แชร์

ตอนตั้งท้องดูสวย พอเกี่ยวถึงรู้! ข้าวเวียดนามกว่า 37,500 ไร่เจอ “เมล็ดลีบ–ไม่เต็ม” ผลผลิตหลายพื้นที่ลด

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.ย. 2026
42 ผู้เข้าชม

เกษตรกรจังหวัดเหงะอาน ประเทศเวียดนาม เริ่มเร่งเก็บเกี่ยวข้าวฤดู Summer–Autumn 2026 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่บรรยากาศเก็บเกี่ยวในหลายพื้นที่กลับมาพร้อมความกังวล หลังพบปัญหาเมล็ดข้าวลีบและเมล็ดไม่เต็มในพื้นที่มากกว่า 6,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 37,500 ไร่ ส่งผลให้ผลผลิตของเกษตรกรหลายพื้นที่ลดลงจากปีก่อน

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการเพาะปลูกและอารักขาพืชของจังหวัดเหงะอานระบุว่า ฤดู Summer–Autumn และฤดูข้าวที่เกี่ยวข้องในปี 2026 จังหวัดมีพื้นที่เพาะปลูกรวมมากกว่า 68,000 เฮกตาร์

ในจำนวนดังกล่าวเป็นพื้นที่ข้าว Summer–Autumn มากกว่า 48,000 เฮกตาร์ และข้าวฤดูอื่นมากกว่า 20,000 เฮกตาร์

จากการตรวจประเมินและรายงานเบื้องต้นจากหลายพื้นที่ พบข้าวมากกว่า 6,000 เฮกตาร์มีสัดส่วนเมล็ดลีบและเมล็ดไม่เต็มในระดับสูง

ก่อนหน้านี้ ข้อมูล ณ กลางเดือนสิงหาคมระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวบางส่วนมีสัดส่วนเมล็ดลีบหรือเมล็ดไม่เต็มมากกว่า 30%

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานเกษตรของจังหวัดยังไม่มีตัวเลขผลผลิตเฉลี่ยสุดท้ายของทั้งฤดู และระบุว่าหลายพื้นที่อื่นยังสามารถรักษาระดับผลผลิตได้

ดังนั้น ตัวเลข 6,000 เฮกตาร์ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นพื้นที่เสียหายทั้งหมดหรือผลผลิตสูญเสียทั้งหมด

ต้นข้าวดูดี แต่ “รวงไม่ก้มหัว”

หนึ่งในสัญญาณที่ทำให้เกษตรกรเริ่มสังเกตความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม

ชาวนาในหลายพื้นที่รายงานว่า ต้นข้าวเจริญเติบโตและออกรวงดูสมบูรณ์เมื่อมองจากระยะไกล แต่หลังผ่านช่วงออกรวงไปหลายวัน รวงข้าวกลับยังตั้งตรง ไม่โน้มลงเหมือนในฤดูปกติ

เมื่อเกษตรกรตรวจเมล็ดอย่างใกล้ชิดจึงพบว่า เมล็ดจำนวนหนึ่งลีบหรือมีเนื้อไม่เต็ม

ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักผลผลิตเมื่อถึงวันเก็บเกี่ยว

ตัวอย่างเกษตรกรในพื้นที่ Yen Thanh ระบุว่า แม้ดูแลแปลงและจัดการน้ำตามคำแนะนำ แต่ผลผลิตปีนี้ลดลงเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยและปัญหาเมล็ดลีบ

หลายปัจจัยรุมในฤดูเดียว

ข้อมูลจากหน่วยงานเกษตรเหงะอานระบุว่า ฤดู Summer–Autumn ปีนี้พบปัญหาศัตรูพืชและโรคข้าวหลายชนิดมากกว่าปีก่อน

ทั้งหนู หนอนม้วนใบขนาดเล็ก โรคกาบใบแห้ง หนอนกอ ไรศัตรูข้าว รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดด่างและเมล็ดลีบ

เมื่อปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นร่วมกับสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมในช่วงออกรวงและสร้างเมล็ด สามารถส่งผลต่อกระบวนการผสมและการสะสมอาหารภายในเมล็ดได้

ผลที่เกิดขึ้นคือ ต้นข้าวอาจดูสมบูรณ์จากภายนอกและมีจำนวนรวงมาก แต่เมล็ดภายในกลับไม่สามารถพัฒนาได้เต็มที่

เกี่ยวแล้ว ผลผลิตจริงเริ่มปรากฏ

รายงานวันที่ 30 สิงหาคมระบุว่า ชาวนาในหลายพื้นที่เริ่มใช้รถเกี่ยวข้าวลงแปลงแล้ว และพบว่าผลผลิตบางพื้นที่ต่ำกว่าฤดู Summer–Autumn ปีก่อน

ตัวอย่างที่ Minh Chau ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 1,100 เฮกตาร์ และเก็บเกี่ยวไปแล้วมากกว่า 80% มีการประเมินผลผลิตเฉลี่ยเพียงประมาณ 4 ตันต่อเฮกตาร์ โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือปัญหาเมล็ดลีบและรวงแห้งที่เกิดขึ้นในวงกว้าง

นอกจากผลผลิตลดลง เกษตรกรยังเผชิญราคาข้าวที่ไม่ได้อยู่ในระดับสูง โดยข้าวสดพันธุ์ Khang Dan ในบางพื้นที่มีราคาหน้าแปลงมากกว่า 6,000 ดองต่อกิโลกรัม

สถานการณ์จึงสร้างแรงกดดันสองด้าน ทั้งปริมาณผลผลิตที่ลดลงและราคาที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงพอชดเชยผลผลิตที่หายไป

บทเรียนถึงชาวนาไทย

กรณีเหงะอานมีประเด็นที่สามารถนำมาใช้เป็นบทเรียนสำหรับการดูแลข้าวในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่ข้าวออกรวงจนถึงระยะสร้างเมล็ด

การประเมินผลผลิตจากจำนวนรวงหรือความเขียวของแปลงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

เกษตรกรควรเดินตรวจแปลง สุ่มตรวจรวงและเมล็ด รวมถึงติดตามโรคและแมลงอย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายของฤดูผลิต

หากพบว่ารวงจำนวนมากยังตั้งตรงผิดปกติหลังผ่านช่วงออกรวง หรือพบเมล็ดลีบและเมล็ดไม่เต็มในสัดส่วนสูง ควรตรวจหาสาเหตุให้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของเมล็ดลีบมีได้หลายประการ ตั้งแต่สภาพอากาศในช่วงผสมเกสร ความสมบูรณ์ของต้น ธาตุอาหาร น้ำ โรค และแมลง จึงไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว

กรณีของเหงะอานจึงไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เดียวกันจะเกิดกับนาข้าวไทย แต่เป็นตัวอย่างที่เตือนว่า ช่วงก่อนเก็บเกี่ยวยังคงเป็นช่วงที่ต้องติดตามแปลงอย่างใกล้ชิด

เพราะสุดท้าย...

*จำนวนรวงอาจบอกว่าต้นข้าวออกดอกได้ดี**

แต่สิ่งที่สร้างรายได้ให้ชาวนาจริงๆ คือ

“ในรวงเหล่านั้น มีข้าวเต็มเมล็ดและมีน้ำหนักอยู่มากแค่ไหน”

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ชาวนา #ข้าว #นาข้าว #เมล็ดลีบ #ข้าวลีบ #โรคข้าว #ศัตรูข้าว #เวียดนาม #เหงะอาน #ผลผลิตข้าว #เกษตรกร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้