แชร์

สูบน้ำเข้านาไม่ต้องแบกค่าไฟแบบเดิม! เกษตรฯ ดัน “โซลาร์เซลล์หนองสังข์” ส่งน้ำพื้นที่เกษตร 500 ไร่

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
67 ผู้เข้าชม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าแผนพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำก่ำ จังหวัดนครพนม เตรียมพัฒนาสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบส่งน้ำหนองสังข์ อำเภอนาแก รองรับพื้นที่รับประโยชน์ทางการเกษตรประมาณ 500 ไร่ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ พร้อมลดการใช้พลังงานและต้นทุนในการสูบน้ำของภาคเกษตร

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำก่ำ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมชลประทานร่วมรายงานแผนงานและโครงการสำคัญในพื้นที่

หนึ่งในโครงการที่ได้รับการติดตามคือ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบส่งน้ำหนองสังข์ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

โครงการอยู่ภายใต้แผนพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศในปี 2569

เมื่อดำเนินการแล้วมีเป้าหมายรองรับพื้นที่รับประโยชน์ทางการเกษตรประมาณ 500 ไร่

มีน้ำแล้ว ต้องทำให้น้ำเดินถึงแปลง

สำหรับพื้นที่การเกษตร การมีแหล่งน้ำต้นทุนเป็นเพียงส่วนแรกของระบบ

อีกส่วนสำคัญคือการนำน้ำจากแหล่งน้ำไปถึงพื้นที่เพาะปลูกในช่วงเวลาที่พืชต้องการ

หากพื้นที่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำหรือไม่สามารถส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงได้ จำเป็นต้องใช้ระบบสูบน้ำ ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนด้านไฟฟ้าหรือน้ำมันตามมา

ต้นทุนดังกล่าวสามารถเพิ่มขึ้นตามระยะทาง ปริมาณน้ำ ระดับความสูง และจำนวนชั่วโมงที่ต้องสูบน้ำในแต่ละฤดู

การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กับสถานีสูบน้ำจึงมีเป้าหมายช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำสำหรับภาคเกษตร

หนองสังข์รองรับพื้นที่ประมาณ 500 ไร่

พื้นที่หนองสังข์ อำเภอนาแก เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำก่ำ

กรมชลประทานมีแผนพัฒนาแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและรองรับการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในระยะยาว

โครงการสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบส่งน้ำหนองสังข์กำหนดพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 500 ไร่

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านดอนสักทอง ซึ่งรองรับพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 1,000 ไร่ และแผนปรับปรุงอาคารป้องกันตลิ่งหนองสังข์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 300 ไร่

แผนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำในพื้นที่นครพนม

“โซลาร์เซลล์” ต้องวัดกลับมาเป็นต้นทุนที่ลดลง

แม้พลังงานแสงอาทิตย์จะไม่มีค่าเชื้อเพลิงในระหว่างการผลิตไฟฟ้า แต่ระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์ยังมีต้นทุนด้านการลงทุน อุปกรณ์ การติดตั้ง การดูแลรักษา และการบริหารระบบ

ดังนั้น การประเมินความสำเร็จของโครงการไม่ควรพิจารณาเพียงว่าสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้จำนวนเท่าใด

แต่ต้องดูว่า ระบบสามารถสูบน้ำได้เพียงพอกับความต้องการของพื้นที่หรือไม่ มีความต่อเนื่องเพียงใด และสามารถลดต้นทุนด้านพลังงานเมื่อเทียบกับระบบเดิมได้มากน้อยแค่ไหน

สำหรับเกษตรกร ตัวเลขที่มีความหมายมากที่สุดจึงอาจเป็น “ต้นทุนการสูบน้ำต่อไร่”

หากระบบสามารถลดค่าไฟหรือค่าน้ำมันได้โดยยังส่งน้ำได้เพียงพอ ประโยชน์ของพลังงานทดแทนก็จะสะท้อนกลับมาที่ต้นทุนการผลิตโดยตรง

เดินหน้าหนองข้าวตามแนวพระราชดำริด้วย

นอกจากหนองสังข์ กรมชลประทานยังมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพ โครงการพัฒนาหนองข้าวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนาคอย ตำบลยอดชาด อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม

โครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2545 มีความจุประมาณ 1.28 ล้านลูกบาศก์เมตร และครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 500 ไร่

แผนระยะต่อไปประกอบด้วยการขุดลอก เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ ปรับปรุงอาคารประกอบและภูมิทัศน์ รวมถึงพัฒนาระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานทดแทน

เป้าหมายคือเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ ลดการใช้พลังงาน และใช้ทรัพยากรน้ำให้คุ้มค่ามากขึ้น

วัชระพลเดินหน้าความมั่นคงด้านน้ำ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นบุคคลแกนในการติดตามและผลักดันแผนพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำก่ำ

แนวทางที่กรมชลประทานนำเสนอครอบคลุมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพโครงการเดิม ระบบส่งน้ำ และการนำพลังงานทดแทนเข้ามาช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการน้ำ

เป้าหมายในภาพรวมคือเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชนและภาคเกษตร พร้อมเตรียมรับความผันผวนทั้งด้านสภาพอากาศและต้นทุนพลังงานในอนาคต

จากแผนโครงการ ต้องพิสูจน์ด้วยน้ำที่ถึงแปลง

สำหรับเกษตรกร ความสำเร็จของโครงการสถานีสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้อยู่ที่การมีแผงโซลาร์เซลล์หรือสถานีสูบน้ำเพียงอย่างเดียว

แต่ต้องวัดจากผลที่เกิดขึ้นจริงว่า เกษตรกรมีน้ำใช้ในช่วงที่พืชต้องการมากขึ้นหรือไม่ พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 500 ไร่ได้รับน้ำทั่วถึงเพียงใด และต้นทุนการสูบน้ำลดลงจากเดิมเท่าไร

นี่คือจุดที่เทคโนโลยีพลังงานและการบริหารน้ำต้องมาบรรจบกัน

เพราะสำหรับเกษตรกร...

“น้ำถึงแปลง” คือความมั่นคงในการผลิต

แต่ถ้าน้ำถึงแปลงพร้อมกับ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลง

นั่นจะหมายถึงต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามไปด้วย

จากนี้จึงต้องติดตามการดำเนินโครงการหนองสังข์ และผลลัพธ์หลังระบบเข้าสู่การใช้งานจริงว่า สามารถเปลี่ยนพลังงานจากแสงแดดให้กลายเป็นทั้ง “น้ำ” และ “ต้นทุนที่ลดลง” สำหรับเกษตรกรได้มากน้อยเพียงใด

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #นครพนม #นาแก #หนองสังข์ #เกษตรกร #ชาวนา #แหล่งน้ำ #ชลประทาน #โซลาร์เซลล์ #พลังงานแสงอาทิตย์ #สถานีสูบน้ำ #ลดต้นทุน #วัชระพลขาวขำ #กรมชลประทาน


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้