แชร์

จีนซื้อผลไม้ไทย 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ ยังไม่พอ! พาณิชย์บุกจีนตอนใน เปิดตลาดใหม่ถึงผู้บริโภค 171 ล้านคน

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
71 ผู้เข้าชม

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขยายฐานตลาดผลไม้และสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่จีนภาคเหนือตอนใน เตรียมใช้เมืองยุ่นเฉิง มณฑลซานซี เป็นอีกจุดเชื่อมสินค้าไทยไปยังตลาดซานซี ส่านซี และเหอหนาน ซึ่งมีฐานผู้บริโภครวมมากกว่า 171 ล้านคน หลังช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกผลไม้สด แช่เย็น และแช่แข็งไปจีนแล้วกว่า 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

*น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)** เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงาน Shuangrun Agricultural Mall Investment Promotion Conference ณ ศูนย์การค้าเกษตรซวงรุ่น เมืองยุ่นเฉิง มณฑลซานซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือทางการค้าในระดับมณฑล เพื่อขยายโอกาสของสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนให้กว้างขึ้น

การเดินทางครั้งนี้มี นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน และ นายปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ร่วมคณะด้วย

7 เดือน ผลไม้ไทยไปจีนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์

ข้อมูลของ DITP ระบุว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกผลไม้สด แช่เย็น และแช่แข็งไปจีนเป็นตลาดอันดับหนึ่ง คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าสำคัญประกอบด้วยทุเรียนมากกว่า 1.1 ล้านตัน และมังคุดมากกว่า 169,000 ตัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของตลาดจีนต่อภาคผลไม้ไทย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้การขยายฐานผู้ซื้อและช่องทางกระจายสินค้าในจีนมีความสำคัญมากขึ้น

แทนที่จะพึ่งพาเฉพาะเมืองและตลาดปลายทางเดิม กระทรวงพาณิชย์จึงพยายามเชื่อมสินค้าไทยเข้าสู่เมืองรองและพื้นที่ตอนในของจีนมากขึ้น

ใช้ซานซีเป็นประตูสู่ตลาด 171 ล้านคน

เมืองยุ่นเฉิงถูกมองว่ามีศักยภาพเป็นอีกจุดกระจายสินค้าเกษตร เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่เชื่อมโยงตลาดของมณฑลซานซี ส่านซี และเหอหนาน

สามมณฑลดังกล่าวมีประชากรรวมมากกว่า 171 ล้านคน

ศูนย์การค้าเกษตรซวงรุ่นยังมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับสินค้าเกษตร ทั้งระบบคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้า และศูนย์บ่มเพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

โครงสร้างเหล่านี้มีความสำคัญกับผลไม้สด เนื่องจากการรักษาคุณภาพระหว่างการขนส่งและจัดเก็บเป็นหนึ่งในต้นทุนและความเสี่ยงสำคัญของการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้บริโภค 171 ล้านคนเป็นขนาดประชากรของพื้นที่ตลาดที่สามารถเข้าถึง ไม่ใช่จำนวนลูกค้าที่จะซื้อผลไม้ไทยทั้งหมด

ความสำเร็จจึงต้องวัดจากยอดขายและคำสั่งซื้อที่จะเกิดขึ้นจริงในระยะต่อไป

ไทย–จีนเซ็น MOU ภาคเอกชน ดันผลไม้พรีเมียม

ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือทางการค้าสินค้าเกษตรสองทางระหว่างภาคเอกชนไทยและจีน หรือ Sino-Thai Agricultural Product Bilateral Trade Strategic MOU

เป้าหมายคือสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการทั้งสองประเทศ และคัดสรรผลไม้เกรดพรีเมียมจากสวนไทยเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคจีน

แนวทางดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดการค้าสองทาง หรือ Two-way Trade โดยจีนสามารถนำเข้าผลไม้เมืองร้อนจากไทย ขณะที่ไทยมีโอกาสเชื่อมโยงผลไม้เมืองหนาวจากจีนตามความต้องการของตลาด

ทุเรียน–ลำไย–มังคุด–มะพร้าว–ส้มโอ ขึ้นเวทีจีน

ภายในศูนย์การค้าเกษตรซวงรุ่นยังมีพื้นที่จัดแสดงผลไม้ไทย 5 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด มะพร้าว และส้มโอ

คณะผู้แทนไทยได้พบปะผู้ประกอบการและผู้นำเข้า เพื่อสร้างเครือข่ายและหาโอกาสต่อยอดการส่งออกในระยะยาว

DITP ยังใช้สื่อประชาสัมพันธ์หลายรูปแบบเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลไม้ไทยในกลุ่มผู้ประกอบการและผู้บริโภคจีน

การทำตลาดจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำผลไม้ไปวางจำหน่าย แต่รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ คุณภาพ และความเชื่อมั่นในสินค้าไทยด้วย

สำหรับชาวสวน “ตลาดใหม่” ต้องเดินต่อถึงคำสั่งซื้อ

สำหรับเกษตรกรไทย การเปิดตลาดในจีนตอนในถือเป็นสัญญาณบวก เพราะหมายถึงความพยายามเพิ่มฐานผู้ซื้อให้ผลผลิตจากประเทศไทย

แต่การเปิดตลาดหรือการลงนาม MOU ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

สิ่งที่ต้องติดตามคือ ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างคู่ค้ารายใหม่ได้กี่ราย มีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นเท่าไร และระบบโลจิสติกส์สามารถนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดตอนในด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้หรือไม่

โดยเฉพาะผลไม้สด ซึ่งมีข้อจำกัดด้านอายุสินค้าและการควบคุมอุณหภูมิ ต้นทุนการขนส่งจากประเทศไทยเข้าสู่พื้นที่ตอนในของจีนจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน

จีนยังสำคัญ แต่ฐานตลาดต้องกว้างขึ้น

มูลค่าส่งออกกว่า 5,200 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 7 เดือนแสดงให้เห็นว่าจีนยังเป็นตลาดสำคัญอย่างมากสำหรับผลไม้ไทย

แต่การพึ่งตลาดขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าควรหยุดขยายช่องทางภายในตลาดนั้น

จีนมีพื้นที่กว้างและผู้บริโภคแต่ละภูมิภาคมีพฤติกรรม กำลังซื้อ และระบบกระจายสินค้าแตกต่างกัน

การเจาะตลาดเมืองรองและพื้นที่ตอนในจึงสามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า และผู้บริโภคที่เข้าถึงผลไม้ไทย

สำหรับชาวสวน สิ่งที่มีความหมายมากที่สุดจึงไม่ใช่จำนวนประชากรของตลาดที่รัฐบาลประกาศว่าเข้าถึงได้

แต่คือ...

“ตลาดใหม่สามารถรับซื้อผลผลิตจากสวนไทยเพิ่มได้จริงกี่ตัน?”

หากการขยายฐานเข้าสู่ซานซี ส่านซี และเหอหนานสามารถเปลี่ยนจากเครือข่ายทางการค้าไปเป็นคำสั่งซื้อจริง ก็จะช่วยเพิ่มอีกหนึ่งช่องทางระบายผลไม้ไทยในตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

และนั่นคือจุดที่คำว่า “เปิดตลาด” จะเริ่มมีความหมายต่อรายได้ของเกษตรกรจริง

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ผลไม้ไทย #ทุเรียน #มังคุด #ลำไย #มะพร้าว #ส้มโอ #ตลาดจีน #ส่งออกจีน #DITP #กระทรวงพาณิชย์ #ส่งออกผลไม้ #เกษตรกร #ชาวสวน


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้