เก็บเกี่ยวผิด เงินหายตั้งแต่ยังไม่ขาย! พบพระเปิด 5 ฐานสอนพริก–มัน–ข้าวโพด ลดสูญเสีย วางตลาด–เปลี่ยนเศษพืชเป็นเงิน

สำนักงานเกษตรจังหวัดตากจัด Field Day รับฤดูเก็บเกี่ยวที่อำเภอพบพระ ดึงเกษตรกรผู้ปลูกพริก มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 300 ราย เรียนรู้ผ่าน 5 ฐาน ตั้งแต่เทคนิคเก็บเกี่ยว การจัดการหลังเก็บเกี่ยว การวางตลาด การต่อยอดรายได้ ไปจนถึงการเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าแทนการเผา หวังลดความสูญเสียและเพิ่มรายได้จากผลผลิตที่เกษตรกรลงทุนดูแลมาตลอดฤดู
วันที่ 4 กันยายน 2569 นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว หรือ Field Day อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 7 บ้านห้วยน้ำเย็น ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ
กิจกรรมจัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตาก มี นายวิษณุ คำพินิจ เกษตรจังหวัดตาก พร้อมคณะดำเนินงาน ขณะที่ น.ส.อัญชลี ปัญญากวาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่, นายวราทิต ไชยนันทน์ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย นายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ กล่าวต้อนรับ
มีเกษตรกรผู้ปลูกพริก มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เข้าร่วมประมาณ 300 ราย
พริก–มัน–ข้าวโพด พืชทำเงินที่กำลังเจอหลายแรงกดดัน
สำนักงานเกษตรจังหวัดตากระบุว่า พริก มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอพบพระและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่
แต่การผลิตกำลังเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนการผลิตสูง โรคและแมลงศัตรูพืช ภัยแล้ง สภาพอากาศแปรปรวน และความผันผวนของราคาผลผลิต
ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ คุณภาพลดลง ผลผลิตต่อพื้นที่ต่ำลง และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหา
การจัดกิจกรรมจึงมุ่งถ่ายทอดทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการแปลง การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการวางแผนตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถรักษาคุณภาพและมูลค่าของผลผลิตไว้ได้มากขึ้น
เปิด 5 ฐาน ตั้งแต่เก็บพริกถึงเปลี่ยนของเสียเป็นเงิน
กิจกรรมแบ่งเป็นฐานเรียนรู้ 5 ฐาน
ฐานแรกเป็นการเก็บเกี่ยวพริกอย่างถูกวิธี เพื่อรักษาคุณภาพและลดความสูญเสียของผลผลิต
ฐานที่สองเป็นการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังอย่างเหมาะสม
ฐานที่สามเน้นการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้สอดคล้องกับคุณภาพผลผลิต
ฐานที่สี่เป็นการต่อยอดรายได้และสร้างโอกาสใหม่ในสวน เพื่อให้เกษตรกรมองหามูลค่าเพิ่มเติมจากกิจกรรมหรือผลผลิตที่มีอยู่
และฐานที่ห้าเป็นแนวคิด “เปลี่ยนของเสียเป็นเงิน ลดการเผา” โดยส่งเสริมการนำเศษวัสดุทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์หรือสร้างมูลค่า แทนการกำจัดด้วยการเผา
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการและบริการด้านการเกษตรจากหน่วยงานภาคี รวมถึงพื้นที่จำหน่ายสินค้าของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่
ปลูกได้เยอะ แต่เสียหลังเก็บเกี่ยว รายได้ก็หาย
หนึ่งในประเด็นสำคัญของกิจกรรมคือ “การลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว”
เกษตรกรลงทุนกับพืชมาตลอดฤดู ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์หรือท่อนพันธุ์ ปุ๋ย สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช น้ำ แรงงาน เครื่องจักร และน้ำมัน
หากผลผลิตสูญเสียคุณภาพหรือปริมาณในช่วงเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว เงินที่ลงทุนมาตลอดหลายเดือนก็สามารถสูญหายไปพร้อมกัน
การเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม การจัดการผลผลิตอย่างถูกต้อง และการรักษาคุณภาพก่อนถึงมือผู้ซื้อ จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการลดต้นทุน
เพราะการลดต้นทุนไม่ได้หมายถึงการลดค่าใช้จ่ายก่อนปลูกเพียงอย่างเดียว
การรักษาผลผลิตที่มีอยู่ไม่ให้สูญเสีย ก็เท่ากับรักษาเงินที่เกษตรกรลงทุนไปแล้วเช่นกัน
วางตลาดก่อนผลผลิตออก
อีกองค์ประกอบที่ถูกนำมาถ่ายทอดคือการวางแผนด้านตลาด
การผลิตได้ปริมาณมากไม่สามารถสร้างรายได้ที่ดีได้โดยอัตโนมัติ หากผลผลิตออกพร้อมกันจำนวนมาก หรือเกษตรกรไม่มีช่องทางจำหน่ายรองรับ
การรู้ว่าผู้ซื้อต้องการคุณภาพแบบใด ปริมาณเท่าไร และช่วงเวลาใด จึงสามารถนำกลับมาใช้วางแผนตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการเก็บเกี่ยว
สำหรับพืชเศรษฐกิจอย่างพริก มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งราคาสามารถผันผวนตามสถานการณ์ตลาด การวางแผนตลาดจึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกร
ของที่เคยเผา อาจมีมูลค่าได้
ฐาน “เปลี่ยนของเสียเป็นเงิน ลดการเผา” เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจในช่วงที่ภาคเกษตรกำลังถูกผลักดันให้ลดการเผาในพื้นที่
เศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยวไม่ได้จำเป็นต้องเป็นของเสียเสมอไป หากสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในแปลง นำไปแปรรูป หรือเชื่อมกับตลาดที่ต้องการชีวมวลและวัสดุทางการเกษตรได้
อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้จากเศษวัสดุขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ ปริมาณ ต้นทุนรวบรวม ขนส่ง และตลาดในแต่ละพื้นที่ จึงไม่ควรตีความว่าเศษวัสดุทุกชนิดสามารถขายสร้างรายได้ได้ทันที
หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิดจาก
“เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วเผาทิ้ง”
ไปสู่การถามว่า
“สิ่งที่เหลืออยู่ในแปลง ยังสามารถใช้ประโยชน์หรือสร้างมูลค่าอะไรได้อีก?”
เก็บเกี่ยวคือช่วงที่ผลผลิตกำลังเปลี่ยนเป็นเงิน
กิจกรรม Field Day ที่อำเภอพบพระครั้งนี้จึงไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มผลผลิตต่อไร่
แต่ขยายความสนใจไปถึงช่วงปลายทางของการผลิต ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การลดความสูญเสีย การรักษาคุณภาพ การสร้างมูลค่า และการวางตลาด
สำหรับเกษตรกร นี่เป็นอีกมุมที่ควรให้ความสำคัญ
เพราะก่อนวันเก็บเกี่ยว ต้นพริก หัวมัน หรือฝักข้าวโพดยังเป็น “ผลผลิตในแปลง”
แต่หลังวันเก็บเกี่ยว...
ผลผลิตเหล่านั้นกำลังจะถูกตีราคาเป็นเงิน
ทุกเปอร์เซ็นต์ที่สูญเสียระหว่างเก็บเกี่ยวและก่อนขาย จึงสามารถหมายถึงรายได้ที่หายไปจากเกษตรกรโดยตรง
ดังนั้น นอกจากคำถามว่า
“ทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตมากขึ้น?”
อาจต้องเพิ่มอีกสองคำถามว่า
“ทำอย่างไรให้ของที่ผลิตมาแล้วสูญเสียน้อยที่สุด?”
และ
“ก่อนเก็บเกี่ยว เรารู้แล้วหรือยังว่าจะขายให้ใคร?”
เพราะการผลิตให้ได้เยอะเป็นเพียงครึ่งแรกของการทำเกษตร
อีกครึ่งหนึ่งคือการรักษาคุณภาพ สร้างมูลค่า และเปลี่ยนผลผลิตเหล่านั้นให้กลายเป็นรายได้กลับเข้าสู่ครัวเรือนเกษตรกร
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #พบพระ #ตาก #พริก #มันสำปะหลัง #ข้าวโพด #ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ #เก็บเกี่ยว #ลดต้นทุน #ลดการเผา #เศษวัสดุการเกษตร #ตลาดเกษตร #เกษตรกร


