เวียดนามเร่งขายข้าวปลายปี! จ่อส่งออกทั้งปี 7.7 ล้านตัน ชาวนาไทยจับตา “คู่แข่งกำลังเดินเกมอะไร?”

ตลาดข้าวโลกช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2026 กำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องจับตา หลังมีประมาณการว่าเวียดนามอาจส่งออกข้าวตลอดทั้งปีประมาณ 7.738 ล้านตัน ขณะที่ข้อมูล 8 เดือนแรกแสดงให้เห็นว่าประเทศส่งออกข้าวไปแล้วประมาณ 6.03 ล้านตัน
ตัวเลข 7.738 ล้านตันไม่ใช่ยอดส่งออกที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เป็นประมาณการสำหรับทั้งปี 2026 จึงต้องติดตามว่าการส่งออกในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมจะสามารถเดินไปถึงระดับดังกล่าวหรือไม่
ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนามระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี เวียดนามส่งออกข้าวประมาณ 6.03 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 2.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปริมาณส่งออกลดลงประมาณ 5% ขณะที่มูลค่าลดลงถึง 10.7%
ความแตกต่างระหว่างปริมาณและมูลค่าสะท้อนแรงกดดันจากราคาข้าวในตลาดโลก โดยราคาเฉลี่ยส่งออกตลอดช่วง 8 เดือนแรกอยู่ที่ประมาณ 481.5 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลงประมาณ 5.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
4 เดือนสุดท้าย ต้องส่งออกอีกประมาณ 1.71 ล้านตัน
หากเวียดนามจะไปถึงประมาณการส่งออกทั้งปีที่ 7.738 ล้านตัน จากยอด 8 เดือนแรก 6.03 ล้านตัน ประเทศจะต้องส่งออกเพิ่มอีกประมาณ 1.708 ล้านตันในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี
คิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 427,000 ตันต่อเดือน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมเป็นช่วงสำคัญของตลาดข้าวเวียดนาม
ในอีกด้านหนึ่ง ทิศทางราคาเริ่มมีสัญญาณที่น่าสนใจ
เดือนกรกฎาคม 2026 ราคาส่งออกข้าวเฉลี่ยของเวียดนามเพิ่มขึ้นมาอยู่ประมาณ 511 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมปีก่อน และถือเป็นครั้งแรกของปีที่ราคาเฉลี่ยรายเดือนกลับมาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบรายปี
หากราคาสามารถรักษาทิศทางฟื้นตัวไว้ได้ การส่งออกช่วงปลายปีอาจช่วยลดแรงกดดันต่อมูลค่าการส่งออกสะสมที่ยังติดลบอยู่
ตลาดสำคัญยังอยู่ที่เอเชีย แต่เวียดนามมองตลาดใหม่เพิ่ม
ฟิลิปปินส์ยังเป็นหนึ่งในตลาดหลักของข้าวเวียดนาม ขณะที่จีนมีบทบาททั้งในตลาดข้าวบริโภคและข้าวหักสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
เวียดนามยังมองโอกาสในตลาดแอฟริกาและตลาดที่มีความต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่แห่ง
อีกแนวทางที่เวียดนามให้ความสำคัญคือการเพิ่มสัดส่วนข้าวคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคากับผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างอินเดียเพียงอย่างเดียว
ทำไมชาวนาไทยต้องจับตา?
เวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญของประเทศไทยในตลาดข้าวโลก แต่การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นกับข้าวทุกชนิดและทุกตลาดในระดับเดียวกัน
สิ่งที่ต้องติดตามจึงไม่ใช่เพียงปริมาณส่งออกของเวียดนาม แต่รวมถึงชนิดข้าว ราคาเสนอขาย และตลาดปลายทาง
หากเวียดนามเพิ่มปริมาณข้าวเข้าสู่ตลาดที่ไทยแข่งขันอยู่โดยตรง อาจเพิ่มแรงกดดันด้านราคา
ในทางกลับกัน หากเวียดนามสามารถยกระดับราคาและเน้นข้าวคุณภาพสูงมากขึ้น การแข่งขันอาจเปลี่ยนจากการตัดราคาไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามอินเดีย ปากีสถาน และผู้ส่งออกรายอื่น เพราะตลาดข้าวโลกไม่ได้ถูกกำหนดจากไทยและเวียดนามเพียงสองประเทศ
ขายเยอะ แต่รายได้ยังลด เป็นสัญญาณที่ต้องอ่านให้ขาด
ตัวเลขของเวียดนามในปีนี้มีอีกบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตร
แม้เวียดนามส่งออกข้าวไปแล้วมากกว่า 6 ล้านตัน แต่รายได้จากการส่งออก 8 เดือนแรกกลับลดลง 10.7%
ดังนั้น การเพิ่มปริมาณส่งออกเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่ารายได้จะเพิ่มตาม
ราคาขาย คุณภาพสินค้า ต้นทุนการผลิต และตลาดปลายทางล้วนมีผลต่อรายได้ที่ประเทศและเกษตรกรได้รับ
ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีจึงต้องติดตามว่า เวียดนามจะเดินเกมอย่างไรเพื่อไปถึงประมาณการ 7.738 ล้านตัน และจะสามารถรักษาราคาส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวไว้ได้หรือไม่
สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า
*“เวียดนามจะขายข้าวได้กี่ล้านตัน?”**
แต่ต้องติดตามต่อว่า
“ข้าวที่เวียดนามกำลังเร่งขาย เป็นข้าวชนิดเดียวกับที่ไทยกำลังแข่งขันอยู่หรือไม่ และเขากำลังขายในราคาเท่าไร?”
เพราะคำตอบของสองคำถามนี้ต่างหากที่จะบอกได้ว่า การเร่งเครื่องส่งออกของเวียดนามช่วงปลายปีจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดข้าวไทยมากน้อยเพียงใด
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ชาวนา #ข้าว #ราคาข้าว #ข้าวไทย #ข้าวเวียดนาม #เวียดนาม #ส่งออกข้าว #ตลาดข้าวโลก #เกษตรกร


