รับจ้างโดรนพ่นสาร ต้องเรียนให้ถูกก่อนบิน? กรมวิชาการเกษตรวาง “โรงเรียนโดรนเกษตร” ทำหลักสูตร-กำหนดหน่วยฝึกอบรม

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าพิจารณาหลักเกณฑ์การใช้โดรนเกษตร พร้อมขับเคลื่อนแนวทาง “โรงเรียนโดรนเกษตร” โดยกองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเสนอร่างประกาศกำหนดหลักสูตรและหน่วยงานจัดอบรมสำหรับการมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้างป้องกันกำจัดศัตรูพืชทางอากาศ แต่สถานะล่าสุดยังเป็นการพิจารณาร่าง ไม่ใช่ประกาศที่มีผลใช้แล้ว
วันที่ 23 กันยายน 2569 นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนเกษตร ครั้งที่ 2/2569
การประชุมจัดขึ้น ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมวิชาการเกษตร
เป้าหมายสำคัญคือพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อน “โรงเรียนโดรนเกษตร” ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักวิชาการและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
วางหลักสูตรสำหรับงานพ่นวัตถุอันตรายทางอากาศ
ในการประชุม กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เสนอร่างประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง
“การกำหนดหลักสูตรและหน่วยงานจัดอบรม การมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อใช้รับจ้างป้องกันกำจัดศัตรูพืชทางอากาศ พ.ศ. ....”
คณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดและให้ความเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าว
ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงการสอนวิธีบังคับโดรน แต่เชื่อมโยงถึงการมีไว้ในครอบครองและการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรสำหรับงานรับจ้างป้องกันกำจัดศัตรูพืชทางอากาศด้วย
ทำไมต้องมี “โรงเรียนโดรนเกษตร”?
การใช้โดรนในภาคเกษตรไม่ได้มีเฉพาะทักษะการบิน
ในกรณีของการพ่นวัตถุอันตราย ผู้ปฏิบัติงานยังเกี่ยวข้องกับสารที่อยู่ภายใต้การกำกับของกรมวิชาการเกษตร รวมถึงหลักวิชาการและข้อกำหนดด้านการใช้งาน
แนวทางโรงเรียนโดรนเกษตรจึงมีเป้าหมายวางระบบความรู้และการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับลักษณะงานดังกล่าว
แต่รายละเอียดของหลักสูตรยังต้องรอผลจากกระบวนการพิจารณาร่างและประกาศขั้นสุดท้าย
เกี่ยวอะไรกับคนรับจ้างโดรน?
สำหรับผู้ประกอบอาชีพรับจ้างพ่นสารด้วยโดรน ข่าวนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่ควรติดตามโดยตรง
เพราะร่างประกาศกำลังพิจารณาทั้ง หลักสูตรและหน่วยงานจัดอบรม สำหรับการมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้างป้องกันกำจัดศัตรูพืชทางอากาศ
หากร่างผ่านกระบวนการและมีประกาศขั้นสุดท้าย รายละเอียดในประกาศจะเป็นตัวกำหนดว่าผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 23 กันยายน ยังไม่ควรนำร่างไปใช้เป็นข้อกำหนดที่มีผลบังคับแล้ว
แล้วเกษตรกรได้อะไร?
สำหรับเจ้าของแปลง การวางระบบผู้รับจ้างพ่นสารทางอากาศมีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของบริการที่เข้ามาทำงานในพื้นที่เกษตร
หากระบบฝึกอบรมถูกนำมาใช้ตามหลักวิชาการ เป้าหมายคือทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีความรู้ที่เหมาะสมกับงานที่ทำ
แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปผลลัพธ์ว่า การมีโรงเรียนโดรนเกษตรจะลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการพ่น หรือเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรได้เท่าใด เพราะยังอยู่ในขั้นวางหลักเกณฑ์
ยังไม่ใช่กฎสำหรับโดรนเกษตรทุกประเภท
ขอบเขตของร่างประกาศที่ต้นทางระบุเกี่ยวข้องกับ การมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ เพื่อใช้รับจ้างป้องกันกำจัดศัตรูพืชทางอากาศ
จึงไม่ควรขยายความว่าเป็นกฎเดียวกันสำหรับการใช้โดรนเกษตรทุกกิจกรรมโดยอัตโนมัติ
กิจกรรมอื่น เช่น การถ่ายภาพ สำรวจแปลง หรือภารกิจอื่นของโดรน อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดคนละส่วนและต้องตรวจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สถานะล่าสุดยังเป็น “ร่าง”
นี่คือจุดสำคัญที่สุดของข่าว
วันที่ 23 กันยายน 2569 สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คณะกรรมการประชุมพิจารณารายละเอียดและให้ความเห็นต่อร่างประกาศ
ยังไม่ใช่การประกาศใช้หลักสูตรขั้นสุดท้าย
ยังไม่ได้ระบุวันเริ่มบังคับ
ยังไม่มีข้อมูลค่าอบรม
และจากข้อมูลที่ตรวจได้ครั้งนี้ ยังไม่มีรายชื่อหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้จัดอบรมตามประกาศขั้นสุดท้าย
ดังนั้นผู้รับจ้างโดรนเกษตรควรติดตามขั้นตอนต่อไป โดยเฉพาะ ประกาศฉบับจริง หลักสูตรสุดท้าย คุณสมบัติผู้เข้าอบรม และหน่วยงานที่ได้รับการรับรองให้จัดอบรม
ณ ตอนนี้พูดได้ว่า กรมวิชาการเกษตรกำลังวางระบบ “โรงเรียนโดรนเกษตร” สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการรับจ้างพ่นวัตถุอันตรายทางอากาศ แต่ระบบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นพิจารณาร่าง
วันที่ประชุม : 23 กันยายน 2569
ที่มา : กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


