แชร์

ฝนมาอีก 2 ระลอก! เกษตรฯ เตือน 4–7 และ 9–12 ต.ค. เตรียมเรือ 30 ลำ–เปิดรายงานน้ำทุกเช้า

อัพเดทล่าสุด: 5 ต.ค. 2026
24 ผู้เข้าชม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมรับฝนอีก 2 ช่วง ระหว่าง 4–7 และ 9–12 ตุลาคม 2569 แบ่งติดตามสถานการณ์ 4 กลุ่มพื้นที่เสี่ยง เตรียมเรือตรวจการประมง 30 ลำ พร้อมจัด Safety Area ที่บางไทร พระนครศรีอยุธยา ขณะที่เตรียมเปิดแถลงสถานการณ์น้ำทุกวันเวลา 09.00 น. เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรติดตามข้อมูลน้ำโดยตรง

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 มีรายงานการยกระดับการเตรียมพร้อมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับมือสถานการณ์ฝนและน้ำในช่วงต่อจากนี้ โดยมีสาระใหม่สำคัญคือการเตรียมรับฝน 2 ช่วง การจัดเรือช่วยเหลือ การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย และการรายงานสถานการณ์น้ำเป็นรายวัน

จับตาฝน 2 ช่วง 4–7 และ 9–12 ตุลาคม

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุถึงการเตรียมความพร้อม หลังมีการพยากรณ์ว่าช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม จะเริ่มมีฝนในหลายพื้นที่ และช่วงวันที่ 9–12 ตุลาคม มีการคาดการณ์ว่าฝนอาจหนักใกล้เคียงกับช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

จึงสั่งให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมกำลังและเครื่องมือเพื่อรองรับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีน้ำท่วมอยู่เดิมและอาจได้รับน้ำเพิ่มจากฝนระลอกใหม่

กรมประมงเตรียมเรือ 30 ลำเข้าพื้นที่น้ำสูง

กรมประมงได้รับคำสั่งให้จัดชุดเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่ รถยนต์ และ เรือตรวจการประมง 30 ลำ สำหรับสนับสนุนพื้นที่ประสบภัย

เป้าหมายสำคัญคือพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูง ชุมชนที่เดินทางเข้าออกลำบาก และการขนส่งอาหารหรือสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านพืช ประมง และปศุสัตว์จะติดตามผลกระทบ เตรียมการเคลื่อนย้ายสัตว์ จัดหาอาหารสัตว์ ดูแลสุขภาพสัตว์ รวมถึงสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ต่อไป

ตั้ง Safety Area ที่บางไทร

อีกมาตรการคือการประสานจังหวัดจัด Safety Area หรือพื้นที่ปลอดภัย เพื่อใช้เป็นจุดรับและกระจายข้าวสาร อาหาร นม อาหารสัตว์ และสิ่งของจำเป็น

เบื้องต้น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้จัดพื้นที่รองรับผู้ประสบภัยที่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พื้นที่ดังกล่าวใช้รองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

เครื่องสูบน้ำ 1,914 เครื่อง เป็นกำลังที่เตรียมไว้ ไม่ใช่ยอดเพิ่มใหม่

กรมชลประทานเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1,914 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 7 เครื่อง และรถขุดตีนตะขาบ 2 คัน พร้อมหน่วยช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเครื่องสูบน้ำ 1,914 เครื่องเป็นข้อมูลทรัพยากรที่มีการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์อยู่แล้ว จึงไม่ควรตีความว่าเป็นการเพิ่มเครื่องสูบน้ำใหม่ทั้งหมดในวันที่ 3 ตุลาคม

แบ่งติดตามน้ำ 4 กลุ่มพื้นที่

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า กระทรวงจัดระบบติดตามและช่วยเหลือออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

ภาคตะวันออก, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, กรุงเทพฯ และปริมณฑล และลุ่มน้ำแม่กลอง

กรมชลประทานจะรายงานข้อมูลแยกตามพื้นที่ ทั้งแหล่งที่มาของน้ำ ระดับน้ำ แนวโน้มการระบายผ่านเขื่อน น้ำที่ไหลมาสมทบพื้นที่เสี่ยง รวมถึงช่วงเวลาที่คาดว่าน้ำจะส่งผลกระทบ ระดับที่อาจสูงสุด และแนวโน้มการลดลง

เริ่มแถลงสถานการณ์น้ำทุกวัน 09.00 น.

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดการแถลงและถ่ายทอดสดสถานการณ์น้ำ ทุกวัน เวลา 09.00 น. โดย Nation ระบุว่าเริ่มวันที่ 5 ตุลาคม 2569 และจะดำเนินต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

การแถลงจะมีนายกฤษเป็นผู้นำ ร่วมกับกรมชลประทาน กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ เพื่อให้ข้อมูลสถานการณ์และผลกระทบด้านการเกษตรจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

เกษตรกรต้องดูอะไรต่อ

สำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ซึ่งมีน้ำท่วมอยู่เดิม ฝนระลอกใหม่อาจเพิ่มความเสี่ยงจากน้ำสมทบ แต่ยังไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าพื้นที่ใดจะเสียหายหรือระดับน้ำจะเพิ่มเท่าใด

ข้อมูลที่ควรติดตามต่อเนื่องคือ ปริมาณฝน ระดับน้ำในพื้นที่จริง การระบายของเขื่อน น้ำที่จะไหลมาสมทบ และประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อใช้วางแผนแปลงเกษตร เคลื่อนย้ายปศุสัตว์ เครื่องจักร ปัจจัยการผลิต และผลผลิตที่ยังสามารถขนย้ายได้

ที่มา : เนชั่นทีวี

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้