แชร์

5 อันดับปุ๋ยใส่อ้อยยอดนิยม ที่ใช้แล้วเห็นผลจริง

อัพเดทล่าสุด: 19 มิ.ย. 2026
64 ผู้เข้าชม
ถ้าพูดถึงต้นทุนในการปลูกอ้อย สิ่งที่กินเงินไปเยอะที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ "ค่าปุ๋ย" เพราะไม่ว่าจะเป็นอ้อยปลูกใหม่หรืออ้อยตอ เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ต้องลงทุนกับปุ๋ยทุกปีเพื่อให้อ้อยเจริญเติบโตได้ดี ลำใหญ่ น้ำหนักดี และให้ผลผลิตคุ้มค่ากับต้นทุนที่จ่ายไป

แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ ลงทุนซื้อปุ๋ยไปก็เยอะ ใส่ปุ๋ยตามที่เคยทำทุกปีแล้ว แต่อ้อยกลับโตช้า แตกกอน้อย ลำไม่ใหญ่ หรือให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

รู้ไหมคะ… การใส่ปุ๋ยอ้อยไม่ใช่แค่เลือกยี่ห้อที่ดังหรือสูตรที่คนอื่นแนะนำแล้วจะได้ผลเหมือนกันทุกแปลง เพราะอ้อยในแต่ละช่วงอายุมีความต้องการธาตุอาหารแตกต่างกัน หากเลือกสูตรปุ๋ยไม่เหมาะกับระยะการเจริญเติบโต หรือใส่ไม่ถูกช่วงเวลา อ้อยก็อาจดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของปุ๋ยลดลง และทำให้เสียต้นทุนโดยไม่จำเป็น

ดังนั้น การเลือกปุ๋ยให้เหมาะกับช่วงอายุอ้อย และรู้ว่าควรใส่สูตรไหนในช่วงใด จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มผลผลิต

นานาดี เราเลยรวบรวม 5 อันดับปุ๋ยใส่อ้อยยอดนิยมที่เกษตรกรเลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย พร้อมข้อมูลการใช้งานเบื้องต้น เพื่อช่วยให้ชาวไร่อ้อยเลือกใช้ปุ๋ยได้เหมาะสมกับตัวเองมากขึ้นค่ะ

อันดับ 1 ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0


ถือเป็นปุ๋ยที่ชาวไร่อ้อยรู้จักกันดีที่สุด และใช้กันมากที่สุด จุดเด่นคือมีไนโตรเจนสูงถึง 46% ซึ่งเป็นธาตุอาหารหลักที่อ้อยต้องการมากในช่วงแรกของการเจริญเติบโต ช่วยให้ต้นโตเร็ว ลำใหญ่ ใบเขียวเข้ม

วิธีใช้ที่แนะนำ คือ ใส่ประมาณ 50-80 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยโรยข้างแถวอ้อย

ข้อควรระวัง อย่าใส่มากเกินไปในครั้งเดียว เพราะปุ๋ยยูเรียระเหยได้ง่าย และควรใช้ร่วมกับปุ๋ยสูตรอื่นเพื่อให้อ้อยได้ธาตุอาหารครบถ้วน


อันดับ 2 ปุ๋ยสูตร 16-16-8

ปุ๋ยสูตรนี้เป็นปุ๋ยสูตรรวมที่มีธาตุอาหารครบทั้ง 3 ตัวหลัก คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เหมาะมากสำหรับใส่รองพื้นก่อนปลูก หรือใส่ในช่วงที่อ้อยเริ่มแตกกอและเจริญเติบโต เพราะให้ธาตุอาหารได้ครบในคราวเดียว ไม่ต้องซื้อปุ๋ยหลายชนิด

อัตราที่แนะนำคือ 50 กิโลกรัมต่อไร่ และสามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของดินได้ดียิ่งขึ้นค่ะ



อันดับ 3 ปุ๋ยสูตร 21-7-18


สูตรนี้เหมาะสำหรับช่วงที่อ้อยกำลังยืดลำและต้องการเพิ่มน้ำหนักของลำ เพราะมีทั้งไนโตรเจนสูงที่ช่วยให้อ้อยลำใหญ่ และโพแทสเซียมที่ช่วยให้ลำแข็งแรง ทนต่อการล้ม

แนะนำให้ใช้ปุ๋ยสูตร 21-7-18 ในช่วงเพิ่มผลผลิต อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้อ้อยมีขนาดและน้ำหนักที่สมบูรณ์ และหลังจากอ้อยอายุ 8 เดือนขึ้นไปไม่ควรใส่ปุ๋ยแล้ว เพราะเป็นช่วงที่อ้อยสะสมน้ำตาล ถ้าใส่ปุ๋ยตอนนี้จะทำให้ความหวานลดลงแทน



อันดับ 4 ปุ๋ยสูตร 15-15-15


ปุ๋ยสูตรนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ปุ๋ยทั่วไป" เพราะธาตุอาหารทั้ง 3 ตัวอยู่ในสัดส่วนเท่ากัน ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการใส่รองพื้นหรือบำรุงอ้อยตอในช่วงแรก

อัตราที่แนะนำคือ 25 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่หลังปลูก 1 เดือน หรือบำรุงตอทันที เหมาะมากสำหรับชาวไร่ที่ต้องการความสะดวก ไม่อยากซื้อปุ๋ยหลายสูตร



อันดับ 5 ปุ๋ยอินทรีย์

ฟังดูปุ๋ยอินทรีย์อาจไม่หวือหวาเหมือนปุ๋ยเคมีนะคะ แต่ถ้าใช้ควบคู่กับปุ๋ยเคมีจะช่วยให้ผลดีขึ้นมาก ๆ ค่ะ เพราะปุ๋ยอินทรีย์ช่วยปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำดี และช่วยให้รากอ้อยดูดธาตุอาหารจากปุ๋ยเคมีได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

แนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 หรือ 16-8-8 โดยเฉพาะในช่วงที่อ้อยเจริญเติบโตเร็วที่สุด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี


ปุ๋ยดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องใส่ให้ถูกเวลา
การเลือกปุ๋ยใส่อ้อยให้ได้ผลดีนั้น ไม่ใช่แค่เลือกยี่ห้อดังหรือเลือกสูตรที่มีคนใช้เยอะเท่านั้นนะคะ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับช่วงอายุของอ้อยด้วย เพราะในแต่ละระยะการเจริญเติบโต อ้อยมีความต้องการธาตุอาหารแตกต่างกันอย่างมาก

● ในช่วงแรกหลังปลูก อ้อยต้องการไนโตรเจนค่อนข้างมากเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของต้นและใบ ช่วยให้ต้นตั้งตัวได้เร็วและสร้างลำได้ดี เมื่ออ้อยเข้าสู่ช่วงแตกกอและยืดลำ ก็ควรได้รับธาตุอาหารที่สมดุลมากขึ้น ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เพื่อช่วยบำรุงระบบราก เสริมความแข็งแรงของลำ และเพิ่มน้ำหนักผลผลิตในช่วงเก็บเกี่ยว

● ในทางกลับกัน หากใส่ปุ๋ยไม่ตรงช่วงเวลา หรือใส่มากเกินความจำเป็น นอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนแล้ว ยังอาจส่งผลต่อคุณภาพของอ้อยได้อีกด้วย โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ยในช่วงปลายก่อนตัดอ้อยประมาณ 2 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่อ้อยกำลังสะสมน้ำตาล หากยังใส่ปุ๋ยต่อ อ้อยอาจนำพลังงานไปสร้างใบและต้นแทนการสะสมน้ำตาล ส่งผลให้ค่าความหวานลดลง และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในที่สุด

ดังนั้น การวางแผนการใส่ปุ๋ยให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นฤดูปลูกจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยได้อย่างคุ้มค่า เพราะไม่เพียงช่วยให้อ้อยเติบโตได้ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสในการได้ผลผลิตที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพที่ดีอีกด้วยค่ะ


สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารดี ๆ เกี่ยวกับการเกษตรได้ที่
โทร : 098 840 6773
อีเมล : nadd.ltd2022@gmail.com
เว็บไซต์ : นาดีดี.คอม

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้