ปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาวพบแล้วกว่า 100 ตัว เกษตรกรบ่อปลากาฬสินธุ์เร่งกรองน้ำ-ป้องกันก่อนหลุดเข้าฟาร์ม

สถานการณ์ปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ขยับเร็วขึ้นภายในวันเดียว จากช่วงเช้าที่เดลินิวส์รายงานยอดสะสม 54 ตัว ล่าสุดช่วงบ่าย Thai PBS รายงานว่าการปูพรมค้นหาพบแล้วมากกว่า 100 ตัว ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ตอนล่างที่ใช้น้ำจากระบบชลประทานเริ่มเพิ่มการกรองน้ำและป้องกันบ่อ เพื่อลดความเสี่ยงที่ปลาหมอคางดำจะหลุดเข้าสู่ระบบเพาะเลี้ยง
ตัวเลข 54 ตัวถูกอัปเดตแล้ว ล่าสุดพบมากกว่า 100 ตัว
เดลินิวส์เผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 10:43 น. ระบุว่า มีการจับปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 13 ตัวจากวันก่อน ทำให้ยอดสะสมขณะนั้นอยู่ที่ 54 ตัว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังในวันเดียวกัน Thai PBS รายงานเวลา 14:33 น. ว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ระดมเจ้าหน้าที่กรมประมงและเครือข่ายประมงพื้นบ้านปูพรมค้นหาในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว และพบปลาหมอคางดำแล้วมากกว่า 100 ตัว
จึงควรใช้ตัวเลข “มากกว่า 100 ตัว” เป็นสถานะล่าสุดในรอบข่าวนี้ ไม่ควรนำยอด 54 ตัวไปพาดเหมือนเป็นตัวเลขปัจจุบัน
จุดที่พบมากอยู่บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว
ข้อมูลจาก Thai PBS ระบุว่า จุดสำคัญอยู่บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว หมู่ 16 ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำตื้นริมตลิ่ง มีหญ้าและพืชน้ำ และเป็นบริเวณที่มีการพบปลาหมอคางดำต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายประมงพื้นบ้านได้ร่วมกันค้นหาและกำจัดปลาในพื้นที่
สถานการณ์จึงอยู่ในขั้น “เร่งค้นหาและควบคุม” ไม่ใช่เพียงการตรวจพบเป็นครั้งคราวเหมือนช่วงแรก
ทำไมเกษตรกรบ่อปลาต้องสนใจ
เดลินิวส์รายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำใน อ.กมลาไสย หลายหมู่บ้านใช้น้ำจากระบบคลองชลประทานที่เชื่อมกับเขื่อนลำปาว
กลุ่มนี้มีทั้งผู้เลี้ยงปลาดุก ปลานิล ปลาหมอ และสัตว์น้ำชนิดอื่น จึงมีความกังวลว่า หากปลาหมอคางดำเคลื่อนตามน้ำลงมาถึงพื้นที่ตอนล่าง อาจหลุดเข้าไปในบ่อเพาะเลี้ยงผ่านการสูบน้ำได้
ผลกระทบที่ต้องระวังคือการแข่งขันกับสัตว์น้ำที่เลี้ยงอยู่ การกินลูกปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการต้องกรองน้ำ เฝ้าระวัง และกำจัดหากพบในบ่อ
อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันในข่าวว่าปลาหมอคางดำได้เข้าไปตั้งประชากรในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
เกษตรกรเริ่มใช้การกรองน้ำหลายชั้น
เกษตรกรที่เดลินิวส์สัมภาษณ์ระบุว่า วิธีป้องกันหลักคือเพิ่มความเข้มงวดก่อนนำน้ำเข้าบ่อ
ตัวอย่างเช่น การใช้ผ้าหรือมุ้งตาถี่หลายชั้นกรองน้ำก่อนสูบเข้า การกางตาข่ายรอบบ่อ และการตรวจเส้นทางน้ำเข้า-ออก โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือน้ำเชื่อมต่อกันหลายพื้นที่
หลักคิดคือป้องกันไม่ให้ปลา ลูกปลา หรือสัตว์น้ำที่ติดมากับน้ำเข้าไปตั้งแต่ต้น เพราะหากหลุดเข้าไปในบ่อแล้ว การควบคุมจะยากและมีต้นทุนสูงกว่า
อย่าพึ่งพาความเชื่อว่า “ปลาดุกกินหมด”
ในข่าวเดลินิวส์มีเกษตรกรบางรายให้ความเห็นว่า ปลาดุกหรือปลาหมอที่เลี้ยงในบ่อเป็นปลานักล่า และหากปลาหมอคางดำหลุดเข้ามาอาจถูกกิน
คำกล่าวนี้เป็นประสบการณ์หรือความเชื่อของเกษตรกร ไม่ใช่ผลยืนยันทางวิชาการในข่าวว่าปลานักล่าในบ่อสามารถป้องกันการตั้งประชากรของปลาหมอคางดำได้ทั้งหมด
ดังนั้น เกษตรกรไม่ควรใช้วิธีนี้เป็นมาตรการหลักแทนการกรองน้ำและควบคุมทางน้ำเข้า-ออก
ข้อกล่าวว่า “มีคนนำมาปล่อย” ยังไม่ใช่ข้อสรุปทางการ
นายนคร สรรพศรี ผู้ประกอบการเพาะพันธุ์ลูกปลาที่ให้สัมภาษณ์กับเดลินิวส์ ตั้งข้อสังเกตว่า การพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวอาจไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและอาจมีคนนำมาปล่อย
แต่ประเด็นนี้ยังเป็นความเห็นส่วนบุคคลในข่าว ไม่ใช่ผลสอบสวนหรือข้อสรุปของกรมประมง
นาดีดีจึงไม่ใช้ข้อกล่าวดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง และต้องรอผลตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากมีการสืบสวนสาเหตุการแพร่เข้าพื้นที่
เกษตรกรควรทำอะไรตอนนี้
สำหรับฟาร์มที่รับน้ำจากคลองชลประทานหรือแหล่งน้ำที่เชื่อมกับเขื่อนลำปาว สิ่งสำคัญคือป้องกันก่อนมีปัญหา
ควรกรองน้ำก่อนเข้าบ่อทุกครั้ง ตรวจถุงกรองและตาข่ายให้ไม่มีรอยรั่ว ปิดช่องทางที่สัตว์น้ำจากภายนอกสามารถเข้าบ่อได้ และตรวจบ่ออนุบาลหรือบ่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
หากพบปลาต้องสงสัย ไม่ควรปล่อยกลับลงคลองหรือแหล่งน้ำ และควรแจ้งสำนักงานประมงในพื้นที่เพื่อให้ตรวจสอบ
ส่วนในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ควรใช้ยาเบื่อหรือสารเคมีเพื่อกำจัดปลาเอง เพราะอาจกระทบสัตว์น้ำชนิดอื่นและระบบนิเวศ
นาดีดีสรุปสถานะล่าสุด
ณ ช่วงบ่ายวันที่ 18 กันยายน 2569 จำนวนปลาหมอคางดำที่พบในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวเพิ่มเป็นมากกว่า 100 ตัวแล้ว จากการระดมค้นหาของเจ้าหน้าที่และเครือข่ายประมงพื้นบ้าน
ตัวเลขที่เพิ่มเร็วส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มกำลังค้นหา จึงยังไม่ควรใช้จำนวนที่จับได้เพียงอย่างเดียวสรุปอัตราการขยายพันธุ์ในธรรมชาติ
สิ่งที่ยืนยันได้คือ พบปลาหมอคางดำในอ่างจริง หลายหน่วยงานกำลังเร่งกำจัด และความเสี่ยงต่อบ่อเพาะเลี้ยงที่เชื่อมกับระบบน้ำชลประทานเป็นเรื่องที่เกษตรกรต้องเฝ้าระวัง
สำหรับเกษตรกร หลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ กรองน้ำก่อนเข้าบ่อ ลดช่องทางหลุดเข้า เฝ้าตรวจบ่อสม่ำเสมอ และหากพบให้รีบแจ้งประมงพื้นที่
ที่มา : เดลินิวส์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


