ทุเรียนไทยไปจีน 24 ก.ย. พุ่ง 832 ตัน มูลค่า 103 ล้าน—ภาคใต้ส่ง 815 ตัน ยังเป็นกำลังหลัก

กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรรายงานสถิติส่งออกทุเรียนผลสดไปจีนประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 รวม 832.14 ตัน มูลค่า 103.07 ล้านบาท โดยข้อมูลในคอลัมน์ภาคใต้อยู่ที่ 815.20 ตัน มูลค่า 101.27 ล้านบาท ขยับสูงกว่าวันที่ 23 กันยายน แต่ข้อมูลสองวันยังไม่เพียงพอให้สรุปเป็นแนวโน้มตลาดระยะยาว
24 ก.ย. ส่งออก 832.14 ตัน
ข้อมูลจาก กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ระบุสถิติการส่งออกทุเรียนผลสดไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569
ยอดรวมอยู่ที่ 832.14 ตัน มูลค่า 103.07 ล้านบาท และตารางต้นทางระบุจำนวน 59 ตู้/ชิปเมนต์
สำหรับข้อมูลในคอลัมน์ภาคใต้ มีปริมาณ 815.20 ตัน มูลค่า 101.27 ล้านบาท
ตัวเลขภาคใต้จึงเป็นสัดส่วนหลักของยอดรวม แต่ ไม่ใช่ยอดทั้งหมด เพราะยอดรวมยังสูงกว่ายอดภาคใต้อยู่ 16.94 ตัน
เทียบ 23 ก.ย. ปริมาณเพิ่ม 301.07 ตัน
หนึ่งวันก่อนหน้า คือวันที่ 23 กันยายน 2569 ต้นทางรายงานการส่งออกทุเรียนไปจีน 531.07 ตัน มูลค่า 64.76 ล้านบาท
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับวันที่ 24 กันยายน ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 301.07 ตัน หรือประมาณ 56.7%
ด้านมูลค่าเพิ่มจาก 64.76 ล้านบาท เป็น 103.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.31 ล้านบาท หรือประมาณ 59.2%
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบดังกล่าวเป็นเพียง ข้อมูลรายวันสองวันติดต่อกัน จึงยังไม่ควรใช้สรุปว่าการส่งออกทุเรียนไทยกำลังเติบโตในอัตรา 56.7% หรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
103.07 ล้านบาท ไม่ใช่ราคาหน้าสวน
สำหรับเกษตรกร ต้องแยก มูลค่าการส่งออกออกจากราคาที่ชาวสวนได้รับ
ตัวเลข 103.07 ล้านบาท เป็นมูลค่าการส่งออกตามสถิติประจำวันที่ 24 กันยายน ไม่ใช่มูลค่าที่จ่ายตรงให้เกษตรกร และไม่สามารถนำมาหารด้วยปริมาณแล้วใช้เป็นราคาทุเรียนหน้าไร่ได้โดยตรง
ราคาที่ชาวสวนได้รับยังขึ้นอยู่กับ พื้นที่ เกรด คุณภาพ ขนาดผล จุดรับซื้อ และเงื่อนไขการซื้อขาย
ภาคใต้ยังเป็นแหล่งหลักของยอดวันที่ 24 ก.ย.
จากยอดรวม 832.14 ตัน ข้อมูลในคอลัมน์ภาคใต้อยู่ที่ 815.20 ตัน แสดงให้เห็นว่า ยอดส่งออกส่วนใหญ่ในวันดังกล่าวเชื่อมโยงกับผลผลิตภาคใต้
แต่ยังไม่ควรนำข้อมูลรายวันไปสรุปแทนโครงสร้างการส่งออกทั้งฤดูกาล เพราะสัดส่วนสามารถเปลี่ยนตามช่วงผลผลิตของแต่ละภูมิภาค
ชาวสวนต้องจับตาอะไรต่อ?
ข้อมูลรายวันมีประโยชน์ในการติดตาม จังหวะการระบายทุเรียนเข้าสู่ตลาดจีน
สำหรับช่วงปลายฤดูทุเรียนภาคใต้ สิ่งที่ควรดูต่อคือยอดส่งออกหลังวันที่ 24 กันยายน ว่ายังคงอยู่ในระดับสูงหรือไม่ พร้อมติดตาม ปริมาณผลผลิตที่เหลือในสวน ราคาตามจุดรับซื้อ และความต้องการจากตลาดจีน
หากยอดส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จึงจะมีข้อมูลมากขึ้นสำหรับประเมินทิศทางตลาด มากกว่าการใช้ตัวเลขเพียงวันเดียว
ที่มา : กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


