ทุเรียนไทยไปจีนทะลุ 1.2 ล้านตัน! ยอดสะสมถึง 20 ก.ย. มูลค่า 1.379 แสนล้านบาท

กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เปิดสถิติส่งออกทุเรียนผลสดไทยไปจีนประจำวันที่ 20 กันยายน 2569 พบเฉพาะวันเดียวส่งออก 717.66 ตัน มูลค่า 87.83 ล้านบาท ขณะที่ยอดสะสมตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 20 กันยายน เพิ่มเป็นกว่า 1.20 ล้านตัน มูลค่า 137,921.51 ล้านบาท แต่ต้องแยกให้ชัดว่านี่คือสถิติการส่งออก ไม่ใช่ราคาหน้าสวนหรือรายได้ที่เกษตรกรได้รับ
กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร รายงานสถิติการส่งออกผลไม้สดไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยข้อมูลทุเรียนผลสดแสดงให้เห็นว่ายอดส่งออกสะสมตั้งแต่ต้นปีทะลุ 1.2 ล้านตันแล้ว
วันที่ 20 ก.ย. ส่งทุเรียนไปจีน 717.66 ตัน
เฉพาะวันที่ 20 กันยายน 2569 ไทยส่งออกทุเรียนผลสดไปจีนจำนวน 56 ตู้/ชิปเมนต์
คิดเป็นปริมาณรวม 717.66 ตัน และมีมูลค่า 87.83 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวเป็นสถิติของวันที่ 20 กันยายนเพียงวันเดียว จึงต้องแยกออกจากยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี
ยอดสะสมทะลุ 1.20 ล้านตัน
เมื่อรวมการส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–20 กันยายน 2569 สถิติจากกองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรระบุว่า ไทยส่งออกทุเรียนผลสดไปจีนสะสมจำนวน
73,768 ตู้/ชิปเมนต์
ปริมาณรวม 1,201,926.63 ตัน
มูลค่ารวม 137,921.51 ล้านบาท
ดังนั้นตัวเลข “กว่า 1.2 ล้านตัน” ที่กล่าวถึง เป็นปริมาณส่งออกสะสมเกือบ 9 เดือน ไม่ใช่ปริมาณที่ไทยส่งออกไปจีนภายในวันที่ 20 กันยายนวันเดียว
ตัวเลขนี้บอกอะไรชาวสวนทุเรียน?
สำหรับเกษตรกร ตัวเลขดังกล่าวช่วยสะท้อน ขนาดของการส่งออกทุเรียนไทยเข้าสู่ตลาดจีน ในช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 20 กันยายน 2569
การส่งออกสะสมมากกว่า 1.2 ล้านตัน แสดงให้เห็นว่าจีนยังเป็นตลาดสำคัญที่ต้องติดตามสำหรับห่วงโซ่ทุเรียนไทย ทั้งในด้านปริมาณส่งออก มาตรฐานสินค้า และทิศทางความต้องการของตลาด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขส่งออกเพียงชุดเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า ราคาทุเรียนที่เกษตรกรได้รับดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะราคาหน้าสวนยังขึ้นอยู่กับหลายเงื่อนไข ทั้งพื้นที่ ช่วงเวลา พันธุ์ เกรด คุณภาพ และภาวะตลาดในแต่ละช่วง
137,921 ล้านบาท ไม่ใช่รายได้หน้าสวน
อีกจุดที่ต้องระวังในการอ่านข้อมูลคือ มูลค่า 137,921.51 ล้านบาท เป็นมูลค่าการส่งออกสะสมตามสถิติของหน่วยงาน
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ราคาที่ผู้ส่งออกรับซื้อจากสวน และไม่ใช่รายได้สุทธิที่ตกถึงมือเกษตรกรโดยตรง
จึงไม่ควรนำมูลค่าการส่งออกดังกล่าวไปหารเฉลี่ยแล้วตีความเป็นราคาทุเรียนหน้าสวน เพราะเป็นตัวเลขคนละจุดของห่วงโซ่การค้าและมีเงื่อนไขแตกต่างกัน
ต้องจับตาอะไรต่อ?
สำหรับชาวสวน สิ่งที่ควรติดตามต่อจากยอดสะสม 1.2 ล้านตัน คือทิศทางการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี ความต้องการจากตลาดจีน ตลอดจนข้อมูลราคาทุเรียนในระดับสวนและจุดรับซื้อ ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพผลต่อเกษตรกรได้ชัดกว่าการดูมูลค่าส่งออกเพียงอย่างเดียว
ข้อมูล ณ วันที่ 20 กันยายน 2569
ที่มา : กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


