แชร์

ทุเรียนเวียดนาม 8 เดือนโกย 2.7 พันล้านดอลลาร์! ส.ค.เดือนเดียวเกือบ 1 พันล้าน โต 62%—ไทยจับตาคู่แข่งตลาดจีน

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2026
47 ผู้เข้าชม

เวียดนามส่งออกทุเรียนช่วง 8 เดือนแรกปี 2569 มูลค่ามากกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เฉพาะเดือนสิงหาคมมูลค่าส่งออกสูงถึง 956 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 62% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน จีนยังเป็นตลาดหลัก ตัวเลขดังกล่าวทำให้ไทยต้องติดตามการแข่งขันในตลาดจีนใกล้ชิดขึ้น แต่ยังไม่ควรสรุปจากยอดส่งออกเวียดนามเพียงอย่างเดียวว่าไทยเสียส่วนแบ่งตลาดหรือราคาทุเรียนไทยจะลดลง

8 เดือน ทุเรียนเวียดนามทำเงินกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์

หนังสือพิมพ์ Thanh Niên ของเวียดนามรายงานวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยอ้างข้อมูลศุลกากรเกี่ยวกับการส่งออกทุเรียนของประเทศ

ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 เวียดนามส่งออกทุเรียนคิดเป็นมูลค่า มากกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 52% จากช่วงเดียวกันของปี 2568

ทุเรียนยังคงเป็นสินค้าสำคัญของกลุ่มผักและผลไม้ส่งออกของเวียดนาม และมีตลาดจีนเป็นปลายทางสำคัญ

ตัวเลขดังกล่าวเป็น มูลค่าการส่งออกของเวียดนาม ไม่ใช่รายได้ที่ชาวสวนได้รับโดยตรง และไม่ใช่มูลค่าการส่งออกของไทย

สิงหาคมเดือนเดียว 956 ล้านดอลลาร์

ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดอยู่ในเดือนสิงหาคม เมื่อเวียดนามมีมูลค่าส่งออกทุเรียนสูงถึง 956 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมของปีก่อน

ขณะที่ยอดสะสมในช่วง 8 เดือนแรกอยู่ที่มากกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่เวียดนามทำมูลค่าส่งออกทุเรียนได้สูงมาก

ทั้งนี้ ตัวเลข 62% เป็นการเปรียบเทียบกับ เดือนเดียวกันของปีก่อน ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม

จีนยังเป็นสนามหลัก

จีนยังคงเป็นตลาดสำคัญสำหรับทุเรียนเวียดนาม ซึ่งทำให้ตัวเลขส่งออกของเวียดนามมีความเกี่ยวข้องกับไทยโดยตรงในฐานะประเทศผู้ส่งออกทุเรียนเข้าสู่ตลาดเดียวกัน

การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่เพียงด้านปริมาณผลผลิต แต่ยังรวมถึงฤดูกาลสินค้า คุณภาพ มาตรฐาน ต้นทุนโลจิสติกส์ และความสามารถในการนำสินค้าเข้าสู่จีนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับไทย การเติบโตของเวียดนามเป็นข้อมูลที่ควรติดตามในฐานะ ความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง ไม่ใช่หลักฐานในตัวเองว่าไทยสูญเสียตลาดแล้ว

ราคาทุเรียนเวียดนาม อย่าเอามาเป็นราคาหน้าสวนไทย

รายงานของ Thanh Niên ยังกล่าวถึงราคาทุเรียนในพื้นที่ผลิตของเวียดนาม โดยทุเรียนบางพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดส่งออกมีราคาปรับตัวสูงขึ้น

แต่ราคาดังกล่าวเป็นราคาในห่วงโซ่ตลาดของเวียดนาม ภายใต้คุณภาพ พันธุ์ พื้นที่ และเงื่อนไขการรับซื้อของเวียดนาม

จึงไม่สามารถนำมาเทียบตรง ๆ ว่าเกษตรกรไทยควรขายทุเรียนได้ในราคาเดียวกัน

ราคาหน้าสวนไทยต้องพิจารณาจากพันธุ์ เกรด คุณภาพ ขนาด อายุผล พื้นที่ ช่วงฤดูกาล ความต้องการของล้ง และเงื่อนไขการส่งออกในช่วงนั้น

เวียดนามโต แล้วไทยเสียตลาดหรือไม่?

คำตอบจากข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังสรุปไม่ได้

การที่เวียดนามส่งออกทุเรียนได้มากกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ และเดือนสิงหาคมเติบโต 62% แสดงให้เห็นว่าเวียดนามกำลังมีบทบาทสูงขึ้นในตลาดทุเรียน

แต่หากต้องการพิสูจน์ว่าไทยเสียส่วนแบ่งตลาดจีนจริงหรือไม่ ต้องนำข้อมูลนำเข้าทุเรียนของจีนในช่วงเวลาเดียวกันมาเปรียบเทียบระหว่างประเทศผู้ส่งออก

ทั้งไทย เวียดนาม รวมถึงประเทศอื่นที่ได้รับอนุญาตให้ส่งทุเรียนเข้าสู่จีน

จึงต้องแยกระหว่าง “เวียดนามส่งออกโต” กับ “ไทยเสียส่วนแบ่งตลาด” เพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริงเดียวกัน

ยอดส่งออกเวียดนามโต ≠ ราคาทุเรียนไทยต้องลง

เช่นเดียวกับราคาทุเรียนไทย การเติบโตของเวียดนามเป็นหนึ่งในปัจจัยการแข่งขัน แต่ไม่สามารถนำมาใช้ทำนายราคาหน้าสวนไทยเพียงตัวเดียว

ราคาทุเรียนไทยยังขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในแต่ละช่วง คุณภาพสินค้า ความต้องการของผู้ซื้อ ต้นทุนการส่งออก มาตรการตรวจสอบของจีน และปริมาณทุเรียนจากประเทศคู่แข่งที่เข้าสู่ตลาดพร้อมกัน

ดังนั้น ยังไม่มีหลักฐานจากรายงานนี้ว่าการส่งออกของเวียดนามทำให้ราคาทุเรียนไทยลดลงแล้ว

ชาวสวนไทยต้องจับตาอะไรต่อ?

สำหรับชาวสวนไทย ตัวเลขมากกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์มีความหมายในฐานะสัญญาณว่า คู่แข่งกำลังขยายตัว

สิ่งที่ควรติดตามต่อมีอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ ส่วนแบ่งตลาดทุเรียนจีนของแต่ละประเทศ ช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตไทยกับเวียดนามออกทับซ้อนกัน คุณภาพและมาตรฐานสินค้าที่จีนกำหนด และต้นทุนในการนำสินค้าไปถึงตลาดจีน

โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน เพราะตลาดจีนไม่ได้พิจารณาเพียงราคา แต่ยังมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบสินค้านำเข้า

การแข่งขันของไทยกับเวียดนามในระยะต่อไปจึงต้องดูทั้ง ราคา คุณภาพ เวลาออกตลาด และความต่อเนื่องในการส่งออก

ตัวเลขล่าสุดของเวียดนามยังไม่ใช่เหตุให้สรุปว่าทุเรียนไทยกำลังแพ้ แต่เป็นข้อมูลที่ชัดขึ้นว่า ไทยมีคู่แข่งที่กำลังโตเร็วในตลาดเดียวกัน

ข้อมูลที่รายงานอ้างอิง : ศุลกากรเวียดนาม

ที่มา : Báo Thanh Niên

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้