เอลนีโญจ่อบีบฤดูฝน! ซิมบับเวปรับเกมปลูก ลดเสี่ยงข้าวโพด ดันพืชทนแล้ง–พันธุ์อายุสั้น

ซิมบับเวเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์การเพาะปลูกสำหรับฤดูการผลิต 2026/27 เพื่อรับมือความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยรัฐบาลแนะนำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้าวโพดในพื้นที่ที่มีโอกาสได้รับฝนน้อย พร้อมหันไปใช้พืชทนแล้งและพันธุ์ที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้นลง
ศาสตราจารย์ Obert Jiri ปลัดกระทรวงด้านการเกษตรของซิมบับเว เปิดเผยระหว่างงาน Zimbabwe Agricultural Show ครั้งที่ 116 ที่กรุงฮาราเรว่า เกษตรกรจำเป็นต้องเลือกชนิดพืชและพันธุ์ให้สอดคล้องกับเขตนิเวศเกษตรของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของผลผลิตจากสภาพอากาศ
รัฐบาลประเมินว่าความเหมาะสมในการปลูกข้าวโพดอาจถูกจำกัดมากขึ้นในหลายพื้นที่ หากฤดู 2026/27 เผชิญสภาพฝนต่ำหรือช่วงฤดูฝนสั้นลงตามความเสี่ยงจากเอลนีโญ
แนวทางสำคัญจึงเป็นการกระจายความเสี่ยงไปสู่พืชที่สามารถรับมือกับสภาพแห้งแล้งได้ดีกว่า เช่น ข้าวฟ่าง Sorghum มิลเล็ต ทานตะวัน และธัญพืชพื้นเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปริมาณฝนจำกัด
ขณะเดียวกัน ซิมบับเวยังให้ความสำคัญกับพันธุ์พืชอายุสั้นและอายุปานกลาง ซึ่งมีโอกาสเจริญเติบโตและเก็บเกี่ยวได้ทันภายในช่วงเวลาที่มีฝน
รัฐบาลได้หารือกับบริษัทเมล็ดพันธุ์หลายแห่ง เพื่อเตรียมเมล็ดพันธุ์แบบ Climate-Smart ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในฤดูที่จะถึงนี้
ภาคธุรกิจเมล็ดพันธุ์ยังเสนอให้เกษตรกรใช้วิธีกระจายความเสี่ยงหลายชั้น เช่น ปลูกในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เลือกพันธุ์ที่มีอายุเก็บเกี่ยวหลายระดับ และเพิ่มการเก็บกักน้ำในพื้นที่การเกษตร
อีกหนึ่งแนวทางคือการรักษาความชื้นในดิน โดยใช้เศษพืชคลุมหน้าดินเพื่อลดการระเหยของน้ำ รวมถึงปรับวิธีเตรียมดินเพื่อช่วยเพิ่มการซึมผ่านของน้ำ
ก่อนหน้านี้รัฐบาลซิมบับเวยังได้วางมาตรการรับมือความเสี่ยงภัยแล้งสำหรับฤดู 2026/27 หลายด้าน ทั้งการเพิ่มปริมาณสำรองธัญพืช การขยายระบบชลประทาน การส่งเสริมเกษตรแบบ Climate-Smart และการเพิ่มสัดส่วนพืชทนแล้ง
พื้นที่เกษตรที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ Natural Regions III, IV และ V ถูกส่งเสริมให้เพิ่มการผลิตธัญพืชพื้นเมืองที่สามารถทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดีกว่าข้าวโพด
สิ่งที่น่าสนใจจากแนวทางของซิมบับเวคือ การรับมือเอลนีโญไม่ได้หมายถึงการเลิกปลูกข้าวโพด แต่เป็นการ “กระจายความเสี่ยง” ทั้งชนิดพืช พันธุ์ วันปลูก และการจัดการน้ำ เพื่อไม่ให้ความมั่นคงทางอาหารของประเทศขึ้นอยู่กับพืชหรือสภาพฝนเพียงรูปแบบเดียว
กรณีดังกล่าวเป็นอีกสัญญาณที่ภาคเกษตรทั่วโลกต้องจับตา เพราะเมื่อสภาพอากาศมีความผันผวนสูงขึ้น แนวคิดการเลือกพืชให้เหมาะกับพื้นที่และเลือกพันธุ์ให้เหมาะกับช่วงฝน อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกร
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #เกษตรต่างประเทศ #ซิมบับเว #เอลนีโญ #ElNino #ข้าวโพด #ข้าวฟ่าง #มิลเล็ต #ทานตะวัน #ภัยแล้ง #พืชทนแล้ง #ClimateSmartAgriculture #เกษตรกร


