“สุดยอดกาแฟไทย 2569” กรมวิชาการเกษตรเปิดผล กาแฟน่านกวาดแชมป์อะราบิกา 3 กระบวนการ!

สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร เผยแพร่รายชื่อผู้ได้รับรางวัลโครงการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2569 โดยผู้ชนะรางวัลที่ 1 กาแฟอะราบิกาทั้ง 3 กระบวนการแปรรูปมาจากจังหวัดน่าน ขณะที่รางวัลที่ 1 กาแฟโรบัสต้าเป็นของวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดกระบี่ ส่วนการประกวดแปลงกาแฟตามแนวทาง GAP & Regenerative รางวัลที่ 1 อยู่ที่เชียงใหม่และสตูล
น่านคว้าที่ 1 อะราบิกาครบ 3 กระบวนการ
ผลการประกวดกาแฟอะราบิกาแบ่งตามกระบวนการแปรรูปหลังเก็บเกี่ยว 3 รูปแบบ
Dry/Natural Process หรือกระบวนการแปรรูปแบบแห้ง
รางวัลที่ 1 ได้แก่ นายอภิสุนันท์ โชติอัศววงค์ จังหวัดน่าน ได้คะแนน 89.03
Wet/Fully Wash Process หรือกระบวนการแปรรูปแบบเปียก
รางวัลที่ 1 ได้แก่ นางสาวปรมาภรณ์ วงค์กองแก้ว จังหวัดน่าน ได้คะแนน 90.60
Semi-Dry/Honey Process หรือกระบวนการกึ่งแห้ง
รางวัลที่ 1 ได้แก่ นายสรพงษ์ จิรนันทนุกุล จังหวัดน่าน ได้คะแนน 90.30
จึงเท่ากับว่า ผู้ชนะรางวัลที่ 1 ของกาแฟอะราบิกาทั้ง 3 กระบวนการในปีนี้มาจากจังหวัดน่านทั้งหมด
ในจำนวนนี้ คะแนน 90.60 ของประเภท Wet/Fully Wash เป็นคะแนนสูงที่สุดในกลุ่มผู้ชนะรางวัลที่ 1 ของกาแฟที่ระบุในประกาศชุดนี้
โรบัสต้าแชมป์จากกระบี่
ประเภทกาแฟโรบัสต้าไม่ได้แยกกระบวนการแปรรูปในการประกวดชุดนี้
รางวัลที่ 1 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนภูตะวันโรบัสตา (นายฤทธิชัย อ้นชู) จังหวัดกระบี่ ได้คะแนน 87.88
ผลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอีกพื้นที่ผลิตกาแฟคุณภาพของไทยนอกเหนือจากแหล่งอะราบิกาในภาคเหนือ
อย่างไรก็ตาม ผลประกวดเป็นการตัดสินคุณภาพตามเกณฑ์ของโครงการ ไม่ควรนำไปใช้สรุปว่ากาแฟทั้งจังหวัดกระบี่หรือทั้งจังหวัดน่านมีคุณภาพในระดับเดียวกับตัวอย่างที่ชนะการแข่งขันทั้งหมด
ประกวดสวนด้วย ไม่ได้ดูแค่กาแฟในถ้วย
โครงการยังมีการประกวด การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับสวนกาแฟเพื่อความยั่งยืนตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ GAP & Regenerative
ในประเภทแปลงกาแฟอะราบิกา รางวัลที่ 1 ได้แก่ นายอานนท์ พวงเสน จังหวัดเชียงใหม่
ส่วนประเภทแปลงกาแฟโรบัสต้า รางวัลที่ 1 ได้แก่ นายเฉลิม ยืนยง จังหวัดสตูล
การมีหมวดดังกล่าวทำให้การประกวดไม่ได้มองเฉพาะคุณภาพกาแฟปลายทาง แต่ยังให้ความสำคัญกับแนวทางการจัดการสวนและความยั่งยืนในการผลิตด้วย
Natural, Wash และ Honey ต่างกันตรงไหน?
ผลประกวดครั้งนี้แยกกาแฟอะราบิกาตามวิธีการแปรรูปหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญต่อคุณลักษณะของกาแฟ
Natural หรือ Dry Process เป็นการจัดการผลกาแฟโดยใช้กระบวนการแบบแห้ง
Fully Wash หรือ Wet Process ใช้กระบวนการแบบเปียกในการจัดการผลกาแฟและเมล็ด
ส่วน Honey หรือ Semi-Dry Process เป็นแนวทางกึ่งแห้งที่มีวิธีจัดการแตกต่างจากสองแบบแรก
รายละเอียดของแต่ละกระบวนการมีผลต่อการควบคุมคุณภาพและลักษณะของกาแฟ จึงเป็นเหตุผลที่การประกวดแยกหมวดออกจากกัน
สำหรับเกษตรกร จุดสำคัญคือ “หลังเก็บเกี่ยว”
ผลรางวัลทำให้เห็นว่าการสร้างกาแฟคุณภาพไม่ได้จบเพียงการเลือกพันธุ์หรือดูแลต้นกาแฟในสวน
การเก็บผลในช่วงที่เหมาะสม การคัดผล และการเลือกกระบวนการแปรรูปหลังเก็บเกี่ยวล้วนมีส่วนต่อคุณภาพของกาแฟที่จะเข้าสู่การประเมิน
สำหรับเกษตรกรที่ต้องการขยับจากตลาดกาแฟทั่วไปเข้าสู่ตลาดคุณภาพ การพัฒนาทักษะหลังเก็บเกี่ยวจึงเป็นอีกส่วนที่ควรให้ความสำคัญควบคู่กับการจัดการสวน
ได้รางวัล ไม่ได้แปลว่าราคาขึ้นแล้ว
ผลประกวดชุดนี้เป็น ผลการตัดสินรางวัล
ไม่ใช่ข้อมูลตลาดหรือราคาซื้อขายกาแฟ
ประกาศไม่ได้ระบุว่ากาแฟของผู้ชนะขายได้ราคาเท่าไรหลังประกวด มีผู้ซื้อเพิ่มขึ้นกี่ราย หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเท่าใด
จึงไม่ควรนำผลรางวัลไปเขียนว่า ผู้ชนะสามารถขายกาแฟได้ราคาแพงขึ้นแล้วโดยอัตโนมัติ
หากต้องการประเมินผลทางเศรษฐกิจ ต้องติดตามต่อว่า หลังการประกวด มีการประมูล การจับคู่ธุรกิจ คำสั่งซื้อ หรือราคาซื้อขายจริงเกิดขึ้นหรือไม่
น่านเด่นอะราบิกา กระบี่เด่นโรบัสต้า แต่ไม่ควรเหมารวมทั้งจังหวัด
ผลประกวดปี 2569 มีภาพที่น่าสนใจคือ ผู้ชนะอะราบิกาทั้ง 3 กระบวนการมาจากจังหวัดน่าน ขณะที่ผู้ชนะโรบัสต้ามาจากจังหวัดกระบี่
แต่สิ่งที่ผลประกวดยืนยันคือ ผลงานของผู้เข้าประกวดและตัวอย่างกาแฟที่ได้รับรางวัล
ไม่ได้หมายความว่ากาแฟทุกแปลงหรือทุกล็อตจากจังหวัดดังกล่าวมีคะแนนหรือคุณภาพเท่ากัน
สำหรับเกษตรกร ประโยชน์ของผลประกวดจึงอยู่ที่การใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อดูว่า ผู้ผลิตที่ทำคะแนนสูงจัดการสวน เก็บเกี่ยว และแปรรูปอย่างไร มากกว่าการใช้ชื่อจังหวัดเพียงอย่างเดียวเป็นเครื่องรับรองคุณภาพ
ที่มา : สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


