“สารเหลือเก็บไว้ปีหน้าได้ไหม?” คำถามง่าย ๆ ที่อาจมีคำตอบมากกว่าที่คิด…บ้านใครเคยเจอสารแยกชั้น จับก้อน หรือเสื่อมสภาพบ้าง?

สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ซื้อมาไม่ได้รักษาสภาพเดิมได้ตลอดไป หากจัดเก็บไม่เหมาะสม ความร้อน แสงแดด ความชื้น น้ำ ระยะเวลา และภาชนะบรรจุอาจมีผลต่อคุณภาพ ก่อนนำสารเก่ากลับมาใช้จึงควรอ่านฉลากและตรวจสภาพให้ละเอียด ที่สำคัญ ไม่ควรเพิ่มอัตราใช้เองเพื่อชดเชยสารที่สงสัยว่าเสื่อม
กลุ่มงานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช (PATRS.DOA) กรมวิชาการเกษตร เผยแพร่ความรู้เรื่องการเก็บรักษาสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ภายใต้แนวคิด “สารดี ต้องเก็บดี” โดยชี้ให้เห็นว่า ความปลอดภัยและประสิทธิภาพไม่ได้เริ่มตอนนำสารไปผสมหรือฉีดพ่นเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่วิธีเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ก่อนนำมาใช้
ความร้อน แดด ความชื้น ล้วนต้องระวัง
คุณภาพของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชสามารถได้รับผลจากหลายปัจจัย ทั้งระยะเวลาในการเก็บ อุณหภูมิ ความร้อน แสงแดด ความชื้น น้ำ รวมถึงสภาพของภาชนะบรรจุ
การซื้อสารมาเก็บไว้นานจึงไม่ได้หมายความว่าสารจะอยู่ในสภาพเดิมเสมอไป โดยเฉพาะหากจัดเก็บในบริเวณที่ไม่เหมาะสม
สำหรับเกษตรกร นี่เกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุน เพราะหากผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้ได้ตามปกติ เงินที่ซื้อสารไว้ก็อาจกลายเป็นต้นทุนสูญเปล่า
ก่อนใช้สารเก่า เช็กอะไรบ้าง?
หากมีสารที่เก็บไว้นานหรือเปิดใช้ไปแล้ว ควรตรวจฉลากและสภาพผลิตภัณฑ์ก่อนทุกครั้ง
สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ สารชนิดผงจับตัวเป็นก้อนแข็งผิดปกติ สารเหลวมีการแยกชั้นและไม่สามารถกลับเป็นเนื้อเดียวตามวิธีที่ผลิตภัณฑ์กำหนด มีตะกอนหรือสภาพผิดปกติ ตลอดจนภาชนะที่บวม เป็นสนิม แตก หรือรั่ว
อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ฉลาก”
หากฉลากเสียหายจนไม่สามารถระบุชื่อผลิตภัณฑ์ สารสำคัญ วิธีใช้ อัตราใช้ หรือคำเตือนได้อย่างชัดเจน ไม่ควรคาดเดาว่าเป็นสารอะไรแล้วนำไปใช้ต่อ
“เก็บได้ 2 ปี” ไม่ใช่กฎของสารทุกขวด
ข้อมูลต้นทางกล่าวถึงระยะเวลาเก็บโดยทั่วไปประมาณ 2 ปีภายใต้สภาพที่เหมาะสม แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นเกณฑ์หมดอายุของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด
ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอาจมีสูตร สารสำคัญ บรรจุภัณฑ์ และเงื่อนไขการเก็บรักษาแตกต่างกัน
ดังนั้น สิ่งที่เกษตรกรควรยึดเป็นหลักคือ ฉลากและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่จริง
ในทำนองเดียวกัน ข้อมูลเกี่ยวกับสารชนิดผงที่เปิดใช้แล้วและบางแนวทางกล่าวถึงระยะเวลาประมาณ 1 ปี เป็นข้อมูลภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ไม่ควรนำไปสรุปว่าสารผงทุกชนิดจะหมดอายุเมื่อครบ 1 ปีหลังเปิดภาชนะ
สารดูเสื่อมแล้ว อย่าเพิ่มอัตราเอง
หากพบหรือสงสัยว่าผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปริมาณสารหรือเพิ่มอัตราผสมเอง
การใช้มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าสารที่เสื่อมแล้วจะกลับมามีประสิทธิภาพตามเดิม และการเพิ่มอัตรานอกเหนือจากที่ฉลากกำหนดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้ พืช สัตว์เลี้ยง สิ่งแวดล้อม หรือสารตกค้างโดยไม่จำเป็น
จึงควรยึดคำแนะนำและอัตราการใช้บนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นเป็นหลัก
เกษตรกรได้อะไรจากเรื่องนี้?
สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นหนึ่งในต้นทุนการผลิต การดูแลตั้งแต่การจัดเก็บจึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องทิ้งผลิตภัณฑ์ก่อนใช้หมด หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในสภาพไม่เหมาะสมแล้วไม่ได้ผลตามต้องการ
หลักจำง่ายคือ อ่านฉลาก – เก็บให้ถูก – ตรวจสภาพก่อนใช้ – ไม่เพิ่มอัตราเอง – ไม่แน่ใจอย่าเสี่ยง
เพราะการใช้สารอย่างปลอดภัย ไม่ได้เริ่มตอนเปิดฝาขวด แต่เริ่มตั้งแต่วันที่นำสารเข้ามาเก็บในฟาร์ม
ที่มา : กลุ่มงานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


