พิษน้ำท่วมทำผักแพง

สำรวจตลาดสดกราภูงา จ.พังงา วันที่ 29 กันยายน 2569 พบผักหลายชนิดปรับราคาสูงขึ้น ผักบุ้งจีนจาก 25 บาทเป็น 60 บาทต่อกิโลกรัม ต้นหอมจาก 100 บาทเป็น 170–180 บาท ขณะที่ผู้ค้าให้ข้อมูลว่าน้ำท่วมหลายพื้นที่กระทบผลผลิต ผักเข้าสู่ตลาดลดลง ต้องจัดหาสินค้าจากพื้นที่อื่นและประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มภาระค่าขนส่ง แต่ราคาชุดนี้เป็นข้อมูลจากตลาดแห่งเดียว ไม่ใช่ราคาผักทั่วประเทศหรือราคาหน้าสวน
ผักบุ้งจีนเพิ่มมากกว่าเท่าตัว
วันที่ 29 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาผักที่ตลาดสดกราภูงา เทศบาลเมืองพังงา จ.พังงา พบว่าผักหลายชนิดมีราคาสูงขึ้น โดยผู้ค้าในตลาดให้ข้อมูลว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง
ราคาที่รายงานจากการสำรวจ ได้แก่
- ผักชี จาก 170 บาท เป็น 180–200 บาท/กก.
- ต้นหอม จาก 100 บาท เป็น 170–180 บาท/กก.
- ผักบุ้งจีน จาก 25 บาท เป็น 60 บาท/กก.
- คะน้า จาก 50 บาท เป็น 60 บาท/กก.
- บรอกโคลี จาก 60 บาท เป็น 80 บาท/กก.
- มะเขือยาว จาก 40 บาท เป็น 60 บาท/กก.
- ถั่วฝักยาว จาก 60 บาท เป็น 80 บาท/กก.
เมื่อเทียบตามตัวเลขดังกล่าว ผักบุ้งจีนเป็นหนึ่งในรายการที่ขยับแรง จาก 25 บาทเป็น 60 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว
ผู้ค้าชี้น้ำท่วมทำของน้อย ต้นทุนจัดหาผักเพิ่ม
พ่อค้าแม่ค้าผักในตลาดสดกราภูงาระบุว่า หลายจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อผลผลิตผัก ทำให้ราคาจากต้นทางสูงขึ้น
เมื่อผักจากแหล่งเดิมมีปริมาณลดลง ผู้ค้าบางส่วนจึงต้องจัดหาสินค้าจากพื้นที่อื่น รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้มีภาระค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
แม่ค้าในตลาดประเมินว่า ราคาผักโดยรวมสูงขึ้นจากเดิมกว่า 30% ขณะที่บางชนิดเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว
ราคาสูง แต่ตลาดกลับเงียบ
อีกด้านที่ต้องจับตาคือ ราคาขายที่สูงขึ้นไม่ได้แปลว่าผู้ค้าและเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ต้นทางรายงานว่า ราคาผักที่เพิ่มขึ้นกระทบผู้บริโภค โดยเฉพาะประชาชนและร้านอาหารที่ต้องซื้อผักเป็นประจำ ขณะที่บรรยากาศการจับจ่ายภายในตลาดสดกราภูงาค่อนข้างเงียบเหงา
ผู้ค้าคาดว่าราคาผักอาจยังอยู่ในระดับสูงอีกระยะ จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูกจะคลี่คลายและผลผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
เกษตรกรต้องแยก “ราคาตลาด” ออกจาก “ราคาหน้าสวน”
ตัวเลขทั้งหมดในข่าวนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นราคาจากการสำรวจ ตลาดสดกราภูงา จ.พังงา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 จึงไม่ควรนำไปใช้แทนราคาผักทั่วประเทศ
ที่สำคัญ ราคาขายที่ตลาดปลายทางไม่ใช่ราคาหน้าสวนที่เกษตรกรได้รับ เนื่องจากระหว่างต้นทางกับตลาดปลายทางยังมีต้นทุนและเงื่อนไขอื่น รวมถึงการขนส่งและการจัดหาสินค้า
ดังนั้น สิ่งที่เกษตรกรควรจับตาต่อคือ ปริมาณผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจะกลับเข้าสู่ตลาดเมื่อใด รวมถึงราคาหน้าสวนในแต่ละพื้นที่ว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาขายปลายทางหรือไม่
ที่มา : สำนักข่าวพลังปวงชน (INNEWS Online)
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


