ผลผลิตเกษตรโต 2.1% แต่ “มัน–ข้าวโพด” ลดจากเดือนก่อน ธปท.จับตาน้ำท่วม–อาหารสดแพงขึ้น

เศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคม 2569 ยังได้แรงสนับสนุนจากการส่งออกและการลงทุน ขณะที่ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น 2.1% จากปีก่อน จากปาล์มน้ำมันและไม้ผล แต่ผลผลิตมันสำปะหลังและข้าวโพดลดลงจากเดือนก่อน ด้าน ธปท.ระบุราคาอาหารสดเพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ลดลงเพราะสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น พร้อมจับตาน้ำท่วมที่ขณะนี้ยังประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นตัวเลขชัดเจนไม่ได้
ผลผลิตเกษตรเพิ่ม 2.1% แต่ไม่ได้เพิ่มทุกสินค้า
วันที่ 30 กันยายน 2569 นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือนสิงหาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้า การบริโภคสินค้าคงทน และการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น
สำหรับภาคเกษตร ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการเพิ่มขึ้นของพืชผลสำคัญ เช่น ปาล์มน้ำมันและไม้ผล
อย่างไรก็ตาม ผลผลิตมันสำปะหลังและข้าวโพดลดลงจากเดือนก่อน สะท้อนว่าภาพการผลิตของสินค้าเกษตรแต่ละชนิดยังแตกต่างกัน
ตัวเลข 2.1% จึงเป็นดัชนีภาพรวมของภาคเกษตรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของผลผลิตทุกชนิด และไม่ใช่ตัวเลขรายได้ของเกษตรกร
ส่งออกรวมโต 24.3% แต่อย่าเพิ่งโยงเป็นรายได้เกษตรกร
สศค.รายงานว่า มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมของไทยเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานในทิศทางเดียวกันว่า การส่งออกสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีแรงส่งสำคัญจากวัฏจักรสินค้าเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลก
จุดนี้ต้องแยกให้ชัดว่า ตัวเลขส่งออกดังกล่าวเป็น การส่งออกสินค้ารวมของประเทศ ไม่ใช่ตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรเพียงอย่างเดียว และไม่สามารถนำไปสรุปโดยตรงว่าราคาหน้าสวนหรือรายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
ราคาอาหารสดเพิ่ม เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.53%
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคมทรงตัวจากเดือนก่อน
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.53% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยราคาอาหารสดปรับสูงขึ้นจากผลผลิตที่ลดลงเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด
สำหรับภาคเกษตร ประเด็นนี้มีสองด้านที่ต้องแยกกัน คือ ราคาสินค้าอาหารปลายทางที่สูงขึ้น กับราคาที่เกษตรกรได้รับหน้าสวน ซึ่งไม่ใช่ราคาเดียวกันและไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
ธปท.ยังไม่ตีมูลค่าผลกระทบน้ำท่วม
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม ธปท.ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2569 ต่ำกว่าประมาณการมากน้อยเพียงใด เนื่องจากต้องประเมินภาพรวมและยังมีปัจจัยอื่นที่อาจเข้ามาชดเชยผลกระทบได้
ผลกระทบที่เห็นในเบื้องต้นคาดว่าอยู่ในภาคบริการมากที่สุด โดยเฉพาะการขนส่ง การกระจายสินค้า และพื้นที่ก่อสร้างบางแห่งที่ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว
ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด ขณะที่ภาคการผลิตยังไม่พบความเสียหายเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม หากน้ำท่วมยืดเยื้อ ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้น ส่วนหลังสถานการณ์คลี่คลาย กิจกรรมซ่อมแซมและก่อสร้างอาจช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนได้
ดังนั้น ขณะนี้ ยังไม่มีตัวเลขจาก ธปท.ที่ยืนยันมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมรอบนี้อย่างชัดเจน
เกษตรกรต้องจับตา “ผลผลิต–ราคา–การขนส่ง”
สำหรับภาคเกษตร ตัวเลขเดือนสิงหาคมบอกได้ว่าผลผลิตภาพรวมเมื่อเทียบกับปีก่อนยังเพิ่มขึ้น แต่สินค้าแต่ละชนิดเคลื่อนไหวไม่เหมือนกัน และสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงต่อจากนั้นยังเป็นตัวแปรที่ต้องติดตาม
โดยเฉพาะผลผลิตจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ราคาหน้าสวน และระบบขนส่งหรือกระจายสินค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดและต้นทุน
จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปจากตัวเลขเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมว่า สถานการณ์รายได้ของเกษตรกรดีขึ้นหรือแย่ลงทั้งหมดในทิศทางเดียวกัน
ที่มา : ไทยโพสต์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


