แชร์

ข้าวโพดไม่ได้จบแค่เก็บเกี่ยว! CNH Thailand โชว์เครื่องจักรต่อถึงอาหารสัตว์ ตั้งแต่ปลูก–เก็บ–ทำไซเลจ

อัพเดทล่าสุด: 1 ต.ค. 2026
31 ผู้เข้าชม

CNH Thailand ร่วมกับ Farm Chokchai สาธิตโมเดล Field-to-Feed เชื่อมเครื่องจักรและเกษตรแม่นยำตั้งแต่การเตรียมดิน ปลูก เก็บเกี่ยวพืชอาหารสัตว์ จัดการเศษพืช ไปจนถึงการผลิตไซเลจสำหรับภาคปศุสัตว์ จุดที่น่าสนใจคือการมองข้าวโพดและพืชอาหารสัตว์เป็นระบบตั้งแต่แปลงถึงอาหารสัตว์ อย่างไรก็ตาม ข่าวต้นทางยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบต้นทุนต่อไร่ ผลผลิต หรือระยะคืนทุน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวลดต้นทุนหรือเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยแล้ว

CNH Thailand จับมือ Farm Chokchai สาธิต Field-to-Feed

AgroSpectrum Asia รายงานวันที่ 30 กันยายน 2569 ว่า CNH Thailand และ Farm Chokchai นำเสนอการใช้เครื่องจักรกลและ Precision Farming หรือเกษตรแม่นยำ ภายในงาน New Holland Day 2026 ที่ฟาร์มโชคชัย

กิจกรรมมีเกษตรกร ผู้ประกอบการด้านการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมชมการสาธิต

แนวคิดหลักเรียกว่า Field-to-Feed หรือการเชื่อมกระบวนการตั้งแต่การผลิตพืชในแปลงไปจนถึงการนำผลผลิตเข้าสู่ระบบอาหารสัตว์

ไม่ได้โชว์แค่รถแทรกเตอร์ แต่ต่อเครื่องจักรทั้งกระบวนการ

การสาธิตครอบคลุมหลายขั้นตอน ตั้งแต่

การเตรียมดิน

การปลูกแบบแม่นยำ

การเก็บเกี่ยวพืชอาหารสัตว์

การจัดการเศษพืชหลังเก็บเกี่ยว

ไปจนถึงการผลิต Silage หรือไซเลจ ซึ่งเป็นพืชอาหารสัตว์ที่ผ่านกระบวนการหมักเพื่อเก็บรักษาไว้ใช้เลี้ยงสัตว์

แนวคิดคือทำให้เครื่องจักรแต่ละขั้นไม่ได้ทำงานแยกจากกัน แต่เชื่อมต่อกันตั้งแต่แปลงเพาะปลูกจนถึงวัตถุดิบอาหารสัตว์

CNH มองเทคโนโลยีเป็นระบบ ไม่ใช่เครื่องเดี่ยว

Mark Brinn กรรมการผู้จัดการ CNH ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น กล่าวถึงแนวทางของบริษัทว่า การนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำมาเชื่อมตลอดกระบวนการผลิตสามารถช่วยให้ผู้ผลิตบริหารการทำงานและทรัพยากรได้ดีขึ้น

สำหรับประเทศไทย บริษัทมองโอกาสในการนำแนวทางดังกล่าวมาเชื่อมภาคการผลิตข้าวโพดกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์และอาหารสัตว์

อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำดังกล่าวเป็น มุมมองและเป้าหมายของบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยี ไม่ใช่ผลการทดลองอิสระที่ยืนยันประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของระบบแล้ว

ข้าวโพดไม่ได้มีปลายทางแค่ขายเมล็ด

สำหรับเกษตรกร จุดที่น่าสนใจของโมเดล Field-to-Feed คือการมองพืชตั้งแต่ก่อนปลูกไปจนถึงการใช้เป็นอาหารสัตว์

ข้าวโพดในระบบเกษตรไทยมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อยู่แล้ว

แต่โมเดลที่ CNH Thailand สาธิตขยายมุมมองไปถึงการจัดการพืชอาหารสัตว์ทั้งต้น การเก็บเกี่ยว การจัดการเศษพืช และการทำไซเลจ

หากเกษตรกรหรือผู้ประกอบการมีตลาดปศุสัตว์รองรับ วิธีคิดเรื่องเครื่องจักรจึงอาจแตกต่างจากฟาร์มที่ผลิตข้าวโพดเพื่อขายเมล็ดเพียงอย่างเดียว

Precision Farming คืออะไร?

Precision Farming หรือ เกษตรแม่นยำ คือแนวทางใช้ข้อมูล เครื่องจักร เซนเซอร์ ระบบนำทาง หรือเทคโนโลยีอื่นช่วยให้การทำงานในแปลงตรงกับตำแหน่งและความต้องการมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น การควบคุมแนวปลูก ระยะปลูก การทำงานของเครื่องจักร หรือการจัดการปัจจัยการผลิตให้เหมาะสมกับพื้นที่

เป้าหมายโดยทั่วไปคือช่วยใช้ทรัพยากรและเวลาทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น

แต่การมีเทคโนโลยีไม่ได้หมายความว่าต้นทุนรวมของเกษตรกรจะลดลงเสมอ เพราะต้องรวมราคาซื้อเครื่อง ค่าเสื่อมราคา เชื้อเพลิง การซ่อมบำรุง และขนาดพื้นที่ที่ใช้งานด้วย

จุดที่ข่าวนี้ยังตอบไม่ได้ คือ “คุ้มกี่บาทต่อไร่?”

นี่คือข้อมูลสำคัญที่สุดที่เกษตรกรควรใช้ตัดสินใจ แต่ต้นข่าวยังไม่มีตัวเลขเปรียบเทียบ

ยังไม่มีข้อมูลว่าเมื่อใช้ระบบดังกล่าวแล้ว

ต้นทุนลดลงกี่บาทต่อไร่

ใช้แรงงานลดลงกี่คนหรือกี่ชั่วโมง

ผลผลิตเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

ลดการสูญเสียได้กี่ตัน

ไซเลจมีต้นทุนการผลิตต่อตันเท่าไร

หรือ เครื่องจักรต้องใช้พื้นที่กี่ไร่จึงคุ้มทุน

ดังนั้น ข่าวนี้ควรถูกมองว่าเป็น การสาธิตแนวทางและเทคโนโลยี ไม่ใช่หลักฐานว่าระบบดังกล่าวทำให้เกษตรกรไทยมีกำไรเพิ่มขึ้นแล้ว

เครื่องใหญ่ไม่จำเป็นต้องแปลว่าเกษตรกรต้องซื้อเอง

อีกประเด็นที่ควรติดตามคือรูปแบบการเข้าถึงเครื่องจักร

สำหรับเกษตรกรรายย่อย การซื้อเครื่องจักรขนาดใหญ่ด้วยตัวเองอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม หากจำนวนไร่ไม่มากพอให้เฉลี่ยต้นทุนเครื่องลงมาได้

การใช้ผู้รับจ้างเครื่องจักร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือการใช้เครื่องร่วมกัน อาจเป็นอีกโมเดลที่ต้องนำมาเปรียบเทียบ

แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องราคาของเครื่องจักร ค่าใช้บริการรับจ้าง หรือรูปแบบการเงินสำหรับเกษตรกร จึงยังไม่สามารถประเมินความคุ้มค่าได้

เกษตรกรควรดู “ต้นทุนต่อไร่” มากกว่าแค่ความทันสมัย

สิ่งที่น่าติดตามต่อจากการสาธิตครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าเครื่องจักรสามารถทำอะไรได้

แต่คือ เมื่อเอามาใช้ในฟาร์มไทยจริงแล้ว ต้นทุนต่อไร่ลดลงหรือไม่ ผลผลิตและคุณภาพดีขึ้นเท่าไร และตลาดปลายทางจ่ายเพิ่มให้กับสิ่งที่ผลิตได้หรือไม่

หากมีข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยตอบได้ว่าโมเดล Field-to-Feed เหมาะกับฟาร์มขนาดใหญ่ ผู้รับจ้างเครื่องจักร กลุ่มเกษตรกร หรือสามารถขยายไปสู่เกษตรกรรายย่อยได้มากน้อยเพียงใด

ตอนนี้จึงสรุปได้เพียงว่า CNH Thailand และ Farm Chokchai กำลังสาธิตวิธีเชื่อมการผลิตข้าวโพดและพืชอาหารสัตว์เข้ากับภาคปศุสัตว์ด้วยเครื่องจักรและเกษตรแม่นยำ ส่วนความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังต้องรอตัวเลขพิสูจน์

ที่มา : AgroSpectrum Asia

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้