อ้อยปี 2569/70 เพจโรงงานน้ำตาลฯ ประเมินมีลุ้นเกิน 1,100 บาท/ตัน แต่ชาวไร่ยังติดปัญหาทุนบำรุงแปลง—120 บาทค่าตัดอ้อยสดยังไม่ชัด

เพจ “โรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย” ประเมินว่า ราคาอ้อยในฤดูหีบ 2569/70 มีแนวโน้มมากกว่า 1,100 บาทต่อตัน แต่เตือนว่าชาวไร่จำนวนหนึ่งกำลังเผชิญปัญหาเงินทุนบำรุงอ้อย หลังราคาอ้อยปี 2568/69 อยู่ที่ 890 บาทต่อตัน ขณะที่อีกประเด็นคือเงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ซึ่งเพจระบุว่ายังไม่ชัดเจน โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นมาตรการของฤดู 2569/70 และยังไม่มีวันจ่ายที่ยืนยันจากต้นทาง
ราคาอ้อยปี 69/70 มีลุ้นเกิน 1,100 บาท แต่ยังเป็นการประเมิน
เพจ “โรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย” เผยแพร่ข้อความถึงชาวไร่อ้อยที่กำลังดูแลผลผลิตและรอตัดเข้าหีบฤดู 2569/70 โดยประเมินว่า ราคาอ้อยในฤดูหีบที่จะถึง มีแนวโน้มมากกว่า 1,100 บาทต่อตัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการประเมินจากเพจต้นทาง ไม่ใช่ราคาที่มีการประกาศยืนยันแล้ว จึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนมากกว่านำไปคำนวณรายได้ล่วงหน้า
สาระสำคัญที่เพจต้องการสื่อกับชาวไร่คือ หากฤดูใหม่มีโอกาสได้ราคาดีขึ้น ช่วงเวลานี้ต้องพยายามดูแลอ้อยให้ได้ทั้ง ผลผลิตตันต่อไร่ และ ค่าความหวานหรือ CCS ที่สูง เพราะสองปัจจัยนี้มีผลโดยตรงต่อรายได้เมื่อถึงเวลาตัดอ้อยส่งโรงงาน
ปัญหาใหญ่คือ “มีอ้อย แต่ไม่มีเงินบำรุงอ้อย”
เพจต้นทางสะท้อนว่า ราคาอ้อยปี 2568/69 อยู่ที่ 890 บาทต่อตัน และมองว่าระดับราคาดังกล่าวทำให้ชาวไร่อ้อยบางส่วนมีเงินหมุนเวียนสำหรับฤดูใหม่ไม่เพียงพอ
ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่การซื้อปุ๋ยหรือกำจัดวัชพืช แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมก่อนเข้าฤดูหีบ เช่น การซ่อมรถตัด รถบรรทุก และการจัดหาแรงงาน
หากเกษตรกรต้องลดการดูแลแปลงเพราะขาดเงิน ผลที่อาจตามมาคือผลผลิตต่อไร่ต่ำลงและอ้อยมีคุณภาพไม่เต็มศักยภาพ ซึ่งทำให้โอกาสรับประโยชน์จากราคาที่อาจดีขึ้นในฤดู 2569/70 ลดลงไปด้วย
จุดนี้จึงเป็นโจทย์ที่มากกว่าเรื่อง “ราคาอ้อยจะเท่าไร” เพราะต่อให้ราคาอ้อยเพิ่มขึ้น หากผลผลิตต่อไร่ลดลงหรือค่า CCS ไม่ดี รายได้รวมของเกษตรกรก็อาจไม่ได้เพิ่มตามที่หวัง
เพจจึงย้ำให้ดูแล “ตันต่อไร่” และ “CCS”
ต้นทางแนะนำให้ชาวไร่อ้อยดูแลใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช และบำรุงอ้อย เพื่อให้ผลผลิตต่อต้นและต่อไร่ดีขึ้น รวมถึงสร้างค่าความหวานให้สูงขึ้น
สำหรับชาวไร่ ประเด็นนี้แปลเป็นภาษาง่าย ๆ ว่า รายได้ไม่ได้มาจากราคาต่อตันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าหนึ่งไร่ตัดอ้อยได้กี่ตัน และอ้อยที่ตัดมีความหวานเท่าไร
ดังนั้น หากฤดู 2569/70 ราคามีแนวโน้มดีขึ้นตามที่เพจประเมิน เกษตรกรที่สามารถรักษาผลผลิตและความหวานได้ดี ก็มีโอกาสรับประโยชน์จากราคามากกว่าแปลงที่ผลผลิตลดลงจากการบำรุงไม่เต็มที่
เงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาท/ตัน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในโพสต์เดียวกัน เพจ “โรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย” กล่าวถึง เงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน โดยระบุว่ายังไม่มีความชัดเจน
ประเด็นนี้ต้องแยกออกจากแนวโน้มราคาอ้อยฤดู 2569/70 เพราะต้นทาง ไม่ได้ระบุว่าเงินช่วย 120 บาทต่อตันเป็นมาตรการของฤดูการผลิต 2569/70
เพจระบุในหมายเหตุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเคยรับปากกับตัวแทน 5 องค์กรชาวไร่อ้อยเกี่ยวกับเงินช่วยดังกล่าวมาแล้วประมาณ 2-3 เดือน แต่ตามการประเมินของเพจ เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน
ดังนั้น ณ ตอนนี้ ข่าวนี้ยังไม่ใช่ข่าวว่าเงิน 120 บาทต่อตันได้รับอนุมัติแล้ว และยังไม่มีวันจ่ายยืนยันจากต้นทาง
เกษตรกรจึงไม่ควรนำเงินส่วนนี้ไปรวมเป็นรายได้ของอ้อยฤดู 2569/70 จนกว่าจะมีข้อมูลหรือประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชัดเจน
สิ่งที่เพจเรียกร้องจาก สอน.
อีกแกนหนึ่งของโพสต์คือข้อเรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. เข้ามามีบทบาทแก้ปัญหาเงินทุนและความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยให้เป็นรูปธรรม
เพจมองว่า หากชาวไร่ไม่มีเงินบำรุงอ้อย ปัญหาอาจต่อเนื่องจากฤดู 2568/69 ไปถึงฤดู 2569/70 เพราะต้นทุนที่ขาดในวันนี้อาจกลายเป็นผลผลิตที่ลดลงในวันตัดอ้อย
นี่คือประเด็นที่ควรจับตาต่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยประคองชาวไร่อ้อยในช่วงก่อนเข้าฤดูหีบ โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีแปลงอ้อยอยู่แล้วแต่ขาดเงินหมุนเวียนสำหรับดูแลผลผลิต
นาดีดีแยกสถานะให้ชัด
ราคาอ้อยปี 2568/69 : 890 บาทต่อตัน
เป็นตัวเลขที่เพจต้นทางใช้สะท้อนฐานะและปัญหาเงินทุนของชาวไร่อ้อยในฤดูที่ผ่านมา
ราคาอ้อยปี 2569/70 : มีแนวโน้มมากกว่า 1,100 บาทต่อตัน
เป็นการประเมินของเพจ “โรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย” ยังไม่ใช่ราคาที่ประกาศยืนยันแล้ว
เงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน : ยังไม่ชัดเจน
ต้นทางไม่ได้ระบุว่าเป็นเงินของฤดู 2569/70 และยังไม่มีวันจ่ายยืนยันจากข้อมูลในโพสต์
เกษตรกรควรจับตาอะไรต่อ
เรื่องแรกคือ ราคาอ้อยฤดู 2569/70 จะออกมาใกล้เคียงกับแนวโน้มที่เพจประเมินหรือไม่
เรื่องที่สองคือ ชาวไร่อ้อยจะมีช่องทางเข้าถึงเงินทุนสำหรับบำรุงแปลงก่อนตัดมากน้อยเพียงใด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีผลต่อทั้งตันต่อไร่และค่า CCS
เรื่องสุดท้ายคือ ความชัดเจนของเงินช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ว่าหน่วยงานรัฐจะมีข้อสรุปหรือกำหนดการอย่างไร
สำหรับนาดีดี ข่าวนี้จึงมีแก่นอยู่ที่คำถามว่า ถ้าฤดูหน้าราคามีโอกาสดีขึ้น แต่ชาวไร่ไม่มีเงินดูแลอ้อยตั้งแต่ก่อนตัด โอกาสเพิ่มรายได้จะเหลืออยู่มากแค่ไหน
เพราะการแก้ปัญหาหลังผลผลิตเสียไปแล้ว อาจช้าเกินกว่าที่ชาวไร่จะเอาโอกาสของฤดู 2569/70 กลับคืนมาได้
ที่มา : Facebook
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


