จีนเร่งเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยในแปลงข้าวโพดผลผลิตสูง ชูราก-ดินช่วยพืชใช้ธาตุอาหารให้คุ้มขึ้น

สำนักข่าว Xinhua รายงานวันที่ 19 กันยายน 2569 ถึงการพัฒนาเทคโนโลยีปุ๋ยและระบบจัดการธาตุอาหารในแปลงข้าวโพดผลผลิตสูงที่มณฑล Shandong โดยโจทย์สำคัญไม่ใช่เพิ่มปริมาณปุ๋ยอย่างเดียว แต่พยายามทำให้รากและดินช่วยพืชใช้ธาตุอาหารที่ใส่ลงไปได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลการทดลองที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ในจีนระบุศักยภาพเพิ่มผลผลิตและลดปริมาณฟอสฟอรัสบางส่วนได้ แต่ยังไม่ใช่ผลทดลองในประเทศไทย
Xinhua เปิดโจทย์ “แปลงผลผลิตสูง จะเพิ่มได้อีกอย่างไร”
สำนักข่าว Xinhua เผยแพร่รายงานวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้หัวข้อภาษาจีน “一粒肥料如何在高产田里再挖增产潜力” ซึ่งมีใจความว่า ปุ๋ยจะช่วยดึงศักยภาพการเพิ่มผลผลิตจากพื้นที่ที่ให้ผลผลิตสูงอยู่แล้วได้อย่างไร
พื้นที่รายงานอยู่ที่หมู่บ้าน Nanbeiguanzhuang เมือง Wucheng มณฑล Shandong ซึ่งข้าวโพดฤดูร้อนกำลังอยู่ในช่วงสร้างเมล็ด
ในพื้นที่ดังกล่าวมีการนำเทคโนโลยีด้านปุ๋ยและการจัดการธาตุอาหารที่พัฒนาจากงานวิจัยมาทดลองใช้ โดยมี Sinofert บริษัทปุ๋ยในเครือ Sinochem และ Chinese Academy of Agricultural Sciences (CAAS) เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี
แนวคิดไม่ใช่ “อยากได้มาก ก็ใส่ปุ๋ยมาก”
หนึ่งในโจทย์ของเกษตรสมัยใหม่คือ เมื่อพื้นที่หนึ่งมีผลผลิตสูงอยู่แล้ว การเพิ่มปริมาณปุ๋ยต่อไปอาจไม่ได้ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
การพัฒนาของจีนจึงเน้นเรื่อง ประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหาร
หลักคิดคือ ทำอย่างไรให้ระบบรากแข็งแรงและเข้าถึงธาตุอาหารในดินได้มากขึ้น รวมถึงลดส่วนของปุ๋ยที่ถูกตรึง สูญเสีย หรือไม่ถูกพืชนำไปใช้
ฟอสฟอรัสเป็นหนึ่งในธาตุที่ถูกให้ความสำคัญ เนื่องจากฟอสฟอรัสในดินบางส่วนอาจอยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ยาก แม้เกษตรกรจะเติมปุ๋ยลงไปแล้วก็ตาม
ตัวเลข 7% และลดปุ๋ย 10–20% มาจากข้อมูลประกอบก่อนหน้า
มีข้อมูลประกอบจากรายงานของ People’s Political Consultative Conference News ซึ่งสถาบันในเครือ CAAS นำมาเผยแพร่ซ้ำเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569
รายงานดังกล่าวระบุผลการทดสอบภาพรวมของเทคโนโลยีปุ๋ยฟอสฟอรัสว่า เมื่อเทียบกับ ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต 64% ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มประมาณ 7% ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้น 5–10 จุดเปอร์เซ็นต์ และในการทดสอบบางส่วนสามารถลดปริมาณปุ๋ยฟอสฟอรัส 10–20% ขณะที่ยังรักษาผลผลิตไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งชุดนี้เป็น ผลทดสอบภาพรวมตามแหล่งรายงานก่อนหน้า ไม่ใช่ผลวัดเฉพาะจากแปลงข้าวโพดที่ Xinhua นำเสนอวันที่ 19 กันยายน และไม่ใช่ผลทดลองภายใต้สภาพดินหรือภูมิอากาศของประเทศไทย
ไม่ควรอ่านข่าวนี้เป็นสูตร “ลดปุ๋ย 20%”
จุดที่เกษตรกรไทยต้องระวังคือ การทดลองในจีนไม่สามารถนำมาใช้เป็นอัตราลดปุ๋ยของแปลงไทยโดยตรง
ความต้องการปุ๋ยของพืชขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ปริมาณธาตุอาหารเดิมในดิน
- ความเป็นกรด-ด่างของดิน
- อินทรียวัตถุ
- พันธุ์พืช
- เป้าหมายผลผลิต
- ปริมาณน้ำ
- สภาพอากาศ
- สูตรและชนิดปุ๋ย
- วิธีใส่และช่วงเวลาใส่
แปลงที่มีฟอสฟอรัสสะสมสูงกับแปลงที่ขาดฟอสฟอรัสจริง ย่อมไม่สามารถลดปุ๋ยด้วยอัตราเดียวกันได้
ดังนั้น ข่าวนี้ไม่ควรถูกตีความเป็นคำแนะนำให้เกษตรกรลดปุ๋ย 10–20% ทันที
สิ่งที่น่าสนใจจริงคือ “ใช้ปุ๋ยให้คุ้มกว่าเดิม”
สำหรับนาดีดี ประเด็นที่มีความหมายกับเกษตรกรไทยมากที่สุดคือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องปุ๋ย
จากเดิมที่มักถามว่า
“ต้องใส่อีกเท่าไรจึงจะได้ผลผลิตเพิ่ม?”
เปลี่ยนเป็น
“ธาตุอาหารที่ใส่ลงไป พืชนำไปใช้ได้กี่เปอร์เซ็นต์?”
หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหารได้จริง เกษตรกรอาจมีโอกาสลดต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยตามเป้าผลผลิตทุกครั้ง
แต่เทคโนโลยีดังกล่าวจะมีความหมายต่อเกษตรกรก็ต่อเมื่อ ต้นทุนของเทคโนโลยีต่ำกว่ามูลค่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหรือปุ๋ยที่ประหยัดได้
หากเข้ามาไทย ต้องพิสูจน์อะไร
ถ้ามีการนำเทคโนโลยีปุ๋ยประเภทนี้เข้ามาทดลองในประเทศไทย สิ่งที่ควรเปิดเผยไม่ใช่เฉพาะเปอร์เซ็นต์ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
แต่ควรมีข้อมูลอย่างน้อย
- ปริมาณปุ๋ยที่ลดลงต่อไร่
- ผลผลิตก่อนและหลังใช้
- ค่าใช้จ่ายของผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยี
- ผลวิเคราะห์ดินก่อนทดลอง
- สภาพน้ำและอากาศ
- พันธุ์พืชที่ใช้
- ต้นทุนต่อกิโลกรัมหรือต่อตันผลผลิต
เพราะผลผลิตเพิ่ม 7% ไม่ได้แปลว่ากำไรเพิ่ม 7% หากต้นทุนของระบบเพิ่มขึ้นมากกว่า
นาดีดีสรุป
ข่าว Xinhua วันที่ 19 กันยายน 2569 สะท้อนทิศทางการพัฒนาปุ๋ยของจีนที่กำลังเปลี่ยนจากการมอง “ปริมาณปุ๋ย” ไปสู่ “ประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหาร”
เป้าหมายคือทำให้พืช โดยเฉพาะระบบราก ใช้ธาตุอาหารในดินและจากปุ๋ยได้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพผลผลิตของพื้นที่ที่ให้ผลผลิตสูงอยู่แล้ว
ส่วนตัวเลขผลผลิตเพิ่มประมาณ 7% ประสิทธิภาพฟอสฟอรัสเพิ่ม 5–10 จุดเปอร์เซ็นต์ และการลดปุ๋ยฟอสฟอรัส 10–20% เป็นข้อมูลทดสอบภาพรวมจากรายงานประกอบก่อนหน้าที่เผยแพร่ในจีน ไม่ใช่ผลจากแปลงข่าว Xinhua โดยตรง และยังไม่ใช่ผลในประเทศไทย
สำหรับเกษตรกรไทย สิ่งที่ควรนำกลับมาคิดจึงไม่ใช่ “ลดปุ๋ยตามจีนเท่าไร”
แต่คือ
เราจะทำให้ปุ๋ยทุกกิโลที่ซื้อมา ถูกพืชนำไปใช้ได้คุ้มขึ้นอย่างไร และสุดท้ายลดต้นทุนต่อหนึ่งตันผลผลิตได้จริงหรือไม่
ที่มา : Xinhua · ข่าวแปลงข้าวโพด 19 ก.ย. 2569
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


