แชร์

น้ำตาลโลกเด้งแรง! บราซิล–อินเดียเสี่ยงผลผลิตลด ชาวไร่อ้อยไทยจับตา แต่ยังไม่ใช่ราคาอ้อยขึ้นแล้ว

อัพเดทล่าสุด: 5 ต.ค. 2026
33 ผู้เข้าชม

สัญญาน้ำตาลดิบ ICE No.11 เดือนมีนาคม 2570 ปิดวันที่ 2 ตุลาคมที่ 19.93 เซนต์ต่อปอนด์ เพิ่มขึ้น 5.23% และแตะสูงสุดระหว่างวันที่ 19.96 เซนต์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ขณะที่บราซิลมีข้อมูลจริงว่าผลผลิตน้ำตาล Center-South ครึ่งแรกเดือนกันยายนลดลง 41.6% เหลือ 2.12 ล้านตัน แต่ตลาดยังต้องแยกตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้วออกจากความเสี่ยงความเสียหายตลอดฤดู ส่วนอินเดียยังต้องจับตาความเสี่ยงจากมรสุม

ChiniMandi เผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ตลาดน้ำตาลดิบโลกปรับตัวขึ้นแรง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างบราซิลและอินเดีย

ข้อมูลราคาที่ใช้ในบทวิเคราะห์เป็นราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่ราคาวันที่เผยแพร่บทความ 4 ตุลาคม

สัญญาน้ำตาลดิบ ICE March 2027 No.11 ปิดตลาดที่ 19.93 เซนต์ต่อปอนด์ เพิ่มขึ้น 0.99 เซนต์ หรือ 5.23% จากวันก่อนหน้า

ระหว่างวันราคาขึ้นไปแตะ 19.96 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์

ก่อนหน้านั้น วันที่ 1 ตุลาคม สัญญาดังกล่าวปรับขึ้น 7.43% และเมื่อเทียบกับระดับ 17.50 เซนต์ต่อปอนด์เมื่อวันที่ 25 กันยายน ราคาปรับขึ้นรวมประมาณ 13.9%

Rahil Shaikh เตือน ต้องแยก “ความเสี่ยง” กับ “ความเสียหายจริง”

Rahil Shaikh กรรมการผู้จัดการ MIER Commodities ให้ความเห็นว่า การปรับขึ้นของราคาส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากความคาดหวังว่าอุปทานจะตึงตัว แต่ราคาขยับนำหน้าปัจจัยพื้นฐานที่ได้รับการยืนยันแล้วบางส่วน

Shaikh ชี้ว่าตลาดจำเป็นต้องแยกระหว่าง ความเสี่ยงที่ผลผลิตอาจเสียหาย กับ ความสูญเสียของผลผลิตที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

จุดนี้มีความสำคัญ เพราะราคาสามารถปรับขึ้นจากความคาดหวังได้ก่อนที่ข้อมูลผลผลิตขั้นสุดท้ายจะออกมา

บราซิลเจอ “ฝนมาก” ไม่ใช่อากาศแห้ง

สำหรับบราซิล ปัจจัยที่ตลาดกำลังจับตาคือ ปริมาณฝนที่มากเกินไป

ฝนกำลังรบกวนการเก็บเกี่ยวและการหีบอ้อย และมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการสกัดน้ำตาลและปริมาณผลผลิตในเขต Center-South

ดังนั้นความเสี่ยงด้านอากาศของบราซิลในรายงานฉบับนี้คือ ฝนมากเกินไป ไม่ใช่ภาวะแห้งแล้ง

ผลผลิตครึ่งแรกกันยายนลดจริง 41.6%

แม้ความเสียหายรวมตลอดฤดูยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม แต่บราซิลมีตัวเลขผลผลิตที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

ข้อมูลที่ ChiniMandi อ้างจากกระทรวงเกษตรบราซิลระบุว่า ในช่วง ครึ่งแรกของเดือนกันยายน ผลผลิตน้ำตาลในเขต Center-South อยู่ที่ 2.12 ล้านตัน ลดลง 41.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปริมาณอ้อยเข้าหีบอยู่ที่ 30.16 ล้านตัน ลดลง 34.2%

ส่วนข้อมูลสะสมของฤดูการผลิต 2026/27 ถึงวันที่ 15 กันยายน ระบุว่า ผลผลิตน้ำตาลอยู่ที่ 26.07 ล้านตัน ลดลง 14.4%

ขณะที่ปริมาณอ้อยเข้าหีบสะสมอยู่ที่ 443.71 ล้านตัน ลดลง 1.5%

ฤดูหีบอ้อย 2026/27 ของบราซิลเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน

ตัวเลขจริง ≠ ความเสียหายรวมทั้งฤดู

ตัวเลขผลผลิตครึ่งแรกเดือนกันยายนที่ลดลง 41.6% เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาดังกล่าว

แต่ไม่ควรนำไปเขียนว่า บราซิลสูญเสียผลผลิตน้ำตาลทั้งฤดู 41.6%

เพราะตัวเลขสะสมถึงวันที่ 15 กันยายนแสดงผลผลิตน้ำตาลลดลง 14.4% ขณะที่ฤดูการผลิตยังดำเนินอยู่

ดังนั้นตลาดยังต้องรอดูว่า สภาพอากาศและจังหวะการหีบอ้อยในช่วงต่อไปจะทำให้ผลผลิตสุดท้ายของบราซิลเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด

อินเดียจับตาความเสี่ยงมรสุมอ่อน

อีกประเทศที่ตลาดให้ความสำคัญคืออินเดีย โดยมีความเสี่ยงเกี่ยวกับมรสุมที่อ่อนกว่าปกติและผลที่จะเกิดกับผลผลิตอ้อย

สถานะของประเด็นอินเดียจึงยังเป็น ความเสี่ยงต่อผลผลิต ซึ่งต้องรอตัวเลขจริงยืนยัน ไม่ใช่ตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

หากข้อมูลผลผลิตของอินเดียออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ก็อาจเพิ่มแรงกังวลด้านอุปทานโลก

แต่หากความเสียหายไม่รุนแรง ราคาที่ปรับขึ้นจากความคาดหวังด้านอุปทานอาจเผชิญแรงกดดันได้เช่นกัน

แล้วชาวไร่อ้อยไทยเกี่ยวอะไร?

ไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลรายสำคัญของโลก ดังนั้นทิศทางราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีความเกี่ยวข้องกับรายได้ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย

การที่ ICE No.11 ปรับขึ้นแรงจึงเป็นปัจจัยตลาดที่ชาวไร่อ้อยและอุตสาหกรรมไทยควรติดตาม

อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำตาลดิบขึ้น 5.23% ไม่ได้หมายความว่าราคาอ้อยที่เกษตรกรไทยได้รับจะเพิ่มขึ้น 5.23% ตาม

ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดโลกไม่ใช่ราคาอ้อยหน้าโรงงาน และราคาอ้อยไทยมีระบบและองค์ประกอบการคำนวณของตัวเอง

ดังนั้นข้อมูลชุดนี้ยังไม่ใช่ประกาศราคาอ้อยไทย และไม่ใช่หลักฐานว่าชาวไร่อ้อยไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว

สิ่งที่ตลาดต้องพิสูจน์ต่อ

หัวใจหลังจากราคาน้ำตาลปรับขึ้นแรงคือ ข้อมูลผลผลิตจริงจะรองรับราคาที่ขึ้นมาหรือไม่

ฝั่งบราซิลมีหลักฐานแล้วว่าผลผลิตน้ำตาลช่วงครึ่งแรกเดือนกันยายนและยอดสะสมถึงกลางเดือนลดลงจากปีก่อน แต่ยังต้องดูข้อมูลในช่วงถัดไปว่าฝนจะกระทบการเก็บเกี่ยว การหีบ และการสกัดน้ำตาลมากเพียงใด

ฝั่งอินเดียต้องติดตามผลของมรสุมและข้อมูลผลผลิตจริง

หากความเสียหายของสองประเทศมากกว่าที่ตลาดเคยประเมิน อุปทานโลกอาจตึงตัวและเป็นแรงสนับสนุนราคาเพิ่มเติม

แต่หากผลผลิตออกมาดีกว่าที่ตลาดกังวล แรงหนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทานก็อาจลดลง

สำหรับชาวไร่อ้อยไทย สิ่งที่ควรจับตาควบคู่กันคือ ราคาน้ำตาลโลก ผลผลิตบราซิล ผลผลิตอินเดีย และสถานการณ์อ้อยของไทยเอง

ข้อมูลตลาด : Investing.com / ข้อมูลผลผลิตบราซิลตามที่ ChiniMandi อ้างกระทรวงเกษตรบราซิล

ที่มา : ChiniMandi บทวิเคราะห์ต้นฉบับ

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้