จีนซื้อผลไม้ไทย 5,528 ล้านดอลลาร์ โต 22%! DITP ชี้ตลาดยังโต แต่ทุเรียนไทยเจอคู่แข่งเพิ่ม

ตลาดผลไม้ไทยในจีนยังขยายตัว ช่วงมกราคม–กรกฎาคม 2569 จีนนำเข้าผลไม้จากไทยมูลค่า 5,528.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.24% และปริมาณ 1.669 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.68% แต่ DITP เตือนไทยอย่ามองเพียงยอดขาย เพราะการแข่งขันโดยเฉพาะทุเรียนเพิ่มขึ้นจากเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และการผลิตภายในจีนเอง
จีนซื้อผลไม้ไทย 5,528.49 ล้านดอลลาร์
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง เผยแพร่ “รายงานเชิงลึก BSC-เรื่องตลาดผลไม้ไทยในจีน” วันที่ 30 กันยายน 2569 โดยใช้ข้อมูลการค้าช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569
จากสถิติ Global Trade Atlas การค้าสินค้าผลไม้ระหว่างจีนกับไทยมีมูลค่ารวม 5,790.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.80% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็น “การค้าสองทาง” จึงต้องแยกออกเป็น
- จีนส่งออกผลไม้มาไทย 261.59 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.17%
- จีนนำเข้าผลไม้จากไทย 5,528.49 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22.24%
ดังนั้น หากต้องการดูขนาดตลาดที่จีนซื้อผลไม้จากไทย ตัวเลขที่ควรใช้คือ 5,528.49 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ 5,790.08 ล้านดอลลาร์
ปริมาณผลไม้ไทยเข้าจีน 1.669 ล้านตัน
ในด้านปริมาณ การค้าผลไม้จีน–ไทยรวมอยู่ที่ 1,901,049 ตัน เพิ่มขึ้น 15.81%
แบ่งเป็นจีนส่งออกมายังไทย 232,044 ตัน เพิ่มขึ้น 16.72% และ จีนนำเข้าจากไทย 1,669,005 ตัน เพิ่มขึ้น 15.68%
ตัวเลขทั้งมูลค่าและปริมาณจึงสะท้อนว่าตลาดจีนสำหรับผลไม้ไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ยังขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ ไม่ใช่ราคาหน้าสวน และไม่สามารถนำไปสรุปโดยตรงว่าเกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 22.24%
จีนยังเป็นตลาดผลไม้ขนาดใหญ่
รายงานของ DITP ระบุว่า จีนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคผลไม้รายใหญ่ โดยปี 2568 มีผลผลิตผลไม้รวมประมาณ 354 ล้านตัน
ขณะที่ช่วงมกราคม–กรกฎาคม 2569 จีนมีการค้าผลไม้กับต่างประเทศรวม 17,503.34 ล้านดอลลาร์ และมีมูลค่านำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ 12,970.79 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผลไม้นำเข้าที่ได้รับความนิยมในจีนมีทั้งทุเรียน เชอร์รี่ กล้วย กีวี มังคุด มะพร้าว ส้มโอ และแก้วมังกร
สำหรับผลไม้ไทย DITP ระบุว่า สินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดจีนมี ทุเรียน มังคุด ลำไย และส้มโอ รวมถึงสินค้าผลไม้แปรรูปที่ยังมีโอกาสขยายตลาด
ทุเรียนไทยเจอคู่แข่งมากขึ้น
แม้ตลาดจีนยังขยายตัว แต่รายงานเตือนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะทุเรียน
จีนได้อนุญาตให้นำเข้าทุเรียนจากประเทศอื่นนอกเหนือจากไทย เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย
DITP มองว่าเวียดนามเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตา เนื่องจากมีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านราคา จากต้นทุนการส่งออกทุเรียนเวียดนาม
ดังนั้น การที่มูลค่านำเข้าผลไม้จากไทยเพิ่มขึ้นในช่วง 7 เดือนแรก ไม่ได้หมายความว่าส่วนแบ่งตลาดของทุเรียนไทยจะปลอดภัยในระยะยาว
จีนเริ่มผลิตทุเรียนเอง อีกโจทย์ในอนาคต
อีกปัจจัยที่รายงานหยิบขึ้นมาคือ จีนสามารถปลูกทุเรียนได้ในพื้นที่ทางตอนใต้ โดยมีแหล่งปลูก เช่น มณฑลไห่หนาน รวมถึงสิบสองปันนา หงเหอ เต๋อหง และผู่เอ่อร์ในมณฑลยูนนาน
DITP ระบุว่า ปัจจุบันทุเรียนที่ผลิตในจีนยังมีรสชาติไม่ดีเท่าทุเรียนนำเข้าจากไทย แต่หากจีนสามารถพัฒนาคุณภาพจนใกล้เคียงผลไม้นำเข้าได้ ในอนาคตก็อาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย
จุดนี้จึงเป็น “ความเสี่ยงในอนาคต” ตามการวิเคราะห์ของรายงาน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าทุเรียนจีนกำลังแย่งตลาดไทยไปแล้ว
DITP ย้ำคุณภาพ–อย่าตัดทุเรียนอ่อน
ข้อเสนอสำคัญสำหรับไทยคือการรักษาคุณภาพสินค้าให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะทุเรียน
รายงานแนะนำให้เกษตรกรและผู้ส่งออกให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ ป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน และเลือกรูปแบบการขนส่งให้เหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพและความเชื่อมั่นต่อผลไม้ไทยในตลาดจีน
นอกจากนี้ยังเสนอให้ศึกษาและพัฒนาการผลิตทุเรียนนอกฤดู เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคจีนตลอดทั้งปี รวมถึงสร้างการรับรู้ผลไม้ไทยผ่านช่องทางออนไลน์ของจีน
ยอดส่งออกโต ไม่เท่ากับราคาหน้าสวนโต
สำหรับเกษตรกร ตัวเลข 5,528.49 ล้านดอลลาร์ถือเป็นสัญญาณว่าความต้องการผลไม้ไทยในตลาดจีนยังมีขนาดใหญ่และขยายตัวในช่วงเวลาที่รายงาน
แต่ต้องไม่ตีความเกินไปว่า มูลค่านำเข้าเพิ่ม 22.24% = ราคาหน้าสวนหรือรายได้เกษตรกรเพิ่ม 22.24%
ราคาที่ชาวสวนได้รับยังขึ้นอยู่กับชนิดและเกรดสินค้า ปริมาณผลผลิตในแต่ละช่วง คุณภาพ ต้นทุนการรวบรวมและขนส่ง ตลอดจนการแข่งขันระหว่างผู้ส่งออกและประเทศคู่แข่ง
ภาพจากรายงานครั้งนี้จึงชัดว่า ตลาดจีนยังเป็นโอกาสใหญ่ของผลไม้ไทย แต่การแข่งขันกำลังสูงขึ้น โดยเฉพาะทุเรียน และสิ่งที่ไทยต้องรักษาไม่ใช่เพียงปริมาณส่งออก แต่คือคุณภาพ มาตรฐาน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีน
ข้อมูลสถิติการค้า : Global Trade Atlas
ที่มา : DITP
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


