อ้อยสด 1,100 บาท/ตัน! โรงงานอีสานล่าง 2 แห่งเปิดราคาให้ชาวไร่คู่สัญญา—ยังไม่ใช่ราคาอ้อยทั่วประเทศ

โรงงานน้ำตาล 2 แห่งในภาคอีสานล่างประกาศโครงการซื้ออ้อยสด ปีการผลิต 2569/70 ในอัตรา 1,100 บาทต่อตัน โดยให้สิทธิแก่ชาวไร่อ้อยคู่สัญญาเป็นทางเลือกนอกเหนือจากการรับซื้ออ้อยตามราคาประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 1,100 บาทต่อตันเป็นราคาในโครงการของโรงงาน ไม่ใช่ราคาอ้อยกลางทั่วประเทศ และยังต้องตรวจรายละเอียดค่า CCS คุณภาพอ้อย และเงื่อนไขคู่สัญญาจากประกาศของโรงงานก่อนนำไปเปรียบเทียบกับราคาจุดอื่น
โรงงานอีสานล่าง 2 แห่งประกาศ 1,100 บาท/ตัน
วันที่ 29 กันยายน 2569 เพจโรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทยรายงานว่า มีโรงงานน้ำตาล 2 แห่งในพื้นที่ภาคอีสานล่างประกาศ โครงการซื้ออ้อยสด ปีการผลิต 2569/70 ที่อัตรา 1,100 บาทต่อตัน
ต้นทางระบุว่า โครงการดังกล่าวให้สิทธิกับ ชาวไร่อ้อยคู่สัญญา
วัตถุประสงค์คือเพิ่มทางเลือกให้ชาวไร่ นอกเหนือจากการรับซื้ออ้อยตามราคาประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. รวมถึงสร้างความมั่นใจให้ชาวไร่ในสังกัดสามารถบำรุงรักษาอ้อยเพื่อให้ได้ผลผลิต
1,100 บาท ไม่ใช่ราคาอ้อยทั่วประเทศ
นี่คือจุดสำคัญที่สุดของข่าว
ตัวเลข 1,100 บาทต่อตัน เป็นอัตราที่โรงงาน 2 แห่งประกาศภายใต้โครงการสำหรับชาวไร่คู่สัญญา
จึงไม่ควรนำไปเขียนว่า “ราคาอ้อยปี 2569/70 อยู่ที่ 1,100 บาทต่อตัน”
เพราะระบบราคาอ้อยของประเทศยังมีการกำหนดราคาตามกลไกของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล และราคาในแต่ละโครงการของโรงงานอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมแตกต่างกัน
ต้องรู้ค่า CCS ก่อนเปรียบเทียบราคา
ราคาต่อตันเพียงตัวเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับชาวไร่ในการตัดสินใจ
ในระบบอ้อย CCS หรือ Commercial Cane Sugar ใช้สะท้อนคุณภาพความหวานของอ้อย และมีความเกี่ยวข้องกับการคำนวณมูลค่าอ้อย
ดังนั้น หากโรงงานหนึ่งประกาศ 1,100 บาทต่อตัน แต่ใช้อัตราความหวานหรือเงื่อนไขคุณภาพต่างจากอีกโรงงานหนึ่ง ก็ไม่ควรนำตัวเลขราคามาเทียบกันโดยตรง
ข้อมูลที่นาดีดีตรวจได้ขณะนี้ยังไม่พบประกาศต้นฉบับของโรงงานทั้ง 2 แห่งที่ยืนยัน ค่า CCS ฐาน เงื่อนไขเพิ่ม-ลดตามความหวาน หรือข้อกำหนดคุณภาพอ้อย
จึงไม่เติมข้อมูลดังกล่าวเอง
ทำไมโรงงานถึงประกาศราคารับซื้อล่วงหน้า?
สำหรับโรงงานน้ำตาล วัตถุดิบอ้อยเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเดินเครื่องในฤดูหีบ
การสร้างความมั่นใจให้ชาวไร่คู่สัญญาเห็นแนวทางรายได้ล่วงหน้า อาจช่วยให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการดูแลแปลงและบำรุงอ้อยจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว
ต้นทางเองระบุเป้าหมายว่าต้องการช่วยดูแลชาวไร่อ้อยในสังกัด และสร้างความมั่นใจต่อการบำรุงรักษาอ้อยให้ได้ผลผลิต
อย่างไรก็ตาม นี่เป็น เป้าหมายของโครงการ ยังไม่ใช่หลักฐานว่าชาวไร่มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว
ชาวไร่ต้องดูอะไร ก่อนเลือกราคา 1,100 บาท?
ก่อนเข้าร่วมโครงการ ควรตรวจรายละเอียดจากประกาศของโรงงานคู่สัญญาให้ครบ โดยเฉพาะ
ค่า CCS หรือความหวานที่ใช้เป็นฐาน
คุณภาพและเงื่อนไขของอ้อยสด
ปริมาณอ้อยที่สามารถเข้าร่วมโครงการ
ระยะเวลาหรือช่วงส่งมอบ
เงื่อนไขเพิ่มหรือลดราคา
และ สิทธิหรือข้อผูกพันของชาวไร่คู่สัญญา
เพราะสุดท้ายแล้ว ตัวเลขที่สำคัญกับชาวไร่ไม่ใช่เพียงว่า “โรงงานประกาศตันละเท่าไร”
แต่คือ “อ้อยของเราเข้าเงื่อนไขแล้วจะได้เงินสุทธิตันละเท่าไร”
ที่มา : โรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


