แชร์

120 บาท/ตัน ยังต้องรอ! อ้อยสดปี 68/69 ตัวแทนชาวไร่อ้อยเดินหน้าทวงความชัดเจน—ยังไม่พบหลักฐานทางการยืนยันอนุมัติหรือวันจ่าย

อัพเดทล่าสุด: 3 ต.ค. 2026
49 ผู้เข้าชม

ข้อเรียกร้องเงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นว่าเป็นประเด็นของฤดูการผลิต 2568/69 โดยตัวแทนชาวไร่อ้อยระบุว่ายังต้องรอและจะเดินหน้าผลักดันต่อ ขณะที่จากหลักฐานที่นาดีดี.คอมตรวจสอบในขณะนี้ ยังไม่พบเอกสารทางการยืนยันการอนุมัติเงินดังกล่าวหรือประกาศวันจ่าย ส่วนตัวเลขอ้อยสด 96.20% ราคาอ้อย 890 บาทต่อตัน และต้นทุน 1,340 บาทต่อตัน เป็นข้อมูลที่ตัวแทนชาวไร่อ้อยระบุและยังต้องตรวจเอกสารทางการประกอบ

120 บาทต่อตัน ชัดขึ้นว่าเป็นเรื่องฤดู 2568/69

เพจ “โรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย” เผยแพร่ข้อมูลวันที่ 2 ตุลาคม 2569 อ้างข้อมูลจาก Panom Takomuang ตัวแทนชาวไร่อ้อย ถึงความคืบหน้าของ เงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ปี 2568/69

สาระสำคัญคือ ตัวแทนชาวไร่อ้อยระบุว่าเรื่องดังกล่าว “ยังต้องรอต่อไป” และจะเดินหน้าผลักดันต่อ

ข้อมูลชุดนี้ช่วยระบุฤดูการผลิตได้ชัดขึ้นว่า เงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตันที่กำลังกล่าวถึงเป็นของ ฤดูการผลิต 2568/69

ยังไม่พบหลักฐานทางการยืนยันอนุมัติหรือวันจ่าย

จุดสำคัญที่สุดสำหรับชาวไร่อ้อยคือสถานะของเงิน

จากหลักฐานที่นาดีดี.คอมตรวจสอบขณะนี้ ยังไม่พบเอกสารทางการที่ยืนยันว่ามีการอนุมัติเงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตันสำหรับฤดู 2568/69 แล้ว

และยังไม่พบประกาศทางการที่ยืนยันกำหนดวันจ่ายหรือวันโอนเงิน

ถ้อยคำนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยืนยันว่า “ไม่มีมติอยู่จริง” แต่หมายถึง หลักฐานที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะรายงานว่าอนุมัติแล้ว

ดังนั้น เกษตรกรยังไม่ควรนำเงิน 120 บาทต่อตันไปคำนวณเป็นรายได้ที่ได้รับแน่นอน จนกว่าจะมีเอกสารหรือประกาศจากหน่วยงานที่รับผิดชอบมายืนยันสถานะ

ข่าว 24 ก.ย. เป็น “จะประชุม” ไม่ใช่ผลประชุม

อีกจุดที่ต้องแก้สถานะให้ถูกต้องคือข่าววันที่ 24 กันยายน 2569 ที่รายงานเรื่องคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร

ข่าวดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ “จะประชุมเพื่อหาความชัดเจน” ในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเกษตรกร ซึ่งรวมถึงเรื่องเงินค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน

ดังนั้น หลักฐานชิ้นนี้ยืนยันได้เพียงว่า มีวาระและกำหนดการที่จะหารือเรื่องดังกล่าว

ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานว่า

การประชุมเกิดขึ้นแล้ว

ที่ประชุมมีมติแล้ว

หรือ เงิน 120 บาทต่อตันได้รับอนุมัติแล้ว

หากจะรายงานผลการประชุม จำเป็นต้องมีรายงานหลังการประชุมหรือเอกสารมติอีกชุดหนึ่งมายืนยัน

ตัวแทนชาวไร่อ้อยระบุอ้อยสด 96.20%

เพจต้นทางยังอ้างข้อมูลจากตัวแทนชาวไร่อ้อยว่า ผลงานการตัดอ้อยสดของเกษตรกรอยู่ที่ 96.20% และระบุว่าสูงกว่าเกณฑ์ที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด

ตัวเลขดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง 120 บาทต่อตัน เพราะการตัดอ้อยสดมีต้นทุนและภาระในการเก็บเกี่ยวที่เกษตรกรต้องรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจครั้งนี้ยังไม่พบเอกสารทางการจาก สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) หรือคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่ยืนยันตัวเลข 96.20% ตรงกับคำกล่าวดังกล่าว

จึงควรรักษาสถานะว่าเป็น ข้อมูลที่ตัวแทนชาวไร่อ้อยระบุ ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่นาดีดี.คอมยืนยันเอง

ราคา 890 บาท–ต้นทุน 1,340 บาท/ตัน ยังต้องตรวจฐานข้อมูล

ตัวแทนชาวไร่อ้อยยังระบุถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในฤดู 2568/69 โดยอ้างราคาอ้อย 890 บาทต่อตัน

พร้อมระบุว่าต้นทุนที่ สอน. สำรวจและคำนวณอยู่ที่ 1,340 บาทต่อตัน

หากนำตัวเลขสองชุดมาหักลบกันทางคณิตศาสตร์ จะมีส่วนต่าง 450 บาทต่อตัน

แต่ยังไม่ควรนำส่วนต่างดังกล่าวไปเขียนว่า “ชาวไร่อ้อยขาดทุนตันละ 450 บาท” แบบเหมารวม

เพราะยังต้องตรวจเอกสารต้นทุนของ สอน. ว่า 1,340 บาทต่อตันใช้ฐานข้อมูลใด เป็นค่าเฉลี่ยของพื้นที่หรือกลุ่มเกษตรกรใด ใช้ผลผลิตต่อไร่เท่าใด และมีองค์ประกอบต้นทุนอะไรบ้าง

จึงต้องรักษาตัวเลขดังกล่าวในสถานะ ข้อมูลที่ตัวแทนชาวไร่อ้อยอ้างถึง

ไม่ใช้มาตรการเก่ามายืนยันสิทธิฤดู 2568/69

การตรวจสถานะเงินช่วยค่าตัดอ้อยสดรอบนี้ต้องยึด ฤดูการผลิต 2568/69 โดยตรง

มาตรการช่วยเหลือหรือมติที่เคยใช้กับฤดูการผลิตก่อนหน้า ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานว่าเกษตรกรในฤดู 2568/69 ได้รับสิทธิในอัตราเดียวกันโดยอัตโนมัติ

เพราะแต่ละฤดูต้องตรวจแยกทั้ง มติอนุมัติ แหล่งงบประมาณ หลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ ปริมาณอ้อยที่เข้าเกณฑ์ และกำหนดการจ่าย

ดังนั้น ข่าวนี้จึงไม่ใช้มาตรการจากฤดู 2565/66 หรือฤดูเก่ามายืนยันสถานะของเงิน 120 บาทต่อตันในฤดู 2568/69

ชาวไร่อ้อยต้องรออะไรต่อ?

สิ่งที่ต้องติดตามจากหน่วยงานรัฐต่อจากนี้มีอย่างน้อย 4 เรื่อง

1. สถานะการพิจารณาเงินช่วย 120 บาทต่อตันสำหรับฤดู 2568/69

2. แหล่งงบประมาณที่จะใช้ หากมาตรการได้รับความเห็นชอบ

3. หลักเกณฑ์ว่าชาวไร่อ้อยและปริมาณอ้อยแบบใดมีสิทธิ

4. วันและขั้นตอนการจ่าย หากมีการอนุมัติอย่างเป็นทางการ

จนกว่าจะมีเอกสารยืนยัน สถานะที่ปลอดภัยที่สุดคือ ตัวแทนชาวไร่อ้อยระบุว่าเงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ฤดู 2568/69 ยังต้องรอและจะผลักดันต่อ ขณะที่นาดีดี.คอมยังไม่พบหลักฐานทางการยืนยันการอนุมัติหรือวันจ่าย

ข้อมูลประกอบ : ฐานเศรษฐกิจ

ที่มา : โรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้