สวนมะพร้าวช่วงฝนชุกต้องเช็ก! กองควบคุมพืชฯ เตือน “ด้วงงวงมะพร้าว” เจาะซ้ำแผลด้วงแรด ปล่อยหนักต้นเป็นโพรง–ยอดหักถึงตายได้

กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเตือนผู้ปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังด้วงงวงมะพร้าวชนิดเล็กและชนิดใหญ่ช่วงฝนตกชุก โดยเฉพาะต้นที่มีบาดแผลหรือเคยถูกด้วงแรดมะพร้าวเข้าทำลาย เพราะด้วงงวงสามารถเข้าวางไข่ตามบาดแผล ก่อนที่ตัวหนอนจะชอนไชกัดกินภายในจนเกิดโพรง แผลเน่า ยอดเฉาหรือหักพับ และหากเสียหายรุนแรงอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้
กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเผยแพร่คำเตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวเฝ้าระวัง ด้วงงวงมะพร้าวชนิดเล็กและด้วงงวงมะพร้าวชนิดใหญ่ ในช่วงที่มีฝนตกชุกและอากาศมีความชื้นสูง
คำเตือนครอบคลุมมะพร้าวทั้งระยะที่ยังไม่ให้ผลผลิตและระยะให้ผลผลิตแล้ว โดยจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือต้นที่มีบาดแผล รอยแตก หรือร่องรอยจากการเข้าทำลายของด้วงแรดมะพร้าว
ด้วงแรดเปิดแผล ด้วงงวงเข้าซ้ำ
ข้อมูลวิชาการระบุว่า ด้วงงวงมะพร้าวมักเข้าทำลายตามรอยที่ด้วงแรดมะพร้าวสร้างความเสียหายไว้ โดยตัวเต็มวัยสามารถวางไข่บริเวณบาดแผลตามลำต้น รอยแตกของเปลือก หรือบริเวณที่ด้วงแรดเจาะ
นอกจากนี้ ด้วงงวงยังสามารถเข้าทำลายส่วนอ่อนของมะพร้าวเพื่อวางไข่ได้
จึงมีความสัมพันธ์สำคัญระหว่างศัตรูพืชสองกลุ่มนี้ คือ การมีบาดแผลจากด้วงแรดสามารถเพิ่มช่องทางให้ด้วงงวงเข้าทำลายซ้ำ
ตัวหนอนซ่อนอยู่ข้างใน จึงอาจรู้ตัวช้า
ความเสียหายสำคัญเกิดขึ้นหลังไข่ฟักเป็นตัวหนอน
หนอนจะกัดกินและชอนไชอยู่ภายในต้นมะพร้าว ทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย เกิดโพรงและแผลเน่าภายใน
ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรระบุว่า การเข้าทำลายระยะแรกอาจสังเกตจากภายนอกได้ยาก เพราะหนอนอาศัยและกัดกินอยู่ภายในต้น
นี่เป็นเหตุผลที่เกษตรกรไม่ควรรอจนต้นแสดงอาการรุนแรงแล้วจึงเริ่มตรวจสอบ
อาการไหนที่ชาวสวนควรสังเกต?
ต้นมะพร้าวที่ได้รับความเสียหายอาจเริ่มแสดงอาการ เฉา ยอดผิดปกติ หรือยอดหักพับ
บริเวณที่หนอนเข้าทำลายสามารถเกิดเป็นโพรง มีรูและแผลเน่าต่อเนื่องไปยังบริเวณใกล้เคียง
หากการกัดกินรุนแรงจนภายในต้นเป็นโพรงขนาดใหญ่ การลำเลียงน้ำและอาหารขึ้นไปยังส่วนยอดจะมีปัญหา และอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายในที่สุด
สำหรับด้วงงวงมะพร้าวชนิดใหญ่ ข้อมูลวิชาการระบุว่ามักสร้างความเสียหายบริเวณยอดอ่อน ขณะที่ชนิดเล็กสามารถเข้าทำลายบริเวณลำต้นได้
ป้องกันสำคัญกว่ารอให้ต้นแสดงอาการหนัก
หลักสำคัญในการลดความเสี่ยงคือการไม่ปล่อยให้ต้นมะพร้าวมีบาดแผลที่กลายเป็นช่องทางวางไข่ และต้องควบคุมปัญหาด้วงแรดมะพร้าวควบคู่กัน
เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวน โดยเฉพาะต้นที่มีรอยเจาะ รอยแตก บาดแผลบริเวณลำต้นและส่วนยอด รวมถึงต้นที่เคยมีประวัติถูกด้วงแรดเข้าทำลาย
หากพบต้นที่ถูกด้วงงวงทำลายอย่างรุนแรง ข้อมูลวิชาการของกรมวิชาการเกษตรมีแนวทางให้จัดการต้นที่เป็นแหล่งอาศัย พร้อมทำลายตัวหนอน เพื่อไม่ปล่อยให้เป็นแหล่งขยายพันธุ์ต่อไป
อย่ารีบพ่นสารเพียงเพราะเห็นคำเตือน
คำเตือนภัยศัตรูพืชมีเป้าหมายให้เกษตรกร สำรวจและเฝ้าระวัง ไม่ได้หมายความว่าสวนมะพร้าวทุกแห่งจำเป็นต้องใช้สารกำจัดแมลงทันที
เนื่องจากตัวหนอนของด้วงงวงอาศัยอยู่ภายในต้น การจัดการต้องพิจารณาระยะและความรุนแรงของการเข้าทำลาย รวมถึงจัดการแหล่งเข้าทำลายอย่างเหมาะสม
หากไม่แน่ใจว่าเป็นด้วงงวงมะพร้าวหรือศัตรูชนิดอื่น ควรตรวจสอบชนิดและอาการให้ชัดเจนก่อนเลือกวิธีจัดการ
เกษตรกรต้องจำอะไรจากข่าวนี้?
จุดสำคัญที่สุดคือ อย่ามองด้วงแรดและด้วงงวงเป็นปัญหาแยกจากกัน
เมื่อพบร่องรอยด้วงแรดหรือบาดแผลบนต้นมะพร้าว ควรเพิ่มความถี่ในการสำรวจหาความผิดปกติจากด้วงงวง เพราะบาดแผลดังกล่าวสามารถเป็นช่องทางให้เข้าวางไข่ได้
ยิ่งตรวจพบเร็ว โอกาสจัดการก่อนความเสียหายลุกลามภายในต้นก็ยิ่งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำเตือนครั้งนี้เป็น การแจ้งความเสี่ยงในช่วงสภาพอากาศฝนตกชุก ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าขณะนี้เกิดการระบาดของด้วงงวงมะพร้าวในทุกพื้นที่ของประเทศ
ข้อมูลวิชาการประกอบ : กรมวิชาการเกษตร
ที่มา : กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


