กล้วยใบเหลือง อย่าคิดว่าแค่ขาดปุ๋ย! เตือน “โรคตายพราย-ปานามา” ผ่าต้นเจอเนื้อเยื่อสีน้ำตาล สุดท้ายต้นตายได้

กรมวิชาการเกษตรเตือนผู้ปลูกกล้วยทุกระยะการเจริญเติบโตเฝ้าระวังโรคตายพราย หรือโรคปานามา ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f. sp. cubense ช่วงอากาศร้อน มีฝนตกและฝนตกหนักบางพื้นที่ อาการสำคัญเริ่มจากใบแก่เหลืองจากขอบใบเข้าหากลางใบ ก้านใบหักพับ หากผ่าลำต้นเทียมหรือเหง้าจะพบเนื้อเยื่อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ก่อนต้นชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด
กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เผยแพร่คำเตือนผู้ปลูกกล้วยให้เฝ้าระวัง โรคตายพราย หรือโรคปานามา หรือโรคเหี่ยว ในช่วงที่สภาพอากาศร้อน มีฝนตก และมีฝนตกหนักบางพื้นที่
โรคดังกล่าวมีสาเหตุจากเชื้อรา *Fusarium oxysporum* f. sp. *cubense* ซึ่งเป็นเชื้อสาเหตุโรคสำคัญในกล้วย
ข้อมูลวิชาการของกรมวิชาการเกษตรระบุว่า เชื้อสามารถเข้าทำลายระบบท่อน้ำของกล้วย ทำให้การลำเลียงน้ำภายในต้นผิดปกติ เกิดอาการเหี่ยว และหากรุนแรงสามารถทำให้ต้นตายได้
อาการแรก เริ่มดูจากใบแก่
อาการที่เกษตรกรสามารถใช้เฝ้าระวังได้คือ ใบที่อยู่ด้านนอกหรือใบแก่เริ่มเหี่ยวและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
ลักษณะการเหลืองจะเริ่มจาก ขอบใบและค่อย ๆ ลุกลามเข้าหากลางใบ
หลังจากนั้นก้านใบจะหักพับตรงบริเวณรอยต่อกับลำต้นเทียม ซึ่งเป็นส่วนที่เกิดจากกาบใบอัดตัวกันแน่นจนเห็นคล้ายลำต้นเหนือดิน
ใบจะทยอยหักพับจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน
ในช่วงแรก ใบยอดอาจยังมีสีเขียวและตั้งตรงอยู่ แต่หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนที่ใบทั้งหมดจะเหี่ยวและแห้ง
ผ่าลำต้นแล้วเจอเนื้อเยื่อสีน้ำตาล ต้องระวัง
อาการไม่ได้เกิดเฉพาะภายนอกต้นเท่านั้น
กรมวิชาการเกษตรระบุว่า เมื่อตัดลำต้นเทียมตามขวางหรือตามยาว จะพบ เนื้อเยื่อภายในลำต้นเทียมเน่าและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลตามแนวยาว
เนื้อเยื่อภายในเหง้าก็สามารถเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้เช่นกัน
เมื่อต้นได้รับผลกระทบมากขึ้น จะชะงักการเจริญเติบโต และ ตายในที่สุด
ลักษณะเนื้อเยื่อภายในจึงเป็นอีกจุดที่ช่วยให้เกษตรกรแยกอาการต้องสงสัยออกจากกรณีใบเหลืองทั่วไปได้
ทุกช่วงอายุของกล้วยต้องเฝ้าระวัง
คำเตือนจากหน่วยงานระบุว่า โรคตายพรายสามารถพบได้ ทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วย
ดังนั้นเกษตรกรไม่ควรเฝ้าระวังเฉพาะต้นที่กำลังออกเครือหรือใกล้เก็บเกี่ยวเท่านั้น
การสำรวจควรเริ่มตั้งแต่ระยะการเจริญเติบโต โดยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของใบแก่ ก้านใบ และความผิดปกติของต้น
ทำไมโรคนี้ต้องระวัง?
โรคตายพรายเกิดจากเชื้อรา *Fusarium oxysporum* f. sp. *cubense* ซึ่งกรมวิชาการเกษตรมีงานวิจัยยืนยันว่าเป็นเชื้อสาเหตุสำคัญของโรคเหี่ยวหรือตายพรายในกล้วย
เชื้อเข้าทำลายระบบท่อน้ำ ทำให้เกิดเนื้อเยื่อตายเป็นสีน้ำตาลภายในระบบลำเลียง ก่อนแสดงอาการออกมาทางใบและการเจริญเติบโตของต้น
เมื่ออาการรุนแรงจึงสามารถทำให้ต้นกล้วยยืนต้นตายได้
ชาวสวนควรทำอะไรเมื่อพบอาการต้องสงสัย?
หากพบต้นกล้วยมีอาการ ใบแก่เหลืองจากขอบใบ ก้านใบหักพับ และมีเนื้อเยื่อภายในเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ควรเพิ่มความระมัดระวังในการจัดการต้นดังกล่าว
เนื่องจากอาการใบเหลืองสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ การยืนยันว่าเป็นโรคตายพรายควรอาศัยลักษณะอาการหลายส่วนประกอบกัน และหากไม่แน่ใจควรสอบถามเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เพื่อช่วยวินิจฉัยและแนะนำวิธีจัดการที่เหมาะสม
โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายวัสดุจากต้นหรือพื้นที่ที่สงสัยว่ามีโรค ควรดำเนินการตามคำแนะนำด้านอารักขาพืชเพื่อหลีกเลี่ยงการนำปัญหาไปยังพื้นที่อื่น
คำเตือน ไม่เท่ากับระบาดทั่วประเทศ
ข้อมูลวันที่ 24 กันยายนเป็น คำเตือนให้ผู้ปลูกกล้วยเฝ้าระวังโรคในสภาพอากาศช่วงนี้
ไม่ได้ระบุว่ามีการระบาดรุนแรงทั่วประเทศไทย และไม่ได้ให้จำนวนจังหวัด พื้นที่เป็นโรค หรือจำนวนไร่เสียหาย
ดังนั้นข่าวนี้ไม่ควรถูกตีความว่า “โรคปานามาระบาดหนักทั่วประเทศ”
สิ่งที่เกษตรกรนำไปใช้ได้คือ เพิ่มการสำรวจสวน โดยเฉพาะใบแก่ ก้านใบ และเนื้อเยื่อภายในต้น หากพบอาการผิดปกติให้รีบตรวจสอบก่อนปัญหาขยายตัว
ข้อมูลวันที่ : 24 กันยายน 2569
ที่มา : โพสต์เตือนโรคตายพราย 24 กันยายน 2569
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


