มะละกอผลร่วง–บิดเบี้ยว! กองควบคุมพืชฯ เตือนชาวสวนเฝ้าระวัง “เพลี้ยแป้ง” เจอมากให้รีบตัดทำลาย

กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอให้เฝ้าระวัง “เพลี้ยแป้ง” ซึ่งเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณยอดอ่อน ใบ ดอก และผล สามารถทำให้ยอดหงิก ดอกและผลอ่อนร่วง ผลบิดเบี้ยว รวมถึงเกิดราดำบนผิวผลจนคุณภาพผลผลิตลดลง
เปิดดูยอด–ใต้ใบ–ผล จุดที่ต้องสำรวจ
เพลี้ยแป้งเป็นแมลงศัตรูสำคัญชนิดหนึ่งของมะละกอ ตัวแมลงมีลักษณะปกคลุมด้วยผงสีขาวคล้ายแป้ง สามารถพบได้บริเวณใบ ยอด ก้านใบและผล
ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืชด้วยการดูดกินน้ำเลี้ยง โดยอาการจะแตกต่างกันตามส่วนที่ถูกทำลาย
หากเข้าทำลายบริเวณยอดอ่อนและใบอ่อน อาจทำให้ใบและยอดหงิกงอ เหลือง และเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์
หากเข้าทำลายดอกและผลอ่อน อาจทำให้ดอกหรือผลหลุดร่วง ผลบิดเบี้ยว หรือผิวผลเสียหาย ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผลผลิตที่จะนำออกจำหน่าย
ระวัง “ราดำ” ตามมา
ปัญหาไม่ได้มีเฉพาะความเสียหายจากการดูดกินน้ำเลี้ยง เนื่องจากเพลี้ยแป้งจะขับถ่ายมูลหวานออกมา ซึ่งเอื้อต่อการเกิดราดำปกคลุมส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยเฉพาะผิวผล
เมื่อผิวมะละกอมีราดำหรือเกิดตำหนิ คุณภาพผลผลิตย่อมลดลงและอาจกระทบต่อการจำหน่าย แม้ตัวผลจะยังสามารถเก็บเกี่ยวได้ก็ตาม
เจอมด ต้องสำรวจเพลี้ยแป้งเพิ่ม
อีกประเด็นที่เกษตรกรไม่ควรมองข้ามคือ “มด”
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการเกษตรระบุว่า มดมีส่วนช่วยพาเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้น ทำให้ศัตรูพืชชนิดนี้กระจายตัวได้มากขึ้น
ดังนั้น เมื่อพบมดจำนวนมากตามยอด ก้านใบ หรือผลมะละกอ เกษตรกรควรตรวจหาเพลี้ยแป้งร่วมด้วย
พบเพลี้ยแป้งแล้วควรทำอย่างไร
แนวทางเบื้องต้นคือหมั่นสำรวจต้นมะละกอ โดยเน้นบริเวณยอดอ่อน ใต้ใบ ก้านใบ และผล
หากพบเพลี้ยแป้งระบาดมากเฉพาะบางส่วน ให้ตัดส่วนที่ถูกทำลายออกและนำไปทำลายนอกแปลง เพื่อลดแหล่งสะสมและลดโอกาสแพร่กระจายไปยังต้นอื่น
ควรควบคุมมดภายในแปลง รวมถึงดูแลความสะอาดและกำจัดวัชพืชที่อาจเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยแป้ง
กรณีพบการระบาดรุนแรง หน่วยงานแนะนำให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด
เกษตรกรได้อะไรจากคำเตือนนี้
จุดสำคัญของการจัดการเพลี้ยแป้งคือ การพบให้เร็ว ก่อนกระจายทั่วต้นหรือทั่วสวน
หากเกษตรกรสำรวจแปลงเป็นประจำและพบตั้งแต่เริ่มมีเพลี้ยแป้งบางจุด ยังสามารถใช้วิธีตัดส่วนที่ระบาดออก ทำลายนอกแปลง ควบคุมมด และจัดการสภาพแปลง เพื่อลดการแพร่กระจายได้
แต่หากปล่อยจนเกิดการระบาดมาก ความเสียหายอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ต้นมะละกอชะงักการเจริญเติบโต แต่ยังรวมถึงดอกและผลร่วง ผลบิดเบี้ยว และราดำที่ทำให้คุณภาพผลผลิตลดลงด้วย
ข้อมูลเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569
ที่มา : กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร / ข้อมูลประกอบ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


