แชร์

ฟางไม่ต้องเผา เปลี่ยนเป็นเงินได้! โครงการนำร่องลดต้นทุนสูงสุด 32% รายได้สุทธิเพิ่มสูงสุด 49%

อัพเดทล่าสุด: 30 ส.ค. 2026
42 ผู้เข้าชม

ฟางข้าวที่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือหลังเก็บเกี่ยว กำลังถูกพัฒนาให้เป็นทั้งตัวช่วยลดต้นทุนและวัตถุดิบสร้างรายได้ หลังสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ ARDA สนับสนุนกรมการข้าวขยายผลเทคโนโลยีจัดการตอซังและฟางข้าวแบบไม่เผา

โครงการนำร่องดำเนินการในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร มีเกษตรกรเข้าร่วม 92 ราย และรายงานว่าสามารถลดพื้นที่เผาได้ 2,091 ไร่ ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นผลเฉพาะกลุ่มและพื้นที่นำร่อง ไม่ใช่การรับประกันผลสำหรับชาวนาทั่วประเทศ

ผลดำเนินงานที่โครงการรายงานระบุว่า ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 19–24% หรือประมาณ 190–250 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุนการผลิตลดลง 20–32% หรือ 1,114–1,968 บาทต่อไร่ ขณะที่รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 35–49% หรือ 2,424–3,471 บาทต่อไร่

แนวทางที่ใช้ไม่ได้มีเพียงการรณรงค์ให้งดเผา แต่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ช่วยย่อยตอซังและฟาง ซึ่งรายงานว่าสามารถเร่งการย่อยสลายได้ภายใน 5–7 วัน รวมถึงการใช้เครื่องผลิตชีวมวลอัดเม็ดแบบเคลื่อนที่เข้าไปแปรรูปฟางในพื้นที่ ลดข้อจำกัดในการรวบรวมและขนส่งวัสดุที่มีปริมาตรมาก

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล (ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร) กล่าวว่า การแก้ปัญหาการเผาอย่างยั่งยืนไม่ควรหยุดอยู่เพียงการรณรงค์ให้เกษตรกรงดเผา แต่ต้องสร้างทางเลือกที่แสดงให้เห็นว่าการไม่เผาสามารถสร้างประโยชน์และรายได้มากกว่า

ด้านศักยภาพเชิงธุรกิจ เครื่องจักรถูกระบุว่าสามารถแปรรูปฟางได้ประมาณ 45.31 ตันต่อวัน มีต้นทุนแปรรูป 1,116.83 บาทต่อตัน ขณะที่ชีวมวลอัดเม็ดจำหน่ายเฉลี่ย 2,700 บาทต่อตัน คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิประมาณ 1,583.17 บาทต่อตัน และคาดว่าจะคืนทุนภายใน 3 ปี

ปัจจุบันโครงการรายงานว่าผลิตชีวมวลอัดเม็ดได้ 1,359.15 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3,669,705 บาท พร้อมเชื่อมโยงการจำหน่ายกับภาคอุตสาหกรรม จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่การมีเครื่องจักร แต่ต้องมีระบบรวบรวม แปรรูป และตลาดรับซื้อที่เดินต่อได้

ในมิติสิ่งแวดล้อม โครงการประเมินว่าปริมาณชีวมวลที่ผลิตได้ในปัจจุบันช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 2,038.73 tCO₂e ส่วนการผลิต 40,000 ตันภายใน 2 ปี และการลดก๊าซเรือนกระจกสะสมมากกว่า 60,000 tCO₂e เป็นเป้าหมายและการคาดการณ์ในอนาคต ยังไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว เช่นเดียวกับแผนขยายผลไปยัง 4 จังหวัด ซึ่งเป็นแผนระยะต่อไปของโครงการ ไม่ใช่พื้นที่ที่ดำเนินการเสร็จแล้วทั้งหมดในปัจจุบันตามรายงานนี้ สำหรับระยะต่อไป โครงการตั้งเป้าครอบคลุม 2,000 ไร่ ผลิตชีวมวลอัดเม็ด 2,000 ตันต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนให้เกษตรกรกับชุมชนไม่น้อยกว่า 5.4 ล้านบาทต่อปี โดยทั้งหมดเป็นเป้าหมายที่ต้องติดตามผลต่อไป ทั้งนี้ ยังไม่พบรายงานประเมินฉบับเต็มหรือการตรวจสอบตัวเลขโดยหน่วยงานอิสระ จึงควรอ่านตัวเลขในฐานะผลดำเนินงานที่โครงการรายงาน และไม่ควรสรุปว่าการไม่เผาฟางเพียงอย่างเดียวทำให้เกิดผลทั้งหมด เพราะโครงการมีทั้งจุลินทรีย์ เครื่องจักร การแปรรูป และการเชื่อมตลาด ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างตามพื้นที่ วิธีจัดการฟาง ต้นทุน รอบการผลิต และความพร้อมของผู้รับซื้อ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้