ชาวสวนมะพร้าวประจวบฯ เช็กสิทธิ! เคาะราคากลางรอบ 7–13 ก.ย. ใช้คำนวณ “ชดเชยส่วนต่าง” ไม่ใช่ราคาบังคับซื้อ

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดินหน้าโครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 กำหนดราคารับซื้อมะพร้าวผลแก่และเนื้อมะพร้าวแห้งสำหรับช่วงวันที่ 7–13 กันยายน 2569 เพื่อใช้ประกอบการคำนวณชดเชยส่วนต่างราคาตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ย้ำ “ราคากลาง” ไม่ใช่ราคาบังคับซื้อของตลาดทั้งจังหวัด ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มลงพื้นที่ติดตามการซื้อขายจริงแล้ว
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด เรื่องการกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวผลแก่หรือเนื้อมะพร้าวแห้ง ภายใต้โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ประกาศรอบล่าสุดครอบคลุมช่วงวันที่ 7–13 กันยายน 2569 โดยใช้มติการประชุมคณะทำงานดำเนินโครงการวันที่ 7 กันยายนเป็นฐานในการกำหนดราคา
วันที่ 8 กันยายน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยังจัดประชุมพิจารณาราคากลางซื้อขายมะพร้าวผลแก่และเนื้อมะพร้าวแห้งประจำสัปดาห์ที่ 2/2569 พร้อมลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบการซื้อขายภายใต้โครงการ
ราคากลาง ไม่เท่ากับราคาบังคับซื้อ
ประเด็นสำคัญที่ชาวสวนต้องเข้าใจคือ “ราคากลาง” ที่ประกาศภายใต้โครงการ ไม่ได้หมายความว่าผู้รับซื้อมะพร้าวทุกแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต้องซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาเดียวกัน
ราคาดังกล่าวใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการดำเนินโครงการและคำนวณเงินชดเชยส่วนต่างตามเงื่อนไข
ราคาที่เกษตรกรขายได้จริงยังสามารถแตกต่างตามสถานการณ์ตลาด คุณภาพ ขนาดผล จุดรับซื้อ และเงื่อนไขของผู้ซื้อแต่ละราย
ดังนั้น การนำราคากลางของโครงการไปประกาศว่าเป็น “ราคามะพร้าวทั้งจังหวัด” อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
สูตรช่วยเหลือมี “เพดานราคา”
ตามกรอบโครงการ มีการกำหนดเงินสนับสนุนส่วนต่างสำหรับมะพร้าวผลแก่ในอัตรา 4 บาทต่อผล แต่เมื่อรวมราคาซื้อขายและเงินสนับสนุนแล้ว กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 10 บาทต่อผล
ส่วนเนื้อมะพร้าวแห้ง กำหนดการสนับสนุน 5 บาทต่อกิโลกรัม โดยยอดรวมหลังการสนับสนุนไม่เกิน 20 บาทต่อกิโลกรัม
เงื่อนไขเพดานดังกล่าวทำให้เงินที่เกษตรกรได้รับจริงอาจต่ำกว่าอัตรา 4 บาทต่อผล หรือ 5 บาทต่อกิโลกรัม หากราคาซื้อขายอยู่ใกล้เพดานอยู่แล้ว
ตัวอย่างเชิงหลักการ หากมะพร้าวผลแก่มีราคาซื้อขาย 8 บาทต่อผล การชดเชยจะถูกจำกัดให้ยอดรวมไม่เกิน 10 บาทต่อผล
จึงไม่ควรตีความว่าเกษตรกรจะได้รับ “ราคาตลาด + 4 บาท” เต็มจำนวนทุกกรณี
ต้องเข้าเงื่อนไขโครงการ ไม่ได้จ่ายให้ทุกสวนอัตโนมัติ
การกำหนดราคากลางไม่ได้หมายความว่าชาวสวนมะพร้าวทุกคนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะได้รับเงินชดเชยโดยอัตโนมัติ
การซื้อขายต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของโครงการ และเกษตรกรรวมถึงผู้รับซื้อที่เกี่ยวข้องต้องผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ดังนั้น เกษตรกรควรตรวจสอบสถานะการเข้าร่วม สิทธิ ปริมาณที่ได้รับการช่วยเหลือ เอกสารประกอบ และขั้นตอนการรับเงินกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ทำไมต้องประกาศราคาทุกสัปดาห์?
ราคามะพร้าวสามารถเปลี่ยนแปลงตามปริมาณผลผลิต ความต้องการของโรงงาน ผู้รวบรวม และสถานการณ์ตลาด
การกำหนดราคากลางเป็นรายสัปดาห์จึงช่วยให้ฐานคำนวณการช่วยเหลือสะท้อนภาวะตลาดในแต่ละช่วงมากขึ้น
รอบแรกของโครงการมีการกำหนดราคาสำหรับวันที่ 3–6 กันยายน
ส่วนรอบที่สองครอบคลุมวันที่ 7–13 กันยายน
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจึงต้องติดตามการซื้อขายในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาราคาในรอบต่อไป
ชาวสวนต้องแยก “3 ราคา” ให้ออก
สำหรับเกษตรกร มีตัวเลขอย่างน้อย 3 ชุดที่ไม่ควรนำมาปนกัน
ชุดแรกคือ “ราคาตลาดจริง” หรือราคาที่ผู้รับซื้อจ่ายให้เกษตรกรในวันซื้อขาย
ชุดที่สองคือ “ราคากลางของโครงการ” ซึ่งใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการดำเนินมาตรการ
และชุดที่สามคือ “ราคาสุทธิหลังได้รับเงินชดเชย” ซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรและเพดานของโครงการ
ตัวเลขทั้งสามสามารถแตกต่างกันได้
ดังนั้น หากมีการรายงานว่ามะพร้าวผลแก่ในประจวบคีรีขันธ์ราคาเท่าไร ควรระบุให้ชัดว่าเป็นราคา ณ จุดใด วันที่ใด และอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด
จากราคากลาง ต้องดูเงินที่ถึงมือชาวสวน
เป้าหมายของโครงการดูดซับผลผลิตและชดเชยส่วนต่างคือการบรรเทาผลกระทบจากภาวะราคามะพร้าวตกต่ำ
แต่ตัวชี้วัดที่มีความหมายกับเกษตรกรมากที่สุดไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าร่วม หรือจำนวนประกาศราคากลางที่ออกมา
สิ่งที่ต้องติดตามคือ ผลผลิตถูกดูดซับออกจากตลาดได้จริงเท่าไร เกษตรกรได้รับเงินชดเชยจำนวนเท่าไร การจ่ายเงินใช้เวลานานเพียงใด และเมื่อรวมราคาขายกับเงินช่วยเหลือแล้ว ชาวสวนได้รับรายได้สุทธิต่อผลเท่าไร
นอกจากนี้ ยังควรติดตามว่าการดำเนินโครงการมีผลต่อราคาซื้อขายนอกโครงการหรือไม่
เพราะสุดท้ายแล้ว...
“ราคากลาง” เป็นเพียงตัวเลขสำหรับใช้บริหารมาตรการ
แต่ตัวเลขที่ชาวสวนสนใจจริงคือ
“วันที่ขายผลผลิต เงินเข้ากระเป๋าจริงผลละกี่บาท?”
ชาวสวนประจวบคีรีขันธ์ที่ขายมะพร้าวในช่วงวันที่ 7–13 กันยายน จึงสามารถใช้ประกาศรอบนี้ประกอบการตรวจสอบสิทธิ พร้อมติดตามราคาซื้อขายจริงในพื้นที่ควบคู่กัน
เพื่อให้เห็นชัดว่า มาตรการชดเชยส่วนต่างรอบนี้ช่วยพยุงรายได้ของชาวสวนได้มากน้อยเพียงใด
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #มะพร้าว #มะพร้าวผลแก่ #ราคามะพร้าว #ประจวบคีรีขันธ์ #ชาวสวนมะพร้าว #ชดเชยส่วนต่าง #พาณิชย์ประจวบ #กระทรวงพาณิชย์ #เกษตรกร


