แชร์

พริกจินดาเขียว 70 เหลือ 42 บาท/กก.! “ศุภจี” สั่งเร่งเติมผักเข้าตลาด รับน้ำท่วม–กินเจ แต่บางตัวยังแพง

อัพเดทล่าสุด: 6 ต.ค. 2026
60 ผู้เข้าชม

กรมการค้าภายในเร่งเชื่อมผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลาง หลังฝนหนักและน้ำท่วมทำให้ผักเข้าสู่ตลาดลดลง ล่าสุดราคาขายส่งตลาดสี่มุมเมืองบางรายการเริ่มผ่อนลง พริกจินดาเขียวจากระดับสูงสุด 70 เหลือ 42 บาท/กก. กะหล่ำปลีเขียว 12 เหลือ 8 บาท/กก. แต่ผักบางชนิดยังอยู่ในระดับสูงและใบแมงลักยังมีแนวโน้มเพิ่ม ย้ำทั้งหมดเป็นราคาขายส่งตลาดสี่มุมเมือง ไม่ใช่ราคาหน้าสวนหรือราคาทั่วประเทศ

กระทรวงพาณิชย์รายงานสถานการณ์ผักสดวันที่ 5 ตุลาคม 2569 หลังฝนตกหนักและอุทกภัยส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกสำคัญหลายแห่ง

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า พื้นที่เพาะปลูกสำคัญในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบ ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง

แม้แต่พื้นที่ที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่มีฝนตกต่อเนื่อง ก็พบผลกระทบต่อคุณภาพและความเสียหายของผลผลิตบางส่วน โดยเฉพาะผักใบ

การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้นยังส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาผักบางรายการสูงขึ้น

พริกจินดาเขียว 70 เหลือ 42 บาท/กก.

จากการติดตาม ราคาขายส่งที่ตลาดสี่มุมเมือง กรมการค้าภายในพบว่าผักบางรายการเริ่มมีแนวโน้มราคาลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตัวอย่าง ได้แก่

- กะหล่ำปลีเขียว จาก 12 เหลือ 8 บาท/กก.
- พริกจินดาเขียว จาก 70 เหลือ 42 บาท/กก.
- พริกจินดาแดง จาก 50 เหลือ 40 บาท/กก.
- ผักกาดขาว (ลุ้ย) จาก 18 เหลือ 17 บาท/กก.
- โหระพา จาก 170 เหลือ 150 บาท/กก.

กรมการค้าภายในมองว่า การที่ผักเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นบางส่วนช่วยให้สถานการณ์ราคาผ่อนคลายลง

แต่ยังไม่ได้ลงทุกชนิด

ผักกลุ่มใบและลำต้นอ่อนบางรายการยังต้องจับตา

ต้นหอมลดจากระดับสูงสุด 150 เหลือ 130 บาท/กก. และใบกะเพราจาก 150 เหลือ 120 บาท/กก.

ส่วนผักบุ้งจีนอยู่ที่ 100 บาท/กก. และผักบุ้งไทย 32 บาท/กก. โดยกรมการค้าภายในระบุว่าเริ่มทรงตัวในช่วงวันที่ 3–4 ตุลาคม

ผักกาดขาว (ลุ้ยจีน) ทรงตัวที่ 13 บาท/กก.

ขณะที่ ใบแมงลักยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 140 บาท/กก. เนื่องจากฝนหนักกระทบแหล่งผลิตหลักและทำให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง

ตัวเลขทั้งหมดเป็น “ราคาขายส่งตลาดสี่มุมเมือง”

สถานะของราคาชุดนี้สำคัญมาก

ตัวเลขที่กระทรวงพาณิชย์รายงานเป็น ราคาขายส่งจากตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นตลาดกลางและแหล่งกระจายผักขนาดใหญ่

จึงไม่ใช่ราคาหน้าสวนที่เกษตรกรได้รับ และไม่ใช่ราคาขายปลีกที่ผู้บริโภคทุกพื้นที่ต้องซื้อ

นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้ราคาจากตลาดสี่มุมเมืองจุดเดียวแทนราคาผักทั่วประเทศ เพราะแต่ละตลาดมีปริมาณสินค้า แหล่งผลิต คุณภาพ และต้นทุนขนส่งแตกต่างกัน

ดังนั้นสถานการณ์ที่พูดได้จากข้อมูลชุดนี้คือ ราคาขายส่งผักบางรายการที่ตลาดสี่มุมเมืองเริ่มลดลง ไม่ใช่ “ราคาผักทั่วประเทศลดแล้ว”

กรมการค้าภายในเร่งดึงผลผลิตเข้าตลาด

เพื่อแก้ปัญหาผักเข้าสู่ตลาดลดลง กรมการค้าภายในประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ ได้แก่ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง

เป้าหมายคือเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ระบบและช่วยให้มีสินค้าเพียงพอกับความต้องการ

หากพื้นที่น้ำท่วมขังมีปัญหานำผลผลิตออกสู่ตลาด กรมการค้าภายในระบุว่าจะประสานทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนที่มีความพร้อมเข้าช่วยแก้ปัญหาการขนส่งและการกระจายสินค้า

“ศุภจี” สั่งจับตาราคา–ห้ามฉวยโอกาส

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งแก้ปัญหา

นอกจากการเพิ่มการเชื่อมโยงผักเข้าสู่ตลาดแล้ว ยังให้ตรวจสอบการปิดป้ายราคา ป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคา และตรวจสอบเครื่องชั่งเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค

กินเจ 9–18 ต.ค. ความต้องการผักมีโอกาสเพิ่ม

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือเทศกาลกินเจปี 2569 ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม

กรมการค้าภายในเตรียมกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ร่วมกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และผู้ประกอบการอาหาร

มีทั้งอาหารเจปรุงสุกและโปรโมชั่นวัตถุดิบ–เครื่องปรุงเจ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าบางรายการจะลดสูงสุดกว่า 50%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข “ลดสูงสุดกว่า 50%” เป็นโปรโมชั่นภายใต้กิจกรรม ไม่ใช่การลดราคาผักสดทุกชนิดในตลาด

เกษตรกรได้ประโยชน์หรือยัง?

การเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาดสามารถช่วยเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าจากพื้นที่ที่ยังมีผลผลิตออกสู่ตลาดได้

แต่ข้อมูลชุดนี้ ไม่ได้รายงานราคาหน้าสวน และยังไม่มีหลักฐานว่าเกษตรกรได้รับราคาสูงขึ้นหรือต่ำลงจากมาตรการดังกล่าว

จึงไม่ควรนำราคาขายส่งที่ตลาดสี่มุมเมืองลดลงไปสรุปว่า “ราคาหน้าสวนลดแล้ว”

ในทางกลับกัน การที่ราคาขายส่งบางรายการลดลงก็ไม่ได้แปลว่าเกษตรกรถูกกดราคา เพราะยังต้องดูปริมาณผลผลิต คุณภาพ จุดซื้อขาย ค่าขนส่ง และเงื่อนไขของแต่ละตลาดประกอบ

สิ่งที่ต้องจับตาต่อ

ช่วงวันที่ 9–18 ตุลาคมมีสองปัจจัยสวนทางกัน คือ ความต้องการผักในช่วงกินเจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่แหล่งผลิตบางพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากฝนและน้ำท่วม

จึงต้องติดตามว่า กรมการค้าภายในจะสามารถเชื่อมผลผลิตจากพื้นที่ที่ยังมีสินค้าเข้ามาทดแทนได้มากเพียงใด

สำหรับเกษตรกร สิ่งที่ควรดูควบคู่กันคือราคาหน้าสวนจริงในพื้นที่ของตน ปริมาณผลผลิตที่ออกตลาดได้ และความต้องการรับซื้อจากตลาดกลาง

เพราะข้อมูลราคาขายส่งเพียงตลาดเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปทิศทางรายได้ของเกษตรกรทั่วประเทศ

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้