ฤดูหน้าคาดสะดุดแน่ ทุเรียน 4 หมื่นไร่โดนน้ำท่วม! นายกสมาคมทุเรียนไทยห่วงต้นฟื้นไม่ทัน

พื้นที่สวนทุเรียนในจันทบุรีและระยองได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวมเบื้องต้นเกือบ 40,000 ไร่ โดยนายกสมาคมทุเรียนไทยกังวลว่า หากต้นทุเรียนใช้เวลาฟื้นตัวหลังน้ำลด อาจกระทบกระบวนการเตรียมต้นและทำดอกสำหรับผลผลิตฤดูถัดไป
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเกือบ 40,000 ไร่เป็น “พื้นที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น” ไม่ใช่พื้นที่ทุเรียนเสียหายสิ้นเชิงทั้งหมด และยังไม่มีตัวเลขยืนยันว่าผลผลิตฤดูหน้าจะลดลงเท่าใด
ระยอง 19,000 ไร่ จันทบุรีกว่า 20,000 ไร่
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปลูกทุเรียนภาคตะวันออก
นายกฤติเดชระบุว่า จากตัวเลขที่ได้รับทราบผ่านรายงานข่าว พบว่าพื้นที่ทุเรียนที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดระยองอยู่ที่ประมาณ 19,000 ไร่
ส่วนจังหวัดจันทบุรีอยู่ที่ประมาณ 20,000 ไร่เศษ
รวมเบื้องต้นเกือบ 40,000 ไร่
ทั้งสองจังหวัดถือเป็นพื้นที่ผลิตทุเรียนสำคัญของประเทศไทย จึงทำให้ผลกระทบต่อสวนในครั้งนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เกือบ 40,000 ไร่ ไม่ใช่ทุเรียนเสียหายทั้งหมด
ตัวเลขพื้นที่ดังกล่าวต้องรักษาสถานะให้ถูกต้อง
นายกสมาคมทุเรียนไทยระบุถึง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ไม่ได้หมายความว่าต้นทุเรียนในพื้นที่เกือบ 40,000 ไร่ตายหรือเสียหายทั้งหมด
หลังระดับน้ำลดลง ยังต้องสำรวจสวนจริงเพื่อแยกว่า พื้นที่ใดสามารถฟื้นฟูได้ พื้นที่ใดได้รับความเสียหายบางส่วน และพื้นที่ใดเสียหายรุนแรง
ดังนั้น จึงยังไม่ควรนำตัวเลขเกือบ 40,000 ไร่ไปคูณกับผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ เพื่อสร้างตัวเลขปริมาณทุเรียนหรือมูลค่าความเสียหาย
ทำไมต้องห่วงผลผลิตฤดูหน้า
ความกังวลไม่ได้มีเพียงความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างน้ำท่วม แต่รวมถึงสภาพต้นทุเรียนหลังน้ำลด
นายกสมาคมทุเรียนไทยแสดงความกังวลว่า น้ำท่วมขังอาจส่งผลต่อระบบราก ขณะที่ต้นทุเรียนจำเป็นต้องใช้เวลาฟื้นตัวหลังสถานการณ์น้ำคลี่คลาย
ช่วงเวลานี้มีความสำคัญ เพราะสวนทุเรียนกำลังเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมของต้นเพื่อทำดอกสำหรับผลผลิตฤดูถัดไป
หากต้นฟื้นตัวช้า ความสมบูรณ์ไม่เพียงพอ หรือระบบรากได้รับความเสียหาย ก็อาจกระทบต่อการออกดอกและติดผลในฤดูหน้าได้
อย่างไรก็ตาม คำว่า “อาจกระทบ” เป็นสถานะที่สำคัญ เพราะขณะนี้ยังไม่มีผลสำรวจที่ยืนยันว่าผลผลิตทุเรียนฤดูหน้าจะลดลงกี่ตันหรือกี่เปอร์เซ็นต์
อย่าเพิ่งสรุป “ทุเรียนปีหน้าขาด–ราคาขึ้น”
แม้จันทบุรีและระยองจะเป็นพื้นที่ผลิตทุเรียนสำคัญ แต่การที่สวนเกือบ 40,000 ไร่ได้รับผลกระทบ ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าผลผลิตทุเรียนฤดูหน้าจะขาดตลาด
ต้องทราบก่อนว่าในพื้นที่ดังกล่าว
มีต้นทุเรียนเสียหายจริงกี่ต้น
พื้นที่เสียหายสิ้นเชิงกี่ไร่
พื้นที่ฟื้นฟูได้กี่ไร่
ต้นที่ฟื้นได้สามารถทำดอกตามรอบได้หรือไม่
และผลกระทบเกิดกับต้นอายุหรือสภาพสวนแบบใด
จนกว่าจะมีข้อมูลเหล่านี้ การฟันธงว่าผลผลิตลดลงหรือราคาทุเรียนจะเพิ่มขึ้นยังเร็วเกินไป
เกษตรกรต้องจับตาอะไรหลังน้ำลด
สำหรับชาวสวน สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากนี้คือการประเมินสภาพต้นจริงหลังน้ำลด โดยเฉพาะระบบรากและความสามารถในการฟื้นตัว
ส่วนในภาพตลาด สิ่งที่ต้องติดตามคือผลสำรวจพื้นที่เสียหายอย่างเป็นทางการ และพัฒนาการของการทำดอกในสวนที่ได้รับผลกระทบ
หากต้นส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวและเข้าสู่รอบการผลิตได้ ผลกระทบต่อผลผลิตฤดูหน้าอาจจำกัด
แต่หากพบความเสียหายต่อระบบรากจำนวนมากจนต้นฟื้นไม่ทันรอบทำดอก ความเสี่ยงต่อผลผลิตฤดูหน้าก็จะชัดเจนขึ้น
ดังนั้น ตัวเลขสำคัญหลังจากนี้ไม่ใช่เพียง “เกือบ 40,000 ไร่ได้รับผลกระทบ” แต่คือ ในพื้นที่นั้นเสียหายจริงเท่าไร และกลับเข้าสู่การผลิตได้มากน้อยเพียงใด
ข้อมูลเผยแพร่ 7 ตุลาคม 2569
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ / ข้อมูลจากนายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


