แชร์

มะละกอผลร่วง–บิดเบี้ยว! กองควบคุมพืชฯ เตือนชาวสวนเฝ้าระวัง “เพลี้ยแป้ง” เจอมากให้รีบตัดทำลาย

อัพเดทล่าสุด: 9 ต.ค. 2026
24 ผู้เข้าชม

กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอให้เฝ้าระวัง “เพลี้ยแป้ง” ซึ่งเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณยอดอ่อน ใบ ดอก และผล สามารถทำให้ยอดหงิก ดอกและผลอ่อนร่วง ผลบิดเบี้ยว รวมถึงเกิดราดำบนผิวผลจนคุณภาพผลผลิตลดลง

เปิดดูยอด–ใต้ใบ–ผล จุดที่ต้องสำรวจ

เพลี้ยแป้งเป็นแมลงศัตรูสำคัญชนิดหนึ่งของมะละกอ ตัวแมลงมีลักษณะปกคลุมด้วยผงสีขาวคล้ายแป้ง สามารถพบได้บริเวณใบ ยอด ก้านใบและผล

ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืชด้วยการดูดกินน้ำเลี้ยง โดยอาการจะแตกต่างกันตามส่วนที่ถูกทำลาย

หากเข้าทำลายบริเวณยอดอ่อนและใบอ่อน อาจทำให้ใบและยอดหงิกงอ เหลือง และเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์

หากเข้าทำลายดอกและผลอ่อน อาจทำให้ดอกหรือผลหลุดร่วง ผลบิดเบี้ยว หรือผิวผลเสียหาย ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผลผลิตที่จะนำออกจำหน่าย

ระวัง “ราดำ” ตามมา

ปัญหาไม่ได้มีเฉพาะความเสียหายจากการดูดกินน้ำเลี้ยง เนื่องจากเพลี้ยแป้งจะขับถ่ายมูลหวานออกมา ซึ่งเอื้อต่อการเกิดราดำปกคลุมส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยเฉพาะผิวผล

เมื่อผิวมะละกอมีราดำหรือเกิดตำหนิ คุณภาพผลผลิตย่อมลดลงและอาจกระทบต่อการจำหน่าย แม้ตัวผลจะยังสามารถเก็บเกี่ยวได้ก็ตาม

เจอมด ต้องสำรวจเพลี้ยแป้งเพิ่ม

อีกประเด็นที่เกษตรกรไม่ควรมองข้ามคือ “มด”

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการเกษตรระบุว่า มดมีส่วนช่วยพาเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้น ทำให้ศัตรูพืชชนิดนี้กระจายตัวได้มากขึ้น

ดังนั้น เมื่อพบมดจำนวนมากตามยอด ก้านใบ หรือผลมะละกอ เกษตรกรควรตรวจหาเพลี้ยแป้งร่วมด้วย

พบเพลี้ยแป้งแล้วควรทำอย่างไร

แนวทางเบื้องต้นคือหมั่นสำรวจต้นมะละกอ โดยเน้นบริเวณยอดอ่อน ใต้ใบ ก้านใบ และผล

หากพบเพลี้ยแป้งระบาดมากเฉพาะบางส่วน ให้ตัดส่วนที่ถูกทำลายออกและนำไปทำลายนอกแปลง เพื่อลดแหล่งสะสมและลดโอกาสแพร่กระจายไปยังต้นอื่น

ควรควบคุมมดภายในแปลง รวมถึงดูแลความสะอาดและกำจัดวัชพืชที่อาจเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยแป้ง

กรณีพบการระบาดรุนแรง หน่วยงานแนะนำให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด

เกษตรกรได้อะไรจากคำเตือนนี้

จุดสำคัญของการจัดการเพลี้ยแป้งคือ การพบให้เร็ว ก่อนกระจายทั่วต้นหรือทั่วสวน

หากเกษตรกรสำรวจแปลงเป็นประจำและพบตั้งแต่เริ่มมีเพลี้ยแป้งบางจุด ยังสามารถใช้วิธีตัดส่วนที่ระบาดออก ทำลายนอกแปลง ควบคุมมด และจัดการสภาพแปลง เพื่อลดการแพร่กระจายได้

แต่หากปล่อยจนเกิดการระบาดมาก ความเสียหายอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ต้นมะละกอชะงักการเจริญเติบโต แต่ยังรวมถึงดอกและผลร่วง ผลบิดเบี้ยว และราดำที่ทำให้คุณภาพผลผลิตลดลงด้วย

ข้อมูลเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ที่มา : กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร / ข้อมูลประกอบ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้