แชร์

ชาวสวนมะพร้าวประจวบฯ เช็กสิทธิ! เคาะราคากลางรอบ 7–13 ก.ย. ใช้คำนวณ “ชดเชยส่วนต่าง” ไม่ใช่ราคาบังคับซื้อ

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ย. 2026
23 ผู้เข้าชม

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดินหน้าโครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 กำหนดราคารับซื้อมะพร้าวผลแก่และเนื้อมะพร้าวแห้งสำหรับช่วงวันที่ 7–13 กันยายน 2569 เพื่อใช้ประกอบการคำนวณชดเชยส่วนต่างราคาตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ย้ำ “ราคากลาง” ไม่ใช่ราคาบังคับซื้อของตลาดทั้งจังหวัด ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มลงพื้นที่ติดตามการซื้อขายจริงแล้ว

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด เรื่องการกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวผลแก่หรือเนื้อมะพร้าวแห้ง ภายใต้โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประกาศรอบล่าสุดครอบคลุมช่วงวันที่ 7–13 กันยายน 2569 โดยใช้มติการประชุมคณะทำงานดำเนินโครงการวันที่ 7 กันยายนเป็นฐานในการกำหนดราคา

วันที่ 8 กันยายน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยังจัดประชุมพิจารณาราคากลางซื้อขายมะพร้าวผลแก่และเนื้อมะพร้าวแห้งประจำสัปดาห์ที่ 2/2569 พร้อมลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบการซื้อขายภายใต้โครงการ

ราคากลาง ไม่เท่ากับราคาบังคับซื้อ

ประเด็นสำคัญที่ชาวสวนต้องเข้าใจคือ “ราคากลาง” ที่ประกาศภายใต้โครงการ ไม่ได้หมายความว่าผู้รับซื้อมะพร้าวทุกแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต้องซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาเดียวกัน

ราคาดังกล่าวใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการดำเนินโครงการและคำนวณเงินชดเชยส่วนต่างตามเงื่อนไข

ราคาที่เกษตรกรขายได้จริงยังสามารถแตกต่างตามสถานการณ์ตลาด คุณภาพ ขนาดผล จุดรับซื้อ และเงื่อนไขของผู้ซื้อแต่ละราย

ดังนั้น การนำราคากลางของโครงการไปประกาศว่าเป็น “ราคามะพร้าวทั้งจังหวัด” อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

สูตรช่วยเหลือมี “เพดานราคา”

ตามกรอบโครงการ มีการกำหนดเงินสนับสนุนส่วนต่างสำหรับมะพร้าวผลแก่ในอัตรา 4 บาทต่อผล แต่เมื่อรวมราคาซื้อขายและเงินสนับสนุนแล้ว กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 10 บาทต่อผล

ส่วนเนื้อมะพร้าวแห้ง กำหนดการสนับสนุน 5 บาทต่อกิโลกรัม โดยยอดรวมหลังการสนับสนุนไม่เกิน 20 บาทต่อกิโลกรัม

เงื่อนไขเพดานดังกล่าวทำให้เงินที่เกษตรกรได้รับจริงอาจต่ำกว่าอัตรา 4 บาทต่อผล หรือ 5 บาทต่อกิโลกรัม หากราคาซื้อขายอยู่ใกล้เพดานอยู่แล้ว

ตัวอย่างเชิงหลักการ หากมะพร้าวผลแก่มีราคาซื้อขาย 8 บาทต่อผล การชดเชยจะถูกจำกัดให้ยอดรวมไม่เกิน 10 บาทต่อผล

จึงไม่ควรตีความว่าเกษตรกรจะได้รับ “ราคาตลาด + 4 บาท” เต็มจำนวนทุกกรณี

ต้องเข้าเงื่อนไขโครงการ ไม่ได้จ่ายให้ทุกสวนอัตโนมัติ

การกำหนดราคากลางไม่ได้หมายความว่าชาวสวนมะพร้าวทุกคนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะได้รับเงินชดเชยโดยอัตโนมัติ

การซื้อขายต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของโครงการ และเกษตรกรรวมถึงผู้รับซื้อที่เกี่ยวข้องต้องผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้น เกษตรกรควรตรวจสอบสถานะการเข้าร่วม สิทธิ ปริมาณที่ได้รับการช่วยเหลือ เอกสารประกอบ และขั้นตอนการรับเงินกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ทำไมต้องประกาศราคาทุกสัปดาห์?

ราคามะพร้าวสามารถเปลี่ยนแปลงตามปริมาณผลผลิต ความต้องการของโรงงาน ผู้รวบรวม และสถานการณ์ตลาด

การกำหนดราคากลางเป็นรายสัปดาห์จึงช่วยให้ฐานคำนวณการช่วยเหลือสะท้อนภาวะตลาดในแต่ละช่วงมากขึ้น

รอบแรกของโครงการมีการกำหนดราคาสำหรับวันที่ 3–6 กันยายน

ส่วนรอบที่สองครอบคลุมวันที่ 7–13 กันยายน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจึงต้องติดตามการซื้อขายในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาราคาในรอบต่อไป

ชาวสวนต้องแยก “3 ราคา” ให้ออก

สำหรับเกษตรกร มีตัวเลขอย่างน้อย 3 ชุดที่ไม่ควรนำมาปนกัน

ชุดแรกคือ “ราคาตลาดจริง” หรือราคาที่ผู้รับซื้อจ่ายให้เกษตรกรในวันซื้อขาย

ชุดที่สองคือ “ราคากลางของโครงการ” ซึ่งใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการดำเนินมาตรการ

และชุดที่สามคือ “ราคาสุทธิหลังได้รับเงินชดเชย” ซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรและเพดานของโครงการ

ตัวเลขทั้งสามสามารถแตกต่างกันได้

ดังนั้น หากมีการรายงานว่ามะพร้าวผลแก่ในประจวบคีรีขันธ์ราคาเท่าไร ควรระบุให้ชัดว่าเป็นราคา ณ จุดใด วันที่ใด และอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด

จากราคากลาง ต้องดูเงินที่ถึงมือชาวสวน

เป้าหมายของโครงการดูดซับผลผลิตและชดเชยส่วนต่างคือการบรรเทาผลกระทบจากภาวะราคามะพร้าวตกต่ำ

แต่ตัวชี้วัดที่มีความหมายกับเกษตรกรมากที่สุดไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าร่วม หรือจำนวนประกาศราคากลางที่ออกมา

สิ่งที่ต้องติดตามคือ ผลผลิตถูกดูดซับออกจากตลาดได้จริงเท่าไร เกษตรกรได้รับเงินชดเชยจำนวนเท่าไร การจ่ายเงินใช้เวลานานเพียงใด และเมื่อรวมราคาขายกับเงินช่วยเหลือแล้ว ชาวสวนได้รับรายได้สุทธิต่อผลเท่าไร

นอกจากนี้ ยังควรติดตามว่าการดำเนินโครงการมีผลต่อราคาซื้อขายนอกโครงการหรือไม่

เพราะสุดท้ายแล้ว...

“ราคากลาง” เป็นเพียงตัวเลขสำหรับใช้บริหารมาตรการ

แต่ตัวเลขที่ชาวสวนสนใจจริงคือ

“วันที่ขายผลผลิต เงินเข้ากระเป๋าจริงผลละกี่บาท?”

ชาวสวนประจวบคีรีขันธ์ที่ขายมะพร้าวในช่วงวันที่ 7–13 กันยายน จึงสามารถใช้ประกาศรอบนี้ประกอบการตรวจสอบสิทธิ พร้อมติดตามราคาซื้อขายจริงในพื้นที่ควบคู่กัน

เพื่อให้เห็นชัดว่า มาตรการชดเชยส่วนต่างรอบนี้ช่วยพยุงรายได้ของชาวสวนได้มากน้อยเพียงใด

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #มะพร้าว #มะพร้าวผลแก่ #ราคามะพร้าว #ประจวบคีรีขันธ์ #ชาวสวนมะพร้าว #ชดเชยส่วนต่าง #พาณิชย์ประจวบ #กระทรวงพาณิชย์ #เกษตรกร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้