แชร์

กล้วยใบเหลือง อย่าคิดว่าแค่ขาดปุ๋ย! เตือน “โรคตายพราย-ปานามา” ผ่าต้นเจอเนื้อเยื่อสีน้ำตาล สุดท้ายต้นตายได้

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.ย. 2026
49 ผู้เข้าชม

กรมวิชาการเกษตรเตือนผู้ปลูกกล้วยทุกระยะการเจริญเติบโตเฝ้าระวังโรคตายพราย หรือโรคปานามา ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f. sp. cubense ช่วงอากาศร้อน มีฝนตกและฝนตกหนักบางพื้นที่ อาการสำคัญเริ่มจากใบแก่เหลืองจากขอบใบเข้าหากลางใบ ก้านใบหักพับ หากผ่าลำต้นเทียมหรือเหง้าจะพบเนื้อเยื่อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ก่อนต้นชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด

กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เผยแพร่คำเตือนผู้ปลูกกล้วยให้เฝ้าระวัง โรคตายพราย หรือโรคปานามา หรือโรคเหี่ยว ในช่วงที่สภาพอากาศร้อน มีฝนตก และมีฝนตกหนักบางพื้นที่

โรคดังกล่าวมีสาเหตุจากเชื้อรา *Fusarium oxysporum* f. sp. *cubense* ซึ่งเป็นเชื้อสาเหตุโรคสำคัญในกล้วย

ข้อมูลวิชาการของกรมวิชาการเกษตรระบุว่า เชื้อสามารถเข้าทำลายระบบท่อน้ำของกล้วย ทำให้การลำเลียงน้ำภายในต้นผิดปกติ เกิดอาการเหี่ยว และหากรุนแรงสามารถทำให้ต้นตายได้

อาการแรก เริ่มดูจากใบแก่

อาการที่เกษตรกรสามารถใช้เฝ้าระวังได้คือ ใบที่อยู่ด้านนอกหรือใบแก่เริ่มเหี่ยวและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

ลักษณะการเหลืองจะเริ่มจาก ขอบใบและค่อย ๆ ลุกลามเข้าหากลางใบ

หลังจากนั้นก้านใบจะหักพับตรงบริเวณรอยต่อกับลำต้นเทียม ซึ่งเป็นส่วนที่เกิดจากกาบใบอัดตัวกันแน่นจนเห็นคล้ายลำต้นเหนือดิน

ใบจะทยอยหักพับจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน

ในช่วงแรก ใบยอดอาจยังมีสีเขียวและตั้งตรงอยู่ แต่หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนที่ใบทั้งหมดจะเหี่ยวและแห้ง

ผ่าลำต้นแล้วเจอเนื้อเยื่อสีน้ำตาล ต้องระวัง

อาการไม่ได้เกิดเฉพาะภายนอกต้นเท่านั้น

กรมวิชาการเกษตรระบุว่า เมื่อตัดลำต้นเทียมตามขวางหรือตามยาว จะพบ เนื้อเยื่อภายในลำต้นเทียมเน่าและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลตามแนวยาว

เนื้อเยื่อภายในเหง้าก็สามารถเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้เช่นกัน

เมื่อต้นได้รับผลกระทบมากขึ้น จะชะงักการเจริญเติบโต และ ตายในที่สุด

ลักษณะเนื้อเยื่อภายในจึงเป็นอีกจุดที่ช่วยให้เกษตรกรแยกอาการต้องสงสัยออกจากกรณีใบเหลืองทั่วไปได้

ทุกช่วงอายุของกล้วยต้องเฝ้าระวัง

คำเตือนจากหน่วยงานระบุว่า โรคตายพรายสามารถพบได้ ทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วย

ดังนั้นเกษตรกรไม่ควรเฝ้าระวังเฉพาะต้นที่กำลังออกเครือหรือใกล้เก็บเกี่ยวเท่านั้น

การสำรวจควรเริ่มตั้งแต่ระยะการเจริญเติบโต โดยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของใบแก่ ก้านใบ และความผิดปกติของต้น

ทำไมโรคนี้ต้องระวัง?

โรคตายพรายเกิดจากเชื้อรา *Fusarium oxysporum* f. sp. *cubense* ซึ่งกรมวิชาการเกษตรมีงานวิจัยยืนยันว่าเป็นเชื้อสาเหตุสำคัญของโรคเหี่ยวหรือตายพรายในกล้วย

เชื้อเข้าทำลายระบบท่อน้ำ ทำให้เกิดเนื้อเยื่อตายเป็นสีน้ำตาลภายในระบบลำเลียง ก่อนแสดงอาการออกมาทางใบและการเจริญเติบโตของต้น

เมื่ออาการรุนแรงจึงสามารถทำให้ต้นกล้วยยืนต้นตายได้

ชาวสวนควรทำอะไรเมื่อพบอาการต้องสงสัย?

หากพบต้นกล้วยมีอาการ ใบแก่เหลืองจากขอบใบ ก้านใบหักพับ และมีเนื้อเยื่อภายในเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ควรเพิ่มความระมัดระวังในการจัดการต้นดังกล่าว

เนื่องจากอาการใบเหลืองสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ การยืนยันว่าเป็นโรคตายพรายควรอาศัยลักษณะอาการหลายส่วนประกอบกัน และหากไม่แน่ใจควรสอบถามเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เพื่อช่วยวินิจฉัยและแนะนำวิธีจัดการที่เหมาะสม

โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายวัสดุจากต้นหรือพื้นที่ที่สงสัยว่ามีโรค ควรดำเนินการตามคำแนะนำด้านอารักขาพืชเพื่อหลีกเลี่ยงการนำปัญหาไปยังพื้นที่อื่น

คำเตือน ไม่เท่ากับระบาดทั่วประเทศ

ข้อมูลวันที่ 24 กันยายนเป็น คำเตือนให้ผู้ปลูกกล้วยเฝ้าระวังโรคในสภาพอากาศช่วงนี้

ไม่ได้ระบุว่ามีการระบาดรุนแรงทั่วประเทศไทย และไม่ได้ให้จำนวนจังหวัด พื้นที่เป็นโรค หรือจำนวนไร่เสียหาย

ดังนั้นข่าวนี้ไม่ควรถูกตีความว่า “โรคปานามาระบาดหนักทั่วประเทศ”

สิ่งที่เกษตรกรนำไปใช้ได้คือ เพิ่มการสำรวจสวน โดยเฉพาะใบแก่ ก้านใบ และเนื้อเยื่อภายในต้น หากพบอาการผิดปกติให้รีบตรวจสอบก่อนปัญหาขยายตัว

ข้อมูลวันที่ : 24 กันยายน 2569

ที่มา : โพสต์เตือนโรคตายพราย 24 กันยายน 2569

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้