ตอนตั้งท้องดูสวย พอเกี่ยวถึงรู้! ข้าวเวียดนามกว่า 37,500 ไร่เจอ “เมล็ดลีบ–ไม่เต็ม” ผลผลิตหลายพื้นที่ลด

เกษตรกรจังหวัดเหงะอาน ประเทศเวียดนาม เริ่มเร่งเก็บเกี่ยวข้าวฤดู Summer–Autumn 2026 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่บรรยากาศเก็บเกี่ยวในหลายพื้นที่กลับมาพร้อมความกังวล หลังพบปัญหาเมล็ดข้าวลีบและเมล็ดไม่เต็มในพื้นที่มากกว่า 6,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 37,500 ไร่ ส่งผลให้ผลผลิตของเกษตรกรหลายพื้นที่ลดลงจากปีก่อน
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการเพาะปลูกและอารักขาพืชของจังหวัดเหงะอานระบุว่า ฤดู Summer–Autumn และฤดูข้าวที่เกี่ยวข้องในปี 2026 จังหวัดมีพื้นที่เพาะปลูกรวมมากกว่า 68,000 เฮกตาร์
ในจำนวนดังกล่าวเป็นพื้นที่ข้าว Summer–Autumn มากกว่า 48,000 เฮกตาร์ และข้าวฤดูอื่นมากกว่า 20,000 เฮกตาร์
จากการตรวจประเมินและรายงานเบื้องต้นจากหลายพื้นที่ พบข้าวมากกว่า 6,000 เฮกตาร์มีสัดส่วนเมล็ดลีบและเมล็ดไม่เต็มในระดับสูง
ก่อนหน้านี้ ข้อมูล ณ กลางเดือนสิงหาคมระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวบางส่วนมีสัดส่วนเมล็ดลีบหรือเมล็ดไม่เต็มมากกว่า 30%
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานเกษตรของจังหวัดยังไม่มีตัวเลขผลผลิตเฉลี่ยสุดท้ายของทั้งฤดู และระบุว่าหลายพื้นที่อื่นยังสามารถรักษาระดับผลผลิตได้
ดังนั้น ตัวเลข 6,000 เฮกตาร์ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นพื้นที่เสียหายทั้งหมดหรือผลผลิตสูญเสียทั้งหมด
ต้นข้าวดูดี แต่ “รวงไม่ก้มหัว”
หนึ่งในสัญญาณที่ทำให้เกษตรกรเริ่มสังเกตความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม
ชาวนาในหลายพื้นที่รายงานว่า ต้นข้าวเจริญเติบโตและออกรวงดูสมบูรณ์เมื่อมองจากระยะไกล แต่หลังผ่านช่วงออกรวงไปหลายวัน รวงข้าวกลับยังตั้งตรง ไม่โน้มลงเหมือนในฤดูปกติ
เมื่อเกษตรกรตรวจเมล็ดอย่างใกล้ชิดจึงพบว่า เมล็ดจำนวนหนึ่งลีบหรือมีเนื้อไม่เต็ม
ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักผลผลิตเมื่อถึงวันเก็บเกี่ยว
ตัวอย่างเกษตรกรในพื้นที่ Yen Thanh ระบุว่า แม้ดูแลแปลงและจัดการน้ำตามคำแนะนำ แต่ผลผลิตปีนี้ลดลงเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยและปัญหาเมล็ดลีบ
หลายปัจจัยรุมในฤดูเดียว
ข้อมูลจากหน่วยงานเกษตรเหงะอานระบุว่า ฤดู Summer–Autumn ปีนี้พบปัญหาศัตรูพืชและโรคข้าวหลายชนิดมากกว่าปีก่อน
ทั้งหนู หนอนม้วนใบขนาดเล็ก โรคกาบใบแห้ง หนอนกอ ไรศัตรูข้าว รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดด่างและเมล็ดลีบ
เมื่อปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นร่วมกับสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมในช่วงออกรวงและสร้างเมล็ด สามารถส่งผลต่อกระบวนการผสมและการสะสมอาหารภายในเมล็ดได้
ผลที่เกิดขึ้นคือ ต้นข้าวอาจดูสมบูรณ์จากภายนอกและมีจำนวนรวงมาก แต่เมล็ดภายในกลับไม่สามารถพัฒนาได้เต็มที่
เกี่ยวแล้ว ผลผลิตจริงเริ่มปรากฏ
รายงานวันที่ 30 สิงหาคมระบุว่า ชาวนาในหลายพื้นที่เริ่มใช้รถเกี่ยวข้าวลงแปลงแล้ว และพบว่าผลผลิตบางพื้นที่ต่ำกว่าฤดู Summer–Autumn ปีก่อน
ตัวอย่างที่ Minh Chau ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 1,100 เฮกตาร์ และเก็บเกี่ยวไปแล้วมากกว่า 80% มีการประเมินผลผลิตเฉลี่ยเพียงประมาณ 4 ตันต่อเฮกตาร์ โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือปัญหาเมล็ดลีบและรวงแห้งที่เกิดขึ้นในวงกว้าง
นอกจากผลผลิตลดลง เกษตรกรยังเผชิญราคาข้าวที่ไม่ได้อยู่ในระดับสูง โดยข้าวสดพันธุ์ Khang Dan ในบางพื้นที่มีราคาหน้าแปลงมากกว่า 6,000 ดองต่อกิโลกรัม
สถานการณ์จึงสร้างแรงกดดันสองด้าน ทั้งปริมาณผลผลิตที่ลดลงและราคาที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงพอชดเชยผลผลิตที่หายไป
บทเรียนถึงชาวนาไทย
กรณีเหงะอานมีประเด็นที่สามารถนำมาใช้เป็นบทเรียนสำหรับการดูแลข้าวในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่ข้าวออกรวงจนถึงระยะสร้างเมล็ด
การประเมินผลผลิตจากจำนวนรวงหรือความเขียวของแปลงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
เกษตรกรควรเดินตรวจแปลง สุ่มตรวจรวงและเมล็ด รวมถึงติดตามโรคและแมลงอย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายของฤดูผลิต
หากพบว่ารวงจำนวนมากยังตั้งตรงผิดปกติหลังผ่านช่วงออกรวง หรือพบเมล็ดลีบและเมล็ดไม่เต็มในสัดส่วนสูง ควรตรวจหาสาเหตุให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม สาเหตุของเมล็ดลีบมีได้หลายประการ ตั้งแต่สภาพอากาศในช่วงผสมเกสร ความสมบูรณ์ของต้น ธาตุอาหาร น้ำ โรค และแมลง จึงไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว
กรณีของเหงะอานจึงไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เดียวกันจะเกิดกับนาข้าวไทย แต่เป็นตัวอย่างที่เตือนว่า ช่วงก่อนเก็บเกี่ยวยังคงเป็นช่วงที่ต้องติดตามแปลงอย่างใกล้ชิด
เพราะสุดท้าย...
*จำนวนรวงอาจบอกว่าต้นข้าวออกดอกได้ดี**
แต่สิ่งที่สร้างรายได้ให้ชาวนาจริงๆ คือ
“ในรวงเหล่านั้น มีข้าวเต็มเมล็ดและมีน้ำหนักอยู่มากแค่ไหน”
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ชาวนา #ข้าว #นาข้าว #เมล็ดลีบ #ข้าวลีบ #โรคข้าว #ศัตรูข้าว #เวียดนาม #เหงะอาน #ผลผลิตข้าว #เกษตรกร


