แชร์

น้ำตาลโลกมีเรื่องให้จับตา! ออสเตรเลียจี้ WTO ถามนโยบายอ้อยอินเดีย—ไทยยังไม่กระทบทันที แต่ตลาดส่งออกต้องเฝ้าดู

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ย. 2026
36 ผู้เข้าชม

ความตึงเครียดด้านการค้าเกษตรกลับขึ้นโต๊ะ WTO ออสเตรเลียยื่น counter-notification ตั้งคำถามต่อนโยบายสนับสนุนอ้อยและน้ำตาลของอินเดีย ขณะที่อินเดียมีจุดยืนโต้แย้งวิธีตีความมาตรการดังกล่าว สำหรับไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำตาล เรื่องนี้ควรจับตาในฐานะความเสี่ยงต่อสมดุลตลาดโลก แต่ขณะนี้ยังไม่มีผลให้สรุปว่าราคาน้ำตาลหรือราคาอ้อยไทยเปลี่ยนแปลงแล้ว

ออสเตรเลียเปิดประเด็นน้ำตาลอินเดียใน WTO

Third World Network (TWN) เผยแพร่รายงานวันที่ 25 กันยายน 2569 ซึ่งตีพิมพ์ใน SUNS #10520 วันเดียวกัน โดย D. Ravi Kanth รายงานจากเจนีวาถึงประเด็นการค้าเกษตรก่อนการประชุมคณะกรรมการเกษตรของ WTO วันที่ 24 กันยายน

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ออสเตรเลียยื่นเอกสาร counter-notification เลขที่ G/AG/W/262 เมื่อวันที่ 9 กันยายน ตั้งคำถามต่อข้อมูลการสนับสนุนภายในประเทศสำหรับอ้อยและน้ำตาลของอินเดีย

ออสเตรเลียกล่าวหาว่า อินเดียไม่ได้รวมอ้อยหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องไว้ในการแจ้งข้อมูล domestic support ต่อ WTO มาตั้งแต่ปี 1995/96

จุดถกเถียงอยู่ที่ FRP และ SAP

ออสเตรเลียชี้ไปที่ระบบ Fair and Remunerative Price (FRP) ซึ่งรัฐบาลอินเดียกำหนดในแต่ละฤดูอ้อย และราคาที่บางรัฐกำหนดเพิ่มเติมในระบบ State-Advised Prices (SAPs)

ฝ่ายออสเตรเลียมองว่าระบบดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ market price support และกล่าวหาว่าระดับการสนับสนุนที่คำนวณสำหรับช่วงปี 2018/19–2024/25 สูงกว่าระดับที่อินเดียสามารถให้ได้ภายใต้กฎ WTO

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น การคำนวณและข้อกล่าวหาของออสเตรเลีย ไม่ใช่ข้อสรุปใหม่ของ WTO ที่มีผลตัดสินแล้ว

อินเดียไม่เห็นด้วยกับวิธีคิด

อินเดียมีจุดยืนโต้แย้งว่า ระบบ FRP และ SAP ไม่ควรถูกตีความเป็น market price support ในลักษณะที่อีกฝ่ายกล่าวหา เพราะรัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐไม่ได้เป็นผู้ซื้ออ้อยจากเกษตรกร การซื้อดำเนินการโดยโรงงานน้ำตาลเอกชน

ประเด็นลักษณะนี้ไม่ใช่ข้อพิพาทใหม่ทั้งหมด

คดี India — Measures Concerning Sugar and Sugarcane เคยมีรายงานของคณะผู้พิจารณา WTO ในปี 2564 เกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนอ้อยและน้ำตาลของอินเดีย แต่ อินเดียยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564

เนื่องจากกลไก Appellate Body ของ WTO ไม่สามารถทำงานได้ กระบวนการอุทธรณ์จึงยังไม่เสร็จสิ้น และรายงานดังกล่าวยังไม่ได้กลายเป็นผลสุดท้ายของกระบวนการระงับข้อพิพาท

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับชาวไร่อ้อยไทย?

สำหรับไทย กลไกที่ต้องมองคือ ผลต่อปริมาณน้ำตาลในตลาดโลก

อินเดียเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดน้ำตาล หากแรงกดดันทางการค้าในอนาคตนำไปสู่การเปลี่ยน นโยบายราคาอ้อย การสนับสนุนผู้ผลิต หรือการบริหารการส่งออกน้ำตาล ปริมาณน้ำตาลจากอินเดียที่เข้าสู่ตลาดโลกก็อาจเปลี่ยนตาม

และนั่นอาจส่งผลต่อการแข่งขันกับประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายอื่น รวมถึงไทย

แต่ในวันที่รายงานข่าว ยังไม่มีหลักฐานว่าข้อพิพาทรอบนี้ทำให้อินเดียเปลี่ยนนโยบายแล้ว

ดังนั้นจึงยังไม่ควรสรุปว่า “อินเดียถูก WTO เล่นงานแล้วน้ำตาลไทยจะได้ราคาเพิ่ม” เพราะยังมีปัจจัยอื่นทั้งผลผลิตโลก ราคาเอทานอล ค่าเงิน และนโยบายส่งออกของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่

WTO ยังมีศึก EUDR และเนื้อวัวสหรัฐฯ

รายงาน TWN ยังสะท้อนความตึงเครียดด้านสินค้าเกษตรอีกหลายเรื่อง

บราซิลตั้งคำถามต่อสหภาพยุโรปเกี่ยวกับ EUDR หรือกฎสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า โดยตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการผ่อนปรนบางส่วนอาจทำให้ผู้ประกอบการใน EU ได้รับการปฏิบัติที่ได้เปรียบกว่าผู้ผลิตจากประเทศนอกสหภาพยุโรป และขอให้ EU ชี้แจงความสอดคล้องกับหลักไม่เลือกปฏิบัติของ WTO

ขณะเดียวกัน EU ตั้งคำถามต่อสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเพิ่มโควตาภาษีนำเข้า lean beef trimmings 300,000 ตัน และวิธีติดตามเงื่อนไขด้านราคาของสินค้านำเข้า

ทั้งสองกรณียังเป็น คำถามและข้อถกเถียงในกลไก WTO ไม่ใช่คำตัดสินว่าฝ่ายใดผิดกฎแล้ว

ไทยต้องจับตาอะไรต่อ?

สำหรับภาคอ้อยและน้ำตาลไทย ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือ อินเดียจะตอบข้อกล่าวหาของออสเตรเลียอย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอ้อย น้ำตาล หรือการส่งออกหรือไม่

หากยังไม่มีการเปลี่ยนนโยบาย ผลกระทบต่อไทยก็ยังอยู่ในระดับ ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

สถานะที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้จึงเป็น

“ออสเตรเลียเพิ่มแรงกดดันต่อนโยบายน้ำตาลอินเดียใน WTO — ไทยต้องจับตาผลต่อสมดุลน้ำตาลโลก แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อไทยที่ยืนยันแล้ว”

ที่มา : Third World Network / SUNS

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้