต่การบริหารน้ำยังต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้น้ำหลายกลุ่ม ทั้งอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และสาธารณูปโภค

อีกด้านต้องติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากพื้นที่โครงการบางส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ต้นน้ำและลุ่มน้ำชั้น 1A การดำเนินงานจึงต้องมาพร้อมมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดทำและติดตามแผนป้องกัน แก้ไข และตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะการพัฒนาแหล่งน้ำต้องสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ประชาชนและเกษตรกรได้รับ กับการรักษาพื้นที่ต้นน้ำและระบบนิเวศในระยะยาว

ตุลาคมคืออีกด่านสำคัญ

เป้าหมายของกรมชลประทานขณะนี้คือผลักดันโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในต้นเดือนตุลาคม 2569

หากผ่านขั้นตอนดังกล่าว โครงการจะขยับเข้าใกล้การดำเนินงานเป็นรูปธรรมมากขึ้น

แต่หลังจากนั้นยังต้องติดตามทั้งรายละเอียดการก่อสร้าง งบประมาณ ระยะเวลาดำเนินงาน มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และระบบกระจายน้ำที่จะนำไปสู่พื้นที่เป้าหมาย

สำหรับเกษตรกร ตัวเลข 49.70 ล้านลูกบาศก์เมตรจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

ตัวเลขที่ต้องพิสูจน์หลังโครงการเกิดขึ้นจริงคือ

“พื้นที่เกษตร 22,100 ไร่ มีน้ำใช้เพิ่มขึ้นจริงกี่ไร่ และสามารถลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำได้มากน้อยเพียงใด?”

หากน้ำจากอ่างสามารถเดินทางไปถึงแปลงได้ตามเป้าหมาย โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรีก็จะเป็นอีกแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญสำหรับภาคเกษตรและประชาชนในพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดน่าน

จากนี้จึงต้องจับตา ต้นเดือนตุลาคม 2569 ว่าโครงการที่เดินทางผ่านกระบวนการมาหลายปี จะได้รับไฟเขียวให้เดินหน้าไปอีกขั้นหรือไม่

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #น่าน #อ่างน้ำรี #อ่างเก็บน้ำน้ำรี #กรมชลประทาน #วิทยาแก้วมี #แหล่งน้ำ #ชลประทาน #เกษตรกร #ภัยแล้ง #บริหารจัดการน้ำ #เฉลิมพระเกียรติ #ทุ่งช้าง #เชียงกลาง


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้