น้ำท่วมดันผักขึ้นตามน้ำ ถั่วฝักยาว 45→70 บาท คะน้า–กวางตุ้ง–ผักบุ้ง 40→60 บาท/กก.

น้ำท่วมกระทบแหล่งปลูกและการขนส่งผัก เดลินิวส์สำรวจตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี 3 ต.ค. 2569 พบผักหลายชนิดปรับราคา ถั่วฝักยาวจาก 45 เป็น 70 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่คะน้า กวางตุ้ง และผักบุ้งจีน จาก 40 เป็น 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้องย้ำว่าเป็นราคาจากตลาดจุดเดียว ไม่ใช่ราคาหน้าสวนหรือราคาเฉลี่ยทั่วประเทศ
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ลงพื้นที่สำรวจแผงจำหน่ายผักสดภายในตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี พบว่าผักสดหลายรายการปรับราคาสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กระทบทั้งพื้นที่เพาะปลูกและการขนส่งสินค้าเข้าสู่ตลาด
ขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในตลาดค่อนข้างเงียบ โดยผู้ค้าให้ข้อมูลว่าประชาชนในพื้นที่ประสบภัยบางส่วนเดินทางออกมาจับจ่ายสินค้าได้น้อยลง
เช็กราคาผักที่ปรับขึ้น
ราคาที่เดลินิวส์รายงานจากตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี ได้แก่
- ถั่วฝักยาว จาก 45 บาท เป็น 70 บาท/กก.
- ต้นหอม จาก 120 บาท เป็น 150 บาท/กก.
- ผักชี จาก 150 บาท เป็น 180 บาท/กก.
- กะหล่ำปลี จาก 60 บาท เป็น 80 บาท/กก.
- คะน้า จาก 40 บาท เป็น 60 บาท/กก.
- กวางตุ้ง จาก 40 บาท เป็น 60 บาท/กก.
- ผักบุ้งจีน จาก 40 บาท เป็น 60 บาท/กก.
อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลจากตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี ณ วันที่สำรวจ ไม่ใช่ราคาหน้าสวน และไม่ควรนำไปใช้แทนราคาผักทั่วจังหวัดหรือทั่วประเทศ
น้ำท่วมกระทบทั้งแปลงปลูกและการขนส่ง
นางคงขำ เกษเส็ง อายุ 54 ปี แม่ค้าผักสดซึ่งจำหน่ายผักมานานกว่า 10 ปี ให้ข้อมูลว่า น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกผักทั้งในจังหวัดอุทัยธานีและพื้นที่อื่น บางพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย ส่วนแหล่งปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบยังผลิตผักได้ไม่ทันความต้องการ ทำให้ปริมาณสินค้าที่ส่งเข้าสู่ตลาดลดลง
อีกปัจจัยคือต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ค้าเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ต้นทุนผักที่นำเข้ามาจำหน่ายเพิ่มตามไปด้วย
แม่ค้าระบุกำไรเหลือประมาณ 10 บาท/กก.
นางคงขำระบุว่า ราคาที่รับผักเข้ามาจำหน่ายมีความผันผวน บางวันลดลง บางวันปรับสูงขึ้น โดยปัจจุบันมีกำไรจากการขายประมาณกิโลกรัมละ 10 บาท
ผู้ค้าระบุว่าไม่สามารถบวกราคาขายเพิ่มมากเกินไป เพราะอาจทำให้สินค้าขายไม่หมดและเกิดความเสียหายจากผักเน่าเสีย
เกษตรกรต้องอ่านตัวเลขนี้อย่างไร
สิ่งที่น่าจับตาคือผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถส่งผ่านจาก แปลงปลูก → ปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาด → ต้นทุนขนส่ง → ราคาขายปลีก ได้
แต่ราคาขายปลีกที่สูงขึ้นในตลาดแห่งหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรผู้ปลูกผักจะได้รับราคาหน้าสวนสูงขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะราคาที่เกษตรกรได้รับยังขึ้นอยู่กับพื้นที่ แหล่งรับซื้อ คุณภาพสินค้า ปริมาณผลผลิต ค่าขนส่ง และช่องทางการตลาด
นอกจากนี้ ผู้ค้าในต้นทางยังระบุว่าราคาผักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน จึงต้องติดตามทั้งสถานการณ์น้ำ ปริมาณผลผลิต และราคาจากตลาดแต่ละพื้นที่ต่อไป
ที่มา : เดลินิวส์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


