แชร์

“นันทพงษ์” ชู AI หาตลาดข้าว! เตรียมเปิด “ใกล้เก็บเกี่ยว” 30 ก.ย.

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ย. 2026
31 ผู้เข้าชม

สนค.เตรียมเปิดระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” วันที่ 30 กันยายน 2569 นำร่องสินค้าข้าว เชื่อมข้อมูลดาวเทียม พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต ราคาหน้าโรงสี และตลาดต่างประเทศ พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ตลาดศักยภาพ หวังให้ภาครัฐเห็นปัญหาก่อนผลผลิตออก ไม่ต้องรอราคาตกแล้วค่อยแก้

จาก “ตามแก้ราคา” สู่การมองก่อนข้าวออก

นาย นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.ได้จัดทำระบบบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร “ใกล้เก็บเกี่ยว” โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาใช้วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์การผลิตและตลาดล่วงหน้า และสามารถเตรียมมาตรการได้ก่อนปัญหาเกิดขึ้น

สินค้านำร่องคือ ข้าว ซึ่งผลผลิตนาปีจะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี

แนวคิดสำคัญของระบบไม่ได้หยุดอยู่ที่การรายงานว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว แต่พยายามตอบล่วงหน้าว่า ผลผลิตกำลังจะออกที่ไหน ปริมาณเท่าไร แนวโน้มราคาเป็นอย่างไร และตลาดใดมีโอกาสรองรับ

ดึงข้อมูลข้าวตั้งแต่แปลงถึงตลาดโลก

ระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” จะนำข้อมูลหลายชุดมาวิเคราะห์ร่วมกัน ประกอบด้วย

- ข้อมูลคาดการณ์ผลผลิตข้าวจากภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA
- ข้อมูลทะเบียนข้าวจากกรมส่งเสริมการเกษตร
- ข้อมูลราคารับซื้อข้าวเปลือกหน้าโรงสีจากกรมการค้าภายใน
- ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคข้าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
- ข้อมูลการค้าข้าวในตลาดโลกจากกรมการค้าต่างประเทศ

จากนั้นจะใช้ AI วิเคราะห์และชี้เป้าตลาดที่มีศักยภาพและมีความต้องการข้าวมูลค่าสูง เพื่อเชื่อมข้อมูลฝั่งผลผลิต หรือ Supply เข้ากับความต้องการของตลาด หรือ Demand

AI “หาตลาด” หมายความว่าอย่างไร?

คำว่า AI หาตลาดในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะสามารถนำข้าวเข้าไปขายผ่านระบบแล้ว AI จับคู่ผู้ซื้อให้ทันที

ข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ระบุว่า ระบบถูกพัฒนาขึ้นเป็น เครื่องมือช่วยภาครัฐบริหารสินค้าเกษตร โดยใช้ข้อมูลเพื่อคาดการณ์และชี้เป้าว่าตลาดใดมีศักยภาพ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนบริหารผลผลิตและตลาดได้เร็วขึ้น

จึงยังต้องรอดูรายละเอียดหลังเปิดใช้งานจริงว่า เกษตรกร โรงสี สหกรณ์ หรือผู้ส่งออกจะเข้าถึงข้อมูลส่วนใดได้โดยตรงบ้าง

เปิดตัว 30 ก.ย. ผนึก 4 กระทรวง

กำหนดการล่าสุดระบุว่า วันที่ 30 กันยายน 2569 จะมีการเปิดตัวระบบและลงนามบันทึกความร่วมมือ หรือ MOU ระหว่าง 4 กระทรวง ได้แก่

กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเชื่อมข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่าง MOU และติดตามความคืบหน้าของระบบ โดยข้อมูลในช่วงดังกล่าวระบุว่า “ใกล้เก็บเกี่ยว” มีเป้าหมายใช้เทคโนโลยีและ AI ช่วยคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน

เกษตรกรจะได้อะไร?

หากระบบสามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย จุดสำคัญสำหรับชาวนาคือ เวลาที่เพิ่มขึ้นก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด

ในอดีต ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือเมื่อผลผลิตจำนวนมากออกพร้อมกัน ราคาจึงถูกจับตามอง และภาครัฐจึงเริ่มออกมาตรการรองรับ

แนวคิดของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” คือให้หน่วยงานเห็นปริมาณผลผลิตและสัญญาณตลาดล่วงหน้า เพื่อเตรียมการก่อนถึงช่วงที่ข้าวออกมาก

อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลหรือ AI ไม่ได้รับประกันว่าราคาข้าวจะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ราคาที่ชาวนาได้รับยังขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพข้าว ความชื้น ปริมาณผลผลิต ความต้องการของตลาด การส่งออก อัตราแลกเปลี่ยน และภาวะตลาดโลก

สิ่งที่ควรจับตาหลังเปิดตัววันที่ 30 กันยายน จึงมีอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ ข้อมูลแม่นแค่ไหน หน่วยงานนำข้อมูลไปออกมาตรการเร็วขึ้นหรือไม่ และการชี้เป้าตลาดสามารถเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อหรือความต้องการข้าวไทยจริงได้มากน้อยเพียงใด

นี่จะเป็นตัวชี้ว่า “ใกล้เก็บเกี่ยว” เป็นเพียง Dashboard ใหม่ของภาครัฐ หรือสามารถช่วยแก้โจทย์ “ข้าวออกแล้วตลาดอยู่ไหน” ให้กับชาวนาได้จริง

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้