ข้าวโพดโลกพุ่ง 5.6% ข้าวขยับ 1.4% FAO ชี้ราคาอาหารโลกเดือน ก.ย. ขึ้น 1.5%—เกษตรกรไทยจับตาตลาด แต่ยังไม่ใช่ราคาหน้าไร่

FAO เปิดดัชนีราคาอาหารโลกเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อน แรงหนุนมาจากธัญพืช น้ำมันพืช และน้ำตาล ข้าวโพดโลกเพิ่ม 5.6% ดัชนีราคาข้าวเพิ่ม 1.4% ขณะที่น้ำตาลพุ่ง 6.1% แต่ตัวเลขทั้งหมดสะท้อนตลาดโลก ไม่ใช่ราคาหน้าไร่ของเกษตรกรไทย ต้องติดตามว่าทิศทางดังกล่าวจะส่งผ่านมายังตลาดไทยมากน้อยเพียงใด
ดัชนีอาหารโลกขึ้น 1.5%
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO) เผยแพร่ FAO Food Price Index ประจำเดือนกันยายน 2569 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569
ดัชนีอยู่ที่ 136.0 จุด เพิ่มขึ้น 2.0 จุด หรือ 1.5% จากระดับเดือนสิงหาคมที่ปรับปรุงใหม่
เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2568 ดัชนีสูงขึ้น 5.8% แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2565 อยู่ 15.1%
FAO Food Price Index ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงรายเดือนของราคาสินค้าอาหารที่มีการซื้อขายระหว่างประเทศ จึงเป็นตัวชี้วัดตลาดโลก ไม่ใช่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรหน้าไร่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง
ธัญพืชขึ้น 5.1% ข้าวโพดพุ่ง 5.6%
FAO Cereal Price Index หรือดัชนีราคาธัญพืช อยู่ที่ 122.8 จุด เพิ่มขึ้น 5.1% จากเดือนก่อน และสูงกว่ากันยายนปีก่อน 17.2%
ในกลุ่มนี้ ราคาข้าวสาลีโลกเพิ่มขึ้น 6.3% จากเดือนสิงหาคม แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดย FAO เชื่อมโยงกับข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคทะเลดำ รวมถึงสภาพอากาศแห้งในบางพื้นที่ของอเมริกาเหนือก่อนฤดูปลูกข้าวสาลีฤดูหนาว
ส่วน ราคาข้าวโพดโลกเพิ่มขึ้น 5.6% จากเดือนก่อน แตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 3 ปี
ปัจจัยสำคัญมาจากแนวโน้มอุปทานที่ตึงตัว หลังผลผลิตในสหรัฐต่ำกว่าที่คาด บราซิลมีสินค้าเพื่อส่งออกลดลง และการค้าบริเวณทะเลดำได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังทำให้ตลาดกังวลเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิง ปุ๋ย และค่าระวางขนส่ง
ข้าวโลกขยับ 1.4%
FAO All Rice Price Index เพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนกันยายน 2569
FAO ระบุว่า ราคาข้าว Indica ปรับสูงขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านสภาพอากาศและปริมาณสินค้าที่ตึงตัวตามฤดูกาล
สำหรับชาวนาไทย จุดที่ต้องระวังคือ ตัวเลข +1.4% ไม่ใช่ราคาข้าวเปลือกไทยเพิ่มขึ้น 1.4%
ดัชนีดังกล่าวสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาข้าวในตลาดระหว่างประเทศ ขณะที่ราคาข้าวเปลือกในไทยยังขึ้นอยู่กับชนิดข้าว คุณภาพ ความชื้น พื้นที่และจุดรับซื้อ ปริมาณผลผลิต อัตราแลกเปลี่ยน และภาวะตลาดในประเทศ
ดังนั้น การที่ดัชนีข้าวโลกปรับขึ้นยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าราคาที่ชาวนาไทยได้รับปรับขึ้นตามแล้ว
น้ำมันปาล์มโลกเป็นแรงหนุนดัชนีน้ำมันพืช
FAO Vegetable Oil Price Index อยู่ที่ 198.6 จุด เพิ่มขึ้น 0.9% จากเดือนก่อน และสูงกว่าปีก่อน 18.3%
FAO ระบุว่าแรงหนุนหลักมาจาก ราคาน้ำมันปาล์มโลกที่ปรับสูงขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน จากความต้องการนำเข้าที่แข็งแกร่ง และความกังวลว่าสภาพอากาศแห้งอาจกระทบแนวโน้มการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดอกทานตะวันลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนราคาน้ำมันถั่วเหลืองและเรพซีดโดยรวมทรงตัว
สำหรับไทย การปรับขึ้นของราคาน้ำมันปาล์มโลกเป็นสัญญาณตลาดที่ควรติดตาม แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าราคาผลปาล์มสดหน้าโรงงานหรือราคาที่เกษตรกรไทยได้รับปรับขึ้นในอัตราเดียวกัน
น้ำตาลพุ่ง 6.1% FAO กล่าวถึงไทยโดยตรง
กลุ่มที่เพิ่มขึ้นแรงที่สุดในเดือนกันยายนคือ น้ำตาล
FAO Sugar Price Index อยู่ที่ 114.0 จุด เพิ่มขึ้น 6.1% จากเดือนสิงหาคม และสูงกว่าปีก่อน 14.7% นับเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเดือนที่ 3 และแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2568
FAO ระบุว่า ตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำตาลโลกในฤดู 2569/70 อาจตึงตัวขึ้น
หนึ่งในปัจจัยที่ FAO กล่าวถึงโดยตรงคือ การคาดการณ์ว่าผลผลิตน้ำตาลของไทยจะลดลง ประกอบกับความกังวลต่อแนวโน้มผลผลิตของอินเดียจากฝนต่ำกว่าปกติและภาวะ El Niño
ขณะที่บราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลรายสำคัญ เผชิญฝนหนักที่รบกวนความคืบหน้าของการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ Centre-South
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำตาลโลกที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าราคาอ้อยที่ชาวไร่ไทยได้รับเพิ่มขึ้น 6.1% เพราะราคาอ้อยของไทยมีกลไกและองค์ประกอบการคำนวณเฉพาะ
เนื้อสัตว์ลง นมเกือบทรงตัว
ไม่ใช่สินค้าอาหารทุกกลุ่มที่เพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน
ดัชนีราคาเนื้อสัตว์ของ FAO ลดลง 1.1% จากเดือนก่อน โดยราคาสัตว์ปีกและเนื้อสุกรในตลาดต่างประเทศลดลง ขณะที่เนื้อวัวและเนื้อแกะโดยรวมค่อนข้างทรงตัว
ส่วนดัชนีราคาผลิตภัณฑ์นมลดลงเล็กน้อย 0.1% โดยราคาชีสที่ลดลงถูกชดเชยบางส่วนจากราคานมผงที่เพิ่มขึ้น
เกษตรกรไทยควรอ่านตัวเลขนี้อย่างไร?
ดัชนี FAO เป็นเหมือน “ชีพจรตลาดสินค้าอาหารโลก” ช่วยบอกทิศทางว่าราคาสินค้ากลุ่มใดกำลังแข็งหรืออ่อนลง แต่ไม่ควรนำตัวเลขเหล่านี้มาแทนราคาที่เกษตรกรไทยได้รับ
เดือนกันยายนมีสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรไทยหลายตัว คือ
ข้าวโพดโลก +5.6%
ดัชนีราคาข้าวโลก +1.4%
ดัชนีน้ำมันพืช +0.9% โดยน้ำมันปาล์มเป็นแรงหนุนสำคัญ
และ ดัชนีน้ำตาล +6.1%
ทิศทางเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับตลาดไทยผ่านการส่งออก การนำเข้า การแข่งขัน อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนต่าง ๆ แต่ขณะนี้ยังไม่ควรสรุปว่าราคาหน้าไร่ของข้าว ข้าวโพด อ้อย หรือปาล์มน้ำมันในไทยจะเพิ่มขึ้นตามโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
ประเด็นสำคัญคือ ราคาธัญพืช น้ำตาล และน้ำมันปาล์มในตลาดโลกจะยืนในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงปัญหาโลจิสติกส์ในทะเลดำและช่องแคบฮอร์มุซจะคลี่คลายหรือยืดเยื้อ
สำหรับประเทศไทย ยังต้องจับตา สภาพอากาศ ผลผลิตในประเทศ ราคาส่งออก ค่าเงินบาท ต้นทุนปุ๋ย–พลังงาน–ขนส่ง และราคาซื้อขายจริงภายในประเทศ
ตัวเลข FAO จึงเป็นสัญญาณให้เกษตรกรติดตามตลาด แต่ยังไม่ใช่สัญญาณให้รีบสรุปว่า “ราคาหน้าไร่กำลังขึ้น” จนกว่าจะมีข้อมูลตลาดไทยรองรับ
ที่มา : Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO)
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


