ข้าวไทย 5% หัก ลดเหลือ 470 ดอลลาร์/ตัน ขณะอินเดียขึ้นสูงสุดรอบกว่า 1 ปี—ผู้ค้าชี้ดีมานด์ไทยอ่อน

ตลาดข้าวเอเชียสัปดาห์ล่าสุดเคลื่อนไหวสวนทางกัน โดย Reuters รายงานว่าราคาข้าวขาว 5% หักของไทยลดลงจาก 488 ดอลลาร์ต่อตัน เหลือ 470 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ผู้ค้าระบุว่าความต้องการซื้ออ่อนลงเพราะผู้นำเข้าหันไปหาแหล่งอื่น ส่วนข้าวอินเดียกลับปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 1 ปีจากความกังวลเรื่องผลผลิตลดลงเพราะฝนต่ำกว่าปกติ
ข้าวไทย 5% หัก ลด 18 ดอลลาร์/ตันในสัปดาห์เดียว
Reuters รายงานผ่าน Business Recorder เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ว่า ราคาข้าวขาว 5% หักของไทยอยู่ที่ 470 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลงจาก 488 ดอลลาร์ต่อตันในสัปดาห์ก่อน
คิดเป็นการลดลงประมาณ 18 ดอลลาร์ต่อตัน หรือราว 3.7%
ผู้ค้าในตลาดให้เหตุผลว่า ความต้องการซื้อข้าวไทยในสัปดาห์นี้อ่อนลง เพราะผู้นำเข้าบางส่วนหันไปซื้อจากแหล่งอื่น
จุดนี้เป็นข้อมูลสำคัญ เพราะสะท้อนว่าแรงกดดันต่อราคาข้าวไทยในรอบสัปดาห์ไม่ได้มาจากฝั่งผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องการแข่งขันด้านราคาและการเลือกแหล่งซื้อของผู้นำเข้าร่วมด้วย
อินเดียกลับขยับขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี
ในทางตรงกันข้าม ราคาข้าวอินเดียปรับสูงขึ้น
ข้าวนึ่ง 5% หักของอินเดียถูกเสนอขายที่ 375–381 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มจาก 371–377 ดอลลาร์ต่อตันในสัปดาห์ก่อน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568
ข้าวขาว 5% หักของอินเดียอยู่ที่ 372–377 ดอลลาร์ต่อตัน
ผู้ค้าในนิวเดลีระบุว่า ราคาข้าวเปลือกในประเทศกำลังสูงขึ้น เพราะตลาดคาดว่าผลผลิตปีนี้จะลดลง ซึ่งส่งผ่านแรงกดดันไปยังราคาส่งออก
Reuters ยังระบุว่า ผลผลิตข้าวอินเดียปีนี้มีแนวโน้มลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี และอาจลดแรงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี จากปริมาณฝนที่ต่ำกว่าปกติในช่วงข้าวกำลังสร้างผลผลิต
เวียดนามทรงตัวที่ 440–445 ดอลลาร์
ฝั่งเวียดนาม ราคาข้าวขาว 5% หักอยู่ที่ 440–445 ดอลลาร์ต่อตัน ในวันพฤหัสบดี และไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
ดังนั้น ภาพตลาดในรอบนี้คือ
- อินเดีย: ราคาขึ้น
- ไทย: ราคาลง
- เวียดนาม: ราคาทรงตัว
ซึ่งสะท้อนว่าแต่ละประเทศกำลังเจอแรงขับเคลื่อนตลาดไม่เหมือนกัน
ทำไมข้าวไทยลด ทั้งที่อินเดียแพงขึ้น
ตามปกติ หากคู่แข่งรายใหญ่อย่างอินเดียมีราคาสูงขึ้น ไทยอาจมีโอกาสแข่งขันได้ดีขึ้น
แต่สัปดาห์นี้ Reuters ระบุชัดว่า ดีมานด์ข้าวไทยอ่อน เพราะผู้นำเข้าหันไปหาแหล่งอื่น
นั่นหมายความว่า แม้ราคาข้าวอินเดียสูงขึ้น แต่ยังไม่ได้แปลว่าผู้ซื้อจะหันกลับมาซื้อไทยทันที เพราะยังมีแหล่งอื่นในตลาด เช่น เวียดนาม รวมถึงข้าวจากประเทศอื่นที่อาจแข่งขันได้ทั้งราคา ชนิดข้าว และเงื่อนไขส่งมอบ
ข่าวนี้จึงเตือนว่า การดูเพียงว่า “อินเดียแพงขึ้น” ยังไม่พอ ต้องดูด้วยว่าไทยอยู่ในตำแหน่งราคาไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งหมด
แล้วเกี่ยวอะไรกับชาวนาไทย
จุดที่สำคัญที่สุดคือ 470 ดอลลาร์ต่อตันเป็นราคาส่งออกข้าวขาว 5% หัก ไม่ใช่ราคาข้าวเปลือกหน้าไร่
จึงไม่ควรนำราคา FOB หรือราคาส่งออกไปเทียบตรงกับราคาที่เกษตรกรขายข้าวเปลือกให้โรงสี
ราคาหน้าไร่ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ชนิดและพันธุ์ข้าว
- ความชื้น
- คุณภาพเมล็ด
- พื้นที่และจุดรับซื้อ
- ปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาด
- สต๊อกของโรงสีและผู้ส่งออก
- คำสั่งซื้อจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ราคาส่งออกเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของระบบ หากราคาส่งออกอ่อนลงต่อเนื่องและคำสั่งซื้อชะลอ ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาภายในประเทศในระยะถัดไป
สภาพอากาศไทยกลับเป็นบวกต่อข้าวนาปรังรอบหน้า
ผู้ค้าในข่าวยังระบุว่า สภาพอากาศในพื้นที่ปลูกข้าวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อข้าวนาปรังที่จะออกในช่วงต้นปีหน้า
ตรงนี้ต้องอ่านให้แยกจากสถานการณ์ราคาในปัจจุบัน
สภาพอากาศที่ดีอาจช่วยด้านผลผลิตในอนาคต แต่หากผลผลิตเพิ่มในช่วงที่ตลาดส่งออกยังอ่อน ก็อาจทำให้แรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
ดังนั้น “ผลผลิตดี” ไม่ได้แปลว่า “ราคาดี” โดยอัตโนมัติ
นาดีดีมองว่าเกษตรกรต้องจับตา 4 เรื่อง
1. ราคาข้าวไทย 5% หัก
ต้องดูว่าจะสามารถยืนบริเวณ 470 ดอลลาร์ต่อตันได้หรือไม่ หรือจะอ่อนลงต่ออีก
2. ส่วนต่างราคากับอินเดียและเวียดนาม
ถ้าราคาข้าวอินเดียยังสูงขึ้น ขณะที่ไทยปรับลง ส่วนต่างอาจแคบลงและช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันของไทยในบางตลาด
3. คำสั่งซื้อจริง
ตัวชี้สำคัญที่สุดคือผู้นำเข้าจะกลับมาซื้อข้าวไทยหรือไม่ ไม่ใช่แค่ราคาบนหน้ากระดาน
4. ผลผลิตไทยต้นปีหน้า
สภาพอากาศที่เอื้ออาจทำให้ข้าวนาปรังออกดีขึ้น แต่ต้องเทียบกับดีมานด์ ณ เวลานั้นด้วย
สรุปสถานะ
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในสัปดาห์นี้คือ ราคาข้าวขาว 5% หักของไทยลดจาก 488 เหลือ 470 ดอลลาร์ต่อตัน และผู้ค้าระบุว่าดีมานด์อ่อนเพราะผู้นำเข้าหันไปหาแหล่งอื่น
ขณะเดียวกัน ข้าวอินเดียปรับสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องผลผลิต ส่วนเวียดนามทรงตัว
สำหรับชาวนาไทย ข่าวนี้จึงยังไม่ใช่สัญญาณว่าราคาข้าวหน้าไร่จะลดลงทันที แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดส่งออกไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านคำสั่งซื้อ และต้องจับตาว่าการที่อินเดียแพงขึ้นจะช่วยดึงผู้ซื้อกลับมาหาไทยได้มากน้อยเพียงใด
ที่มา : Reuters ผ่าน Business Recorder
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


