แชร์

ไทยตัดส่ง แต่มาเลเซียรอให้หล่น! ทุเรียนสุกคาต้นกำลังบุกตลาดจีน—คู่แข่งกำลังขาย “ความต่าง”

อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2026
33 ผู้เข้าชม

การแข่งขันในตลาดทุเรียนจีนกำลังมีมิติใหม่ เมื่อมาเลเซียใช้จุดเด่นของทุเรียนที่ปล่อยให้สุกเต็มที่บนต้นและหล่นเองเป็นจุดขาย โดยเฉพาะ Musang King ที่ถูกวางตำแหน่งในตลาดพรีเมียม ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางรายไม่ได้มองเพียงการส่งผลไม้ไปจีน แต่ยังพยายามดึงนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางมากินทุเรียนถึงมาเลเซีย ทำให้การแข่งขันเริ่มขยับจากการขาย “ผลไม้” ไปสู่การขาย “ประสบการณ์” ด้วย

มาเลเซียรอให้ทุเรียนสุกแล้วหล่น

Associated Press (AP) รายงานผ่าน Fortune ถึงการแข่งขันของอุตสาหกรรมทุเรียนมาเลเซียในตลาดจีน โดยหนึ่งในลักษณะเด่นของการผลิตคือการปล่อยทุเรียนให้ สุกเต็มที่บนต้นและหล่นลงมาเอง

วิธีดังกล่าวทำให้ผลทุเรียนมีความสุก กลิ่น และรสชาติในลักษณะที่มาเลเซียนำมาใช้เป็นจุดขายกับผู้บริโภค

หนึ่งในพันธุ์สำคัญคือ Musang King ซึ่งเป็นทุเรียนชื่อดังของมาเลเซียและถูกวางตำแหน่งเป็นสินค้าระดับพรีเมียม

จีนเปิดตลาดทุเรียนสดมาเลเซียปี 2024

จีนอนุญาตนำเข้าทุเรียนสดจากมาเลเซียในปี 2024

การเปิดตลาดดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะก่อนหน้านั้นมาเลเซียส่งทุเรียนเข้าสู่จีนในรูปแบบแช่แข็งเป็นหลัก

เมื่อสามารถส่งผลสดได้ มาเลเซียจึงมีโอกาสนำจุดขายเรื่องความสุกและลักษณะเฉพาะของพันธุ์ทุเรียนมาใช้แข่งขันในตลาดจีนมากขึ้น

จุดแข็งก็เป็นจุดยาก — ยิ่งสุก ยิ่งต้องส่งเร็ว

การปล่อยทุเรียนให้สุกเต็มที่มีข้อจำกัดสำคัญคือ อายุหลังเก็บเกี่ยว

เมื่อผลสุกแล้ว เวลาสำหรับการคัด บรรจุ ขนส่ง และจำหน่ายจะมีจำกัด ทำให้ระบบโลจิสติกส์และการรักษาคุณภาพมีความสำคัญอย่างมาก

นี่จึงเป็นทั้งจุดแข็งและความท้าทายของโมเดล “ทุเรียนสุกคาต้น” ของมาเลเซีย

ไม่ได้ขายแค่ทุเรียน แต่ขายประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวจีน

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจจากรายงานของ AP คือ มาเลเซียไม่ได้มองผู้บริโภคจีนเฉพาะในฐานะลูกค้าส่งออกเท่านั้น

Edison Ang ผู้ก่อตั้งศูนย์ทุเรียนที่บทความกล่าวถึง ระบุว่า ศูนย์ดังกล่าวมุ่งจับทั้งลูกค้าท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าทุเรียนรายใหญ่ที่สุดของโลก

แนวทางดังกล่าวทำให้ทุเรียนไม่ได้ถูกขายเฉพาะในฐานะผลไม้ แต่ยังสามารถเชื่อมกับการท่องเที่ยวและประสบการณ์การกินทุเรียนในประเทศผู้ผลิต

สำหรับมาเลเซีย จุดขายเรื่องทุเรียนสุกเต็มที่จึงสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในตลาดส่งออกและตลาดนักท่องเที่ยว

ตลาดจีนใหญ่ แต่ตัวเลขต้องอ่านให้ถูก

รายงานของ AP/Fortune กล่าวถึงตลาดทุเรียนจีนในระดับประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังควรตรวจเทียบกับข้อมูลศุลกากรจีนตามปีและช่วงเวลาที่ใช้คำนวณก่อนนำไปใช้เป็นตัวเลขทางการในการเปรียบเทียบตลาด

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ จีนเป็นตลาดทุเรียนขนาดใหญ่ และมีประเทศผู้ผลิตหลายรายพยายามสร้างพื้นที่ของตัวเองในตลาดนี้

ไทยกำลังเจอคู่แข่งที่เล่นคนละเกม

สำหรับชาวสวนไทย จุดที่น่าสนใจของข่าวนี้ไม่ใช่แค่ว่า มาเลเซียจะผลิตทุเรียนได้มากกว่าไทยหรือไม่

แต่คือ มาเลเซียกำลังสร้างความแตกต่างให้ทุเรียนของตัวเอง

ไทยมีระบบการผลิตและส่งออกทุเรียนสดขนาดใหญ่ ขณะที่เวียดนามกำลังเพิ่มศักยภาพทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และการเข้าถึงตลาดจีน

ส่วนมาเลเซียมีพันธุ์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น Musang King และกำลังใช้ พันธุ์ดัง + ความสุกเต็มที่ + ประสบการณ์การกิน เป็นจุดขาย

การแข่งขันจึงไม่ได้เกิดขึ้นในสนามเดียวกันทั้งหมด

ถ้าคนจีนติดใจ “สุกคาต้น” ไทยควรแข่งด้วยอะไร?

ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า ทุเรียนมาเลเซียกำลังแย่งส่วนแบ่งตลาดจากไทยในระดับใด หรือจะทำให้ราคาทุเรียนไทยลดลง

แต่ความเคลื่อนไหวของมาเลเซียสะท้อนว่า ผู้บริโภคจีนกำลังมีทางเลือกทุเรียนจากหลายประเทศ และแต่ละประเทศกำลังสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคเลือกสินค้าของตัวเอง

ดังนั้น คำถามสำหรับอุตสาหกรรมทุเรียนไทยอาจไม่ใช่เพียงว่า “ปีนี้เราจะส่งออกได้กี่ตัน?”

แต่อาจต้องถามเพิ่มว่า

ถ้ามาเลเซียขายทั้ง Musang King ความสุกเต็มที่ และประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวจีน—ทุเรียนไทยจะสร้างความแตกต่างอะไรให้คนจีนยังเลือกไทย?

นี่เป็นโจทย์ที่ทั้งชาวสวน ผู้ประกอบการ และภาคส่งออกไทยต้องติดตามต่อ

ที่มา : Fortune / AP

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้