แชร์

น้ำเข้าป่าสักฯ 550 แต่ระบาย 115 ลบ.ม./วินาที! ผู้ว่าฯ ลพบุรีเฝ้า 24 ชม. เตือนพัฒนานิคม–ท้ายเขื่อนรับมือน้ำ

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2026
37 ผู้เข้าชม

ผู้ว่าฯ ลพบุรีลงพื้นที่ติดตามเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังสถานการณ์น้ำยังต้องเฝ้าระวัง ข้อมูลวันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุน้ำไหลเข้า 550.27 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระบาย 115.08 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จังหวัดและกรมชลประทานเตรียมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะบริเวณหน้าเขื่อนพระราม 6 รวมถึงประชาชนในเขต อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง ขณะที่แผนทยอยเพิ่มการระบายถึง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีภายใน 2 ต.ค. เป็นแผนที่มีการแจ้งไว้ก่อนแล้ว

ผู้ว่าฯ ลพบุรีลงพื้นที่ติดตามเขื่อนป่าสักฯ

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

การลงพื้นที่มีเป้าหมายเพื่อติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง และประกอบการวางแผนบริหารการระบายน้ำในช่วงที่สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

30 ก.ย. น้ำเข้า 550.27 ระบาย 115.08 ลบ.ม./วินาที

ข้อมูลสถานการณ์น้ำที่รายงาน ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 550.27 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 47.54 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ขณะที่มีการระบายน้ำ 115.08 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 9.94 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

เมื่อดูเฉพาะข้อมูล ณ วันดังกล่าว ปริมาณน้ำไหลเข้าจึงสูงกว่าอัตราการระบายออกอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 550.27 และ 115.08 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีต้องกำกับวันที่ให้ชัด เพราะเป็นข้อมูลวันที่ 30 กันยายน ไม่ใช่อัตราน้ำเข้าและระบายล่าสุด ณ เวลาที่ผู้อ่านกำลังอ่านข่าว

แผน 400 ลบ.ม./วินาที ไม่ใช่ประกาศใหม่

ก่อนหน้านี้มีแผนบริหารจัดการน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยกำหนดให้ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำ และมีเป้าหมายเพิ่มถึง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีภายในวันที่ 2 ตุลาคม

ดังนั้น แผนดังกล่าวไม่ใช่มาตรการที่เพิ่งประกาศใหม่จากการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีครั้งนี้ แต่เป็นข้อมูลต่อเนื่องที่ต้องนำมาประกอบกับสถานการณ์น้ำไหลเข้าที่รายงานวันที่ 30 กันยายน

สิ่งที่ต้องติดตามต่อคืออัตราการระบายจริงในแต่ละช่วงเวลาว่าเป็นไปตามแผนหรือมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์หรือไม่

จังหวัด–ชลประทานเฝ้าสถานการณ์ 24 ชั่วโมง

จังหวัดลพบุรีร่วมกับกรมชลประทานจะติดตามทั้งสภาพอากาศและปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมประสานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยต้นทางแยกพื้นที่เฝ้าระวังไว้ ได้แก่ บริเวณหน้าเขื่อนพระราม 6 รวมถึง ประชาชนในเขต อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และ พื้นที่เกี่ยวเนื่อง ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือ

พื้นที่ดังกล่าวจึงควรอ่านแยกจากกัน ไม่ใช่การระบุว่าเขื่อนพระราม 6 ตั้งอยู่ใน อ.พัฒนานิคม

เกษตรกรควรจับตาอัตราระบายจริง

สำหรับภาคเกษตร การเปลี่ยนแปลงอัตราการระบายน้ำมีความสำคัญต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมทางน้ำ และพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งระดับผลกระทบของแต่ละจุดอาจแตกต่างกันตามภูมิประเทศและระดับน้ำเดิม

เกษตรกรที่มีแปลง จุดเก็บผลผลิต เครื่องจักร ปุ๋ย อาหารสัตว์ หรือทรัพย์สินอยู่ในพื้นที่เสี่ยง จึงควรติดตามอัตราการระบายน้ำจริงและประกาศเตือนของหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เพราะตัวเลขตามแผนสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามปริมาณน้ำไหลเข้า สภาพอากาศ และสถานการณ์พื้นที่ท้ายน้ำ

จุดที่ต้องติดตามต่อ

ข่าวนี้เป็นพัฒนาการต่อจากแผนเพิ่มการระบายน้ำที่มีการแจ้งไว้ก่อนหน้า โดยข้อมูลใหม่ที่มีความสำคัญคือ ปริมาณน้ำไหลเข้า 550.27 ลบ.ม./วินาที เทียบกับการระบาย 115.08 ลบ.ม./วินาที ณ วันที่ 30 ก.ย. การติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และการแจ้งเตือนบริเวณหน้าเขื่อนพระราม 6 ประชาชนใน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง

หลังจากนี้ต้องติดตามอัตราระบายจริงของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมถึงระดับน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำและประกาศจากจังหวัดหรือกรมชลประทานอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : เดลินิวส์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้