แชร์

ชาวนาพื้นที่รับน้ำเช็กแปลงด่วน! ชลประทานระบายเจ้าพระยา 1,700 คิว/วินาที—ข้าวพร้อมเกี่ยวให้เร่งเก็บก่อนน้ำมา

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ย. 2026
43 ผู้เข้าชม

กระทรวงเกษตรฯ–กรมชลประทานแถลงสถานการณ์น้ำวันที่ 25 กันยายน 2569 หลังฝนตกหนักและน้ำเหนือเพิ่ม กรมชลประทานบริหารการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่รับน้ำที่ผลผลิตพร้อมเก็บเกี่ยวให้เร่งดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยง โดยอัตราระบายน้ำสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

ฝนหนัก–น้ำเหนือเพิ่ม ดันระดับน้ำเจ้าพระยา

วันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แถลงสถานการณ์น้ำ โดย นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อม นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ในฐานะรองโฆษกกรมชลประทาน

การแถลงระบุว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมืออย่างใกล้ชิด

กระทรวงฯ อธิบายว่า ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักกระจุกตัวต่อเนื่อง ประกอบกับมีการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่ลำน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ลุ่มน้ำตอนบนถึงตอนล่างเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำที่ระบาย

เขื่อนเจ้าพระยาระบายประมาณ 1,700 คิว/วินาที

ข้อมูลในการแถลงวันที่ 25 กันยายนระบุว่า กรมชลประทานบริหารการระบายน้ำผ่าน เขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยต้องบริหารระดับน้ำทั้งบริเวณเหนือและท้ายเขื่อนให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ตัวเลขดังกล่าวต้องอ่านพร้อมวันที่ เพราะ 1,700 ลบ.ม./วินาที ไม่ใช่อัตราที่กำหนดตายตัว

กรมชลประทานสามารถปรับการระบายตามปริมาณน้ำเหนือ ฝนที่ตกเพิ่ม และความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ท้ายเขื่อน ดังนั้นหากนำข่าวไปเผยแพร่ภายหลัง ต้องตรวจอัตราระบายล่าสุดอีกครั้ง

พื้นที่รับน้ำ “ข้าวพร้อมเกี่ยว” ขอให้เร่งเก็บ

ประเด็นที่เกี่ยวกับเกษตรกรโดยตรงคือ กระทรวงเกษตรฯ ขอความร่วมมือเกษตรกรใน พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่รับน้ำ ที่มีผลผลิตพร้อมเก็บเกี่ยว ให้เร่งดำเนินการเก็บเกี่ยว เพื่อลดความเสี่ยงจากการบริหารจัดการน้ำในช่วงต่อไป

คำขอดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าชาวนาทั่วลุ่มเจ้าพระยาต้องเก็บเกี่ยวพร้อมกันทั้งหมด

เกษตรกรควรตรวจสอบก่อนว่าแปลงของตนอยู่ในพื้นที่รับน้ำหรือพื้นที่ที่หน่วยงานในจังหวัดแจ้งเตือนหรือไม่ และพิจารณาความพร้อมของผลผลิตประกอบ

“Rain Bomb” คือฝนหนักกระจุกตัว ไม่ใช่ชื่อพายุ

ในการแถลง กระทรวงเกษตรฯ ใช้คำว่า Rain Bomb เพื่ออธิบายลักษณะฝนตกหนักที่เกิดขึ้นอย่างกระจุกตัวและต่อเนื่องในบางพื้นที่

จึงไม่ควรตีความว่า Rain Bomb เป็นชื่อพายุลูกใหม่หรือภัยประเภทใหม่ที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทย

ประเด็นสำคัญสำหรับการบริหารน้ำคือ เมื่อฝนตกหนักในพื้นที่และมีน้ำจากตอนบนไหลลงมาพร้อมกัน ปริมาณน้ำในระบบเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้น ทำให้กรมชลประทานต้องปรับการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์

เกษตรกรต้องจับตาอะไรต่อ?

สำหรับชาวนาและเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ข้อมูลสำคัญหลังจากนี้มีอย่างน้อย อัตราการระบายเขื่อนเจ้าพระยาล่าสุด ปริมาณน้ำเหนือ ระดับน้ำในพื้นที่ และประกาศพื้นที่รับน้ำของหน่วยงานในจังหวัด

โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีข้าวหรือพืชผลใกล้เก็บเกี่ยว ควรติดตามประกาศอย่างต่อเนื่อง เพราะอัตราระบายน้ำสามารถเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

ดังนั้น ตัวเลข 1,700 ลบ.ม./วินาที ในข่าวนี้ควรเข้าใจว่าเป็น ข้อมูล ณ การแถลงวันที่ 25 กันยายน 2569 ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันว่าจะคงอยู่ระดับเดิมในวันถัดไป

ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้