จีนคาดธัญพืชปี 2569 เก็บเกี่ยวดี! กระทรวงเกษตรจีนชี้พื้นที่ข้าวโพดเพิ่ม ไทยจับตาผลผลิตคู่แข่ง–ตลาดอาหารสัตว์

จีนประเมินผลผลิตธัญพืชปี 2569 มีแนวโน้มเก็บเกี่ยวได้ดี หลังผลผลิตธัญพืชฤดูร้อนมากกว่า 150 ล้านตันเป็นครั้งแรก และข้าวต้นฤดูมากกว่า 28 ล้านตันต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ขณะที่พืชฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นผลผลิตส่วนใหญ่ของปีกำลังอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยว กระทรวงเกษตรจีนระบุพื้นที่พืชให้ผลผลิตสูง โดยเฉพาะข้าวโพด เพิ่มขึ้นชัดเจน ไทยจึงควรติดตามผลผลิตจริงและนโยบายการค้าหลังจบฤดู แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ราคาหรือการนำเข้าสินค้าเกษตรไทยเปลี่ยนแล้ว
จีนคาดปี 2569 เก็บเกี่ยวธัญพืชได้ดี
สำนักข่าว Xinhua รายงานวันที่ 30 กันยายน 2569 ว่า กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนประเมินว่า จีนกำลังมุ่งหน้าไปสู่การเก็บเกี่ยวธัญพืชที่ดีในปี 2569 ท่ามกลางการพัฒนาด้านการเกษตรและชนบทของประเทศ
ตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้วในปีนี้ คือ ผลผลิตธัญพืชฤดูร้อนมากกว่า 150 ล้านตันเป็นครั้งแรก
ขณะที่ผลผลิต ข้าวต้นฤดูยังมากกว่า 28 ล้านตัน เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลผลิตธัญพืชทั้งปี 2569 ยังไม่ใช่ผลสรุปขั้นสุดท้าย เนื่องจากพืชฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของผลผลิตธัญพืชประจำปีของจีน กำลังอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยว
ดังนั้น คำว่า “bumper harvest” ในข่าวนี้ควรอ่านในสถานะว่า จีนคาดว่าจะมีผลผลิตธัญพืชที่ดี ไม่ใช่ตัวเลขผลผลิตทั้งปีที่เก็บเกี่ยวเสร็จและยืนยันแล้ว
พื้นที่ข้าวโพดเพิ่มขึ้น
Zhang Zhu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีน ระบุว่า พื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูใบไม้ร่วงของจีนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพื้นที่ของพืชที่ให้ผลผลิตสูง โดยเฉพาะ ข้าวโพด เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พืชฤดูใบไม้ร่วงมีความสำคัญ เพราะเป็นส่วนหลักของผลผลิตธัญพืชประจำปีของจีน
ผลผลิตจริงหลังการเก็บเกี่ยวจึงเป็นตัวเลขสำคัญที่ต้องติดตามต่อ เพื่อประเมินสถานการณ์อุปทานธัญพืชของจีนได้ชัดเจนขึ้น
150 ล้านตัน ไม่ใช่ “ข้าวจีน”
อีกจุดที่ต้องระวังในการอ่านข้อมูลจากต่างประเทศ คือคำว่า grain
ในบริบทของรายงานนี้หมายถึงกลุ่มธัญพืชโดยรวม ไม่ใช่ข้าวเพียงชนิดเดียว
ดังนั้น ตัวเลขผลผลิตธัญพืชฤดูร้อนมากกว่า 150 ล้านตัน ไม่ควรนำไปเขียนว่าจีนมี “ผลผลิตข้าว 150 ล้านตัน”
ส่วนข้าวที่รายงานระบุตัวเลขโดยตรงคือ ข้าวต้นฤดูมากกว่า 28 ล้านตัน ซึ่งเป็นคนละตัวเลขและคนละหมวดกับผลผลิตธัญพืชฤดูร้อนทั้งหมด
จีนมั่นใจเสถียรภาพอาหาร ท่ามกลางตลาดโลกผันผวน
Zhang Zhu ระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของตลาดธัญพืชโลก จีนมองว่าประเทศมีพื้นฐานและความพร้อมสำหรับรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและอุปทานธัญพืช
ประเด็นนี้สะท้อนเป้าหมายของจีนในการเพิ่มความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในประเทศ
แต่การที่จีนมีผลผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจีนจะหยุดนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศทันที เพราะการนำเข้ายังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดสินค้า ความต้องการภายใน สต็อก ราคา และนโยบายการค้า
ทำไมเกษตรกรไทยต้องจับตาข้าวโพดจีน?
สำหรับไทย จุดที่น่าสนใจจากข่าวนี้คือการเพิ่มพื้นที่ของพืชให้ผลผลิตสูง โดยเฉพาะข้าวโพด
จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ของสินค้าเกษตรและวัตถุดิบอาหารสัตว์ การเปลี่ยนแปลงของผลผลิตภายในประเทศจีนจึงสามารถเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการสินค้าในตลาดโลกและภูมิภาค
หากผลผลิตข้าวโพดจีนเพิ่มขึ้นจริงในระดับมาก ก็อาจเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ส่งผลต่อความต้องการนำเข้าและราคาตลาดระหว่างประเทศ
แต่ ณ ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานจากข่าวดังกล่าวว่าจีนลดการนำเข้าข้าวโพดแล้ว หรือความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ราคาข้าวโพดไทยลดลง
จึงควรใช้คำว่า “จับตา” มากกว่าการฟันธงผลต่อเกษตรกรไทย
แล้วข้าวไทยล่ะ?
สำหรับข้าว การที่จีนรายงานผลผลิตข้าวต้นฤดูมากกว่า 28 ล้านตันต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เป็นข้อมูลที่ควรติดตามในฐานะส่วนหนึ่งของอุปทานข้าวภายในประเทศจีน
แต่ตัวเลขดังกล่าวเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถใช้สรุปว่าจีนจะลดการนำเข้าข้าวจากไทย หรือทำให้ราคาข้าวไทยเปลี่ยนแปลง
ผลต่อไทยต้องดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ผลผลิตข้าวจีนทั้งปี ปริมาณสต็อก การบริโภคภายในประเทศ ปริมาณนำเข้า และการแข่งขันจากประเทศผู้ส่งออกอื่น
ไทยต้องรอดู “ผลผลิตจริง + นโยบายนำเข้า”
สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือผลการเก็บเกี่ยวพืชฤดูใบไม้ร่วงของจีน ซึ่งจะทำให้เห็นภาพผลผลิตธัญพืชทั้งปีชัดขึ้น
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ตัวแปรที่ควรติดตามประกอบกัน ได้แก่ ผลผลิตจริงของจีน สต็อกธัญพืช ราคาภายในประเทศ ปริมาณนำเข้า และนโยบายการค้าของจีน
จนกว่าตัวเลขเหล่านี้จะออกมา การคาดการณ์ว่าจีนจะเก็บเกี่ยวธัญพืชได้ดีควรถือเป็น สัญญาณด้านอุปทานที่ต้องจับตา ไม่ใช่ข้อสรุปว่าราคาข้าวหรือข้าวโพดไทยจะขึ้นหรือลงแล้ว
ที่มา : Xinhua
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


