แชร์

ฝนเริ่มซา แต่น้ำเหนือยังต้องลง! ภาคกลางเร่งระบาย-เตรียมเครื่องสูบ เกษตรกรพื้นที่ลุ่มยังต้องจับตา

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
25 ผู้เข้าชม

สถานการณ์น้ำภาคกลางยังต้องบริหารต่อเนื่อง แม้ภาพรวมฝนมีแนวโน้มลดลง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามทั้งการระบายน้ำ การเตรียมเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำ รวมถึงการคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน พื้นที่เกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจ ขณะที่เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มยังต้องติดตามระดับน้ำและประกาศจากกรมชลประทานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ประชุมติดตามน้ำภาคกลาง 28 ก.ย.

วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 3/2569 ผ่านระบบออนไลน์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนกระทรวงเข้าร่วมการประชุม

ชลประทานจับตาการระบายน้ำ

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานมีบทบาทหลักในการติดตามและบริหารจัดการน้ำ พร้อมประสานการทำงานกับหน่วยงานและจังหวัดที่เกี่ยวข้อง

ภารกิจครอบคลุมทั้ง การระบายน้ำ การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงการปรับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

เป้าหมายตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ คือการลดผลกระทบต่อ ประชาชน พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจ

ฝนลด แต่ปัญหาน้ำอาจยังไม่จบ

สำหรับเกษตรกร จุดสำคัญคือสถานการณ์ฝนและสถานการณ์น้ำไม่ใช่เรื่องเดียวกันทั้งหมด

แม้ฝนในพื้นที่จะลดลง แต่ระดับน้ำในแม่น้ำ คลอง และพื้นที่ลุ่มยังสามารถได้รับอิทธิพลจากน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน รวมถึงการบริหารจัดการน้ำผ่านเขื่อน ประตูระบายน้ำ และระบบชลประทาน

ดังนั้น การดูเพียงว่าฝนหยุดหรือท้องฟ้าเริ่มเปิดอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการประเมินความเสี่ยงของแปลงเกษตร

พื้นที่ลุ่มควรติดตามระดับน้ำใกล้ตัว

สำหรับชาวนาและเกษตรกรที่มีพื้นที่อยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง หรือพื้นที่ลุ่ม สิ่งที่ควรติดตามคือ ระดับน้ำในพื้นที่และประกาศการบริหารน้ำของกรมชลประทาน

โดยเฉพาะหากมีการปรับอัตราการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน เพราะผลกระทบอาจเกิดขึ้นในพื้นที่ปลายน้ำภายหลัง แม้ฝนในพื้นที่นั้นจะไม่ได้ตกหนักแล้วก็ตาม

การประชุมครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารน้ำและเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่ใช่ประกาศปล่อยน้ำเข้าพื้นที่เกษตร

จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ การประชุมเพื่อบริหารจัดการน้ำภาคกลาง ไม่ได้หมายความว่ามีคำสั่งปล่อยน้ำเข้าพื้นที่เกษตรแห่งใดแห่งหนึ่งแล้ว

หากมีการปรับแผนระบายน้ำ เพิ่มการระบาย หรือประกาศพื้นที่เสี่ยง หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องมีข้อมูลและประกาศตามสถานการณ์

ดังนั้น เกษตรกรไม่ควรใช้ข่าวการประชุมนี้เพียงอย่างเดียวตัดสินว่าพื้นที่ของตนจะถูกน้ำท่วมหรือไม่

สิ่งที่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจคือ ประกาศล่าสุดของกรมชลประทาน จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่

สำหรับนาดีดี ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคืออัตราการระบายน้ำในลุ่มน้ำสำคัญของภาคกลาง และพื้นที่เกษตรปลายน้ำที่อาจได้รับผลกระทบหากมีการปรับการระบายน้ำเพิ่มขึ้น

ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้