ข้าว–มันจมน้ำเกือบสัปดาห์! ชาวนานางรองเริ่มเห็นต้นเน่า ห่วงผลผลิตเสียหาย วอนรัฐเร่งสำรวจเยียวยา

เกษตรกร ต.หนองไทร อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เผชิญน้ำท่วมขังนาข้าวและไร่มันสำปะหลังหลายวัน หลังฝนตกต่อเนื่อง ชาวสวนมันระบุต้นมันที่จมน้ำเกือบสัปดาห์เริ่มเน่า ขณะที่นาข้าวบางส่วนอาจรอดแต่ยังกังวลผลกระทบต่อการเจริญเติบโต แม้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วแต่ยังมีน้ำขังหลายจุด เกษตรกรขอให้รัฐเร่งสำรวจและช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีผลสำรวจความเสียหายอย่างเป็นทางการ วงเงินเยียวยา หรือวันจ่ายเงิน
น้ำท่วมขังนาข้าว–ไร่มัน ต.หนองไทร
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ข่าวสดรายงานสถานการณ์จาก ต.หนองไทร อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้พื้นที่นาข้าวและไร่มันสำปะหลังมีน้ำท่วมขังมาหลายวัน
ขณะรายงานระดับน้ำในพื้นที่เริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงมีน้ำขังตามพื้นที่การเกษตรหลายจุด ทำให้เกษตรกรกังวลถึงความเสียหายของพืชที่แช่น้ำเป็นเวลานาน
ผลกระทบที่ปรากฏมีทั้งนาข้าวและมันสำปะหลัง แต่ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขสรุปพื้นที่เสียหายทั้งหมดของตำบลหรืออำเภออย่างเป็นทางการ
ชาวนา 74 ปี เผยนาประมาณ 30 ไร่ ถูกน้ำขังราวสัปดาห์
นายบุญ สุขสูงเนิน อายุ 74 ปี เกษตรกรบ้านดอนขุนพรม หมู่ 10 ต.หนองไทร ให้ข้อมูลกับข่าวสดว่า ตนทำนาประมาณ 30 ไร่ และพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังมาประมาณ 1 สัปดาห์
เบื้องต้นมีหน่วยงานเข้ามาสำรวจแล้ว และเกษตรกรต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 30 ไร่เป็นจำนวนพื้นที่นาที่นายบุญระบุว่าทำการเพาะปลูก ไม่ใช่ตัวเลขรับรองว่าพื้นที่ทั้ง 30 ไร่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงแล้ว
การระบุพื้นที่เสียหายจริงยังต้องผ่านการสำรวจหลังสถานการณ์น้ำคลี่คลายและประเมินสภาพพืชในพื้นที่
มันสำปะหลังจมน้ำเกือบสัปดาห์ เริ่มเน่า
อีกจุดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบคือบ้านดอนขวาง หมู่ 20 ต.หนองไทร
นายวันชัย คงพลปาน อายุ 65 ปี ให้ข้อมูลว่า ทำนาประมาณ 26 ไร่ และปลูกมันสำปะหลังประมาณ 7 ไร่ โดยทั้งสองพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ตามคำบอกเล่าของนายวันชัย มันสำปะหลังถูกน้ำท่วมมาเกือบ 1 สัปดาห์และเริ่มมีอาการเน่า จึงกังวลว่าหากสภาพดังกล่าวดำเนินต่อไปอาจทำให้ต้นยืนต้นตาย
ส่วนนาข้าว นายวันชัยประเมินว่าบางส่วนอาจยังรอด แต่กังวลว่าต้นข้าวอาจเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่
ผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตเมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดในขณะนี้
30 + 26 + 7 ไร่ อย่าเพิ่งบวกเป็นยอดเสียหาย
ตัวเลขพื้นที่ที่ปรากฏในข่าวต้องแยกสถานะให้ถูกต้อง
30 ไร่ คือพื้นที่นาที่นายบุญระบุว่าทำการเพาะปลูก
26 ไร่ คือพื้นที่นาที่นายวันชัยระบุว่าทำการเพาะปลูก
และ 7 ไร่ คือพื้นที่มันสำปะหลังของนายวันชัย
ตัวเลขทั้งหมดมาจากคำให้สัมภาษณ์ของเกษตรกร ไม่ใช่ผลสำรวจพื้นที่เสียหายที่หน่วยงานรัฐรับรองแล้ว
จึงไม่ควรนำทั้งสามตัวเลขมาบวกเป็น 63 ไร่ แล้วเขียนว่า “นางรองเสียหายแล้ว 63 ไร่” หรือใช้แทนยอดความเสียหายของทั้ง ต.หนองไทร
น้ำท่วม ≠ พืชเสียหายทั้งหมด
อีกสถานะที่ต้องแยกคือ พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าพืชในพื้นที่นั้นเสียหายทั้งหมดแล้ว
ตัวอย่างจากคำให้สัมภาษณ์ของนายวันชัยเองระบุว่า มันสำปะหลังเริ่มมีอาการเน่า ขณะที่ข้าวบางส่วนอาจยังรอด เพียงแต่มีความกังวลเรื่องการเจริญเติบโตและผลผลิตในอนาคต
ดังนั้น การประเมินพื้นที่เสียหายจริงต้องดูสภาพพืชหลังน้ำลด รวมถึงหลักเกณฑ์การสำรวจและรับรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขอเยียวยา แต่ยังไม่มีมติจ่ายเงิน
เกษตรกรที่ให้ข้อมูลกับข่าวสดเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด และหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยา
แต่สถานะ ณ ข่าววันที่ 2 ตุลาคมยังเป็น คำร้องขอของเกษตรกรและการสำรวจเบื้องต้น
ข่าวต้นทางไม่ได้ระบุว่ามีการอนุมัติวงเงินช่วยเหลือสำหรับเหตุการณ์นี้แล้ว ไม่ได้ระบุอัตราเงินช่วยเหลือต่อไร่ และยังไม่มีวันโอนเงินให้เกษตรกร
จึงไม่ควรเขียนว่าเกษตรกรในพื้นที่ “เตรียมรับเงิน” หรือระบุวงเงินขึ้นมาเอง
สิ่งที่ต้องติดตามหลังน้ำลด
ตัวเลขสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม แต่คือ พื้นที่ที่สำรวจแล้วพบความเสียหายจริง
สำหรับข้าว ต้องติดตามว่าหลังน้ำลดต้นข้าวสามารถฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด และผลผลิตได้รับผลกระทบหรือไม่
ส่วนมันสำปะหลัง ต้องติดตามต้นที่เริ่มมีอาการเน่าและพื้นที่ที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้
จากนั้นจึงต้องดูว่าหน่วยงานรัฐรับรองพื้นที่เสียหายกี่ไร่ เกษตรกรรายใดเข้าเกณฑ์ และใช้หลักเกณฑ์ช่วยเหลือใด
สำหรับเกษตรกร ความแตกต่างระหว่าง “น้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก” → “ตรวจพบความเสียหาย” → “รับรองความเสียหาย” → “เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ” → “อนุมัติ/จ่ายเงิน” เป็นขั้นตอนที่ต้องแยกออกจากกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าการถูกน้ำท่วมหมายถึงได้รับเงินเยียวยาแล้วทันที
ที่มา : ข่าวสด
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


