แชร์

“อานนท์” เดินหน้าข้าวคาร์บอนต่ำ! รัฐเผยนำร่อง 1 แสนไร่ ต้นทุนลด 24% ผลผลิตเพิ่ม 10%—ชาวนารอดูตัวเลขจากแปลงจริง

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
101 ผู้เข้าชม

รัฐบาลรายงานผลการขับเคลื่อนข้าวคาร์บอนต่ำในพื้นที่นำร่อง 25 จังหวัด รวมประมาณ 100,000 ไร่ โดยระบุว่าต้นทุนการผลิตลดลง 24% และผลผลิตเพิ่มขึ้น 10% พร้อมตั้งเป้าขยายพื้นที่เป็น 500,000 ไร่ภายในปี 2570 ขณะที่กรมการข้าวเดินหน้าชวนชาวนาปรับระบบการผลิต ลดการใช้ปัจจัยการผลิต น้ำ ปุ๋ย และการเผา เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก

*นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว** ระบุว่า การผลิต “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการเพิ่มภาระให้ชาวนา แต่เป็นการปรับกระบวนการผลิตให้ใช้ทรัพยากรและปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

แนวทางที่กรมการข้าวส่งเสริมประกอบด้วยการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดินและความต้องการของข้าว การจัดการฟางโดยไม่เผา และการจัดการศัตรูข้าวแบบผสมผสาน

รัฐเผยผลนำร่อง ต้นทุนลด 24% ผลผลิตเพิ่ม 10%

ข้อมูลผลการดำเนินงานที่รัฐบาลเปิดเผยระบุว่า ปัจจุบันมีการนำร่องข้าวคาร์บอนต่ำแล้ว 25 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 100,000 ไร่

ผลการดำเนินงานที่รายงานระบุว่า ต้นทุนการผลิตลดลง 24% ขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น 10%

พร้อมกำหนดเป้าหมายขยายพื้นที่ข้าวคาร์บอนต่ำเป็น 500,000 ไร่ภายในปี 2570

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับชาวนา เพราะหากสามารถลดต้นทุนพร้อมรักษาหรือเพิ่มผลผลิตได้จริง ประโยชน์ของข้าวคาร์บอนต่ำจะไม่ได้อยู่เพียงการลดก๊าซเรือนกระจก แต่จะเชื่อมโดยตรงกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของเกษตรกร

แต่ 24% และ 10% ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง

ตัวเลขที่รัฐบาลรายงานไม่ควรถูกตีความว่า ชาวนาทุกคนที่ปรับเข้าสู่ระบบข้าวคาร์บอนต่ำจะสามารถลดต้นทุนได้ 24% และเพิ่มผลผลิตได้ 10% เท่ากันทั้งหมด

ผลลัพธ์ในแต่ละแปลงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุ์ข้าว สภาพดิน ระบบน้ำ รูปแบบการผลิตเดิม อัตราการใช้ปุ๋ย ต้นทุนเครื่องจักร และสภาพอากาศ

ดังนั้น ก่อนขยายพื้นที่ในระดับใหญ่ ข้อมูลที่ควรเปิดเผยเพิ่มเติมคือฐานต้นทุนก่อนเข้าร่วมโครงการ ต้นทุนหลังปรับระบบ ผลผลิตต่อไร่ และกำไรสุทธิของเกษตรกรในพื้นที่นำร่อง

หากมีข้อมูลแยกตามจังหวัด ระบบนิเวศการผลิต และรูปแบบการจัดการ จะช่วยให้เกษตรกรประเมินได้ว่าแนวทางดังกล่าวเหมาะกับแปลงของตนเองมากน้อยเพียงใด

เปียกสลับแห้ง ลดน้ำพร้อมลดมีเทน

หนึ่งในหัวใจของข้าวคาร์บอนต่ำคือการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือ Alternate Wetting and Drying (AWD)

แทนที่จะรักษาน้ำขังในนาอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรบริหารช่วงให้น้ำและช่วงที่ระดับน้ำลดลงตามหลักวิชาการ

แนวทางนี้มีเป้าหมายลดการใช้น้ำและลดการเกิดก๊าซมีเทนจากนาข้าว

ในพื้นที่ที่ต้องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าหรือน้ำมัน การลดปริมาณน้ำที่ต้องสูบยังมีโอกาสช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของระบบขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมน้ำของแต่ละพื้นที่ จึงอาจทำได้ง่ายกว่าในพื้นที่ที่มีระบบชลประทานหรือสามารถบริหารน้ำเข้าออกแปลงได้

ใส่ปุ๋ยให้ตรงกับดิน ลดเงินที่ใส่เกินความจำเป็น

อีกแนวทางคือการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมกับความต้องการของข้าวและสภาพดิน

หลักคิดไม่ใช่การลดปุ๋ยทุกแปลงในอัตราเดียวกัน แต่ลดการใช้ธาตุอาหารที่เกินความจำเป็นและเพิ่มความแม่นยำในการจัดการธาตุอาหาร

หากดินมีธาตุบางชนิดสะสมเพียงพออยู่แล้ว การใส่เพิ่มโดยไม่สร้างผลผลิตเพิ่มเติมย่อมกลายเป็นต้นทุนที่เกษตรกรจ่ายโดยไม่จำเป็น

การลดต้นทุนจึงต้องพิจารณาควบคู่กับผลผลิต ไม่ใช่มุ่งลดปริมาณปุ๋ยเพียงอย่างเดียว

ตลาดโลกคืออีกเหตุผลที่กรมข้าวเดินหน้า

นายอานนท์ระบุว่า หลายประเทศและผู้บริโภคให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น

การเตรียมระบบผลิตข้าวคาร์บอนต่ำจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในอนาคต

แต่สำหรับเกษตรกร ยังมีคำถามสำคัญด้านตลาดที่ต้องติดตาม คือข้าวที่ผ่านระบบคาร์บอนต่ำจะสามารถเข้าถึงผู้ซื้อเฉพาะ ตลาดพรีเมียม หรือราคาที่แตกต่างจากข้าวทั่วไปได้มากน้อยเพียงใด

เพราะหากประโยชน์เกิดขึ้นทั้งสองทาง คือ “ต้นทุนลด” และ “ตลาดเพิ่ม” แรงจูงใจให้เกษตรกรปรับระบบก็จะชัดเจนขึ้น

ก่อนขยาย 500,000 ไร่ ควรเปิดตัวเลขจากแปลงจริง

เป้าหมายขยายพื้นที่ข้าวคาร์บอนต่ำเป็น 500,000 ไร่ในปี 2570 ถือเป็นการขยายโครงการในระดับใหญ่

ก่อนเดินไปถึงเป้าหมายดังกล่าว สิ่งที่ชาวนาควรได้รับคือข้อมูลผลลัพธ์ที่ละเอียดเพียงพอสำหรับใช้ตัดสินใจ

ไม่ใช่เพียงว่าโครงการลดคาร์บอนได้กี่ตัน

แต่ควรตอบให้ได้ว่า

ต้นทุนก่อนเข้าโครงการกี่บาทต่อไร่

หลังเข้าโครงการเหลือกี่บาทต่อไร่

ปุ๋ยลดลงเท่าไร

น้ำและพลังงานลดลงเท่าไร

ผลผลิตเพิ่มจากกี่กิโลกรัมเป็นกี่กิโลกรัมต่อไร่

และเมื่อหักต้นทุนทั้งหมดแล้ว เกษตรกรมี “กำไรสุทธิ” เพิ่มขึ้นกี่บาทต่อไร่

เพราะสำหรับชาวนา...

ตัวเลขคาร์บอนบอกประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม แต่ “กำไรต่อไร่” จะบอกว่าระบบนี้อยู่ได้จริงหรือไม่

หากผลนำร่องที่รัฐบาลรายงานว่าต้นทุนลด 24% และผลผลิตเพิ่ม 10% สามารถพิสูจน์และทำซ้ำได้ในหลายสภาพพื้นที่ ข้าวคาร์บอนต่ำก็จะมีความหมายมากกว่านโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

แต่สามารถกลายเป็นเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรายได้ให้ชาวนาไทยได้จริง

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข้าวคาร์บอนต่ำ #ข้าว #ชาวนา #อานนท์นนทรีย์ #กรมการข้าว #ลดต้นทุน #ผลผลิตข้าว #เปียกสลับแห้ง #LowCarbonRice #เกษตรกร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้