น้ำท่วม 29 จังหวัด โรงงานอาหารจับตาวัตถุดิบเกษตร! สมาคมอาหารฯ เตือนต้องดูรายพืช—ยังไม่ใช่ของขาด

ภาคอุตสาหกรรมอาหารเริ่มติดตามผลกระทบจากน้ำท่วม 29 จังหวัดและกรุงเทพมหานครต่อแหล่งวัตถุดิบเกษตร โดยเฉพาะความต่อเนื่องในการเก็บเกี่ยว ขนส่ง และนำวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานช่วงไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนย้ำว่า จำนวนจังหวัดที่ประสบภัยไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เกษตรหรือผลผลิตทั้งหมดในจังหวัดเหล่านั้นเสียหาย และขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าไทยเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอาหารแล้ว
โรงงานอาหารเริ่มจับตาวัตถุดิบจากพื้นที่น้ำท่วม
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า สถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าครอบคลุม 29 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อแหล่งวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด
เหตุผลคือภาคอุตสาหกรรมอาหารต้องพึ่งพาวัตถุดิบเกษตรเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
หากพื้นที่ผลิตได้รับผลกระทบ อาจส่งต่อไปยังปริมาณวัตถุดิบ การขนส่ง ต้นทุน และแผนการผลิตของโรงงานได้
29 จังหวัดน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าผลผลิตทั้งหมดเสียหาย
นายวิศิษฐ์ย้ำว่า จำนวนจังหวัดที่ประสบภัยไม่สามารถใช้เป็นตัวแทนความเสียหายของภาคเกษตรได้โดยตรง
ต้องประเมินเป็น รายพื้นที่และรายชนิดพืช
เพราะจังหวัดหนึ่งอาจมีน้ำท่วมเฉพาะบางอำเภอ ขณะที่พื้นที่ผลิตสำคัญอีกส่วนยังไม่ได้รับผลกระทบ
เช่นเดียวกัน พื้นที่เกษตรที่มีน้ำเข้าไม่ได้หมายความว่าผลผลิตเสียหายทั้งหมด เพราะพืชแต่ละชนิดมีความสามารถในการทนน้ำและอยู่ในช่วงการผลิตแตกต่างกัน
ดังนั้น การใช้คำว่า “น้ำท่วม 29 จังหวัด” แล้วสรุปว่าประเทศไทยสูญเสียวัตถุดิบอาหารจำนวนมากแล้ว จึงเกินกว่าข้อมูลที่มีอยู่
ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่พืชเสียหาย
สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถเกิดขึ้นได้หลายทาง
แม้ผลผลิตในแปลงจะยังไม่เสียหายทั้งหมด แต่หากเกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ตามกำหนด หรือรถบรรทุกไม่สามารถเข้าไปรับสินค้าได้ วัตถุดิบก็อาจเข้าสู่โรงงานล่าช้า
ปัญหาเส้นทางขนส่งยังสามารถกระทบการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างพื้นที่ผลิต โรงงาน คลังสินค้า ท่าเรือ และสนามบิน
ผลกระทบจึงต้องพิจารณาทั้ง ปริมาณผลผลิตจริง + การเก็บเกี่ยว + โลจิสติกส์ + สต๊อกของโรงงาน
ทำไมไตรมาส 4 ต้องจับตา?
ช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการอาหารต้องบริหารการผลิตและส่งมอบสินค้าตามคำสั่งซื้อ
หากวัตถุดิบบางชนิดเข้าสู่โรงงานล่าช้าหรือมีปริมาณลดลง ผู้ผลิตอาจต้องปรับแผนการผลิต ใช้สต๊อกเดิม หรือหาวัตถุดิบจากพื้นที่อื่นทดแทน
แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังเป็น ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ผลิตอาหารไทยขาดวัตถุดิบแล้ว หรือการส่งออกอาหารไตรมาส 4 จะลดลงอย่างแน่นอน
แล้วเกษตรกรจะได้ราคาดีขึ้นหรือไม่?
นี่เป็นอีกเรื่องที่ยังสรุปไม่ได้
หากวัตถุดิบชนิดหนึ่งเข้าสู่ตลาดน้อยลงจริง ขณะที่ความต้องการจากโรงงานยังเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น ก็อาจเกิดการแข่งขันรับซื้อได้
แต่ราคาหน้าไร่ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพสินค้า ปริมาณสต๊อกของโรงงาน แหล่งผลิตทดแทน ต้นทุนขนส่ง และความต้องการของตลาดปลายทาง
ดังนั้น “น้ำท่วมทำให้ผลผลิตลด” ไม่เท่ากับ “เกษตรกรที่เหลือจะได้ราคาสูงขึ้น” โดยอัตโนมัติ
ต้องดูราคาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละจุดรับซื้อ
ตัวเลขที่ต้องรอต่อ ไม่ใช่แค่จำนวนจังหวัด
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตัวเลขที่มีความหมายมากกว่าคำว่า “น้ำท่วม 29 จังหวัด” คือ
พื้นที่เกษตรเสียหายจริงกี่ไร่
พืชชนิดใดได้รับผลกระทบ
ผลผลิตหายจากตลาดกี่ตัน
เส้นทางขนส่งใดใช้งานไม่ได้
โรงงานมีสต๊อกเหลือเท่าไร
และ ราคาหน้าไร่หรือจุดรับซื้อเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เมื่อข้อมูลเหล่านี้ชัดเจน จึงจะประเมินได้ว่าน้ำท่วมรอบนี้กระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารและการส่งออกไทยในไตรมาส 4 มากน้อยเพียงใด
สถานะตอนนี้จึงควรเรียกว่า “ความเสี่ยงต่อวัตถุดิบที่ต้องติดตาม” ไม่ใช่ “ภาวะวัตถุดิบขาดแคลน”
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


