อินโดนีเซียดึง 44 พื้นที่เดินหน้าไบโอเอทานอลจาก “อ้อย-มัน-ข้าวโพด” วางกรอบพื้นที่สูงสุด 2 ล้านเฮกตาร์

อินโดนีเซียเดินหน้าแผนพัฒนาไบโอเอทานอลจากภาคเกษตรชัดขึ้น ดึงหัวหน้ารัฐบาลระดับอำเภอจาก 44 พื้นที่เข้าร่วมหารือ กระทรวงเกษตรเปิดกรอบพัฒนาพื้นที่วัตถุดิบอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด 1–2 ล้านเฮกตาร์ โดยอ้อยอาจใช้พื้นที่ประมาณ 1 ล้านเฮกตาร์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นแผนพัฒนาพื้นที่ ไม่ใช่พื้นที่ที่เพาะปลูกแล้ว และยังไม่มีหลักฐานว่าจะทำให้ราคาพืชไทยปรับขึ้นหรือเกิดคำสั่งซื้อจากไทย
กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอเอทานอล โดยรัฐบาลเตรียมพัฒนาวัตถุดิบจากพืชเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด เพื่อรองรับยุทธศาสตร์เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
Andi Amran Sulaiman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ระบุว่า การพัฒนาไบโอเอทานอลไม่สามารถเริ่มจากการสร้างโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบก่อน ผ่านการพัฒนาพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมแปรรูป
วางกรอบวัตถุดิบ 1–2 ล้านเฮกตาร์
ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียระบุว่า รัฐบาลเตรียมการพัฒนาพื้นที่สูงสุดประมาณ 2 ล้านเฮกตาร์ สำหรับอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด เพื่อเป็นฐานวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมไบโอเอทานอลในอนาคต
Andi Amran Sulaiman ระบุกรอบความต้องการพื้นที่สำหรับเอทานอลประมาณ 1–2 ล้านเฮกตาร์ โดยแต่ละพืชจะพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่
ในจำนวนนี้ อ้อยเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลัก โดยรัฐมนตรีเกษตรอินโดนีเซียระบุความต้องการพื้นที่อ้อยประมาณ 1 ล้านเฮกตาร์
ส่วนมันสำปะหลังและข้าวโพดจะเน้นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมของที่ดินและมีศักยภาพด้านผลผลิต
ข้าวโพดเริ่มจากพื้นที่นำร่อง 500–1,000 เฮกตาร์ต่อเขต
สำหรับข้าวโพด กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียระบุว่า ในระยะแรกจะสนับสนุนพื้นที่ที่ประกาศความพร้อมผ่านโครงการนำร่องประมาณ 500–1,000 เฮกตาร์ต่อเขต
พื้นที่ที่สามารถแสดงผลการผลิตที่ดีอาจได้รับการขยายเป็น 1,500 เฮกตาร์ ในระยะต่อไป พร้อมการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเร่งพัฒนาพื้นที่
การประชุมครั้งนี้มีหัวหน้ารัฐบาลระดับอำเภอ (bupati) จาก 44 พื้นที่ เข้าร่วม โดยรัฐบาลท้องถิ่นจะมีบทบาทในการสำรวจศักยภาพของพื้นที่ พืชที่เหมาะสม และความพร้อมในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่วัตถุดิบไบโอเอทานอล
รัฐบาลส่งสัญญาณพร้อมหนุนกฎระเบียบและงบประมาณ
Prasetyo Hadi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเลขาธิการแห่งรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งเข้าร่วมประชุมทางออนไลน์ ระบุว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนโครงการยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร ทั้งในส่วนของกฎระเบียบและงบประมาณ
Prasetyo Hadi ยังกล่าวชื่นชม Andi Amran Sulaiman โดยเรียกว่า “Panglima Pangan” ซึ่งมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบประมาณว่า “แม่ทัพด้านอาหาร” จากบทบาทในการผลักดันการพึ่งพาตนเองด้านอาหารและการสนับสนุนความเป็นอิสระด้านพลังงาน
คำดังกล่าวเป็นคำชื่นชมในบริบทของการประชุม ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งราชการใหม่
2 ล้านเฮกตาร์ยังเป็น “แผน” ไม่ใช่พื้นที่ปลูกแล้ว
จุดสำคัญที่ต้องแยกให้ชัดคือ ตัวเลข 1–2 ล้านเฮกตาร์เป็นกรอบความต้องการและแผนพัฒนาพื้นที่ ไม่ใช่การยืนยันว่าอินโดนีเซียปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพดเพื่อผลิตเอทานอลครบ 2 ล้านเฮกตาร์แล้ว
กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียระบุว่าจะต้องพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมทางเทคนิคและมีสถานะทางกฎหมายชัดเจน รวมถึงศึกษาพื้นที่ที่สามารถนำมาใช้ในระบบวนเกษตรหรือผลิตอาหาร ตลอดจนพื้นที่ที่ได้รับการปล่อยออกมาแล้ว โดยการนำพื้นที่ป่ามาใช้จะเป็นทางเลือกสุดท้าย
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องการเตรียมพื้นที่และสร้างความแน่นอนด้านวัตถุดิบก่อนที่จะขยายการก่อสร้างอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ
เงินลงทุนยังเป็นประมาณการ
Andi Amran Sulaiman ประเมินว่า การลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมอาจอาศัยทั้งรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน โดยกล่าวถึงสัดส่วนที่ อาจอยู่ประมาณ 30% จากรัฐวิสาหกิจ และ 70% จากภาคเอกชน
ตัวเลขดังกล่าวจึงควรอ่านในฐานะ ประมาณการรูปแบบการระดมทุนที่รัฐมนตรีกล่าวถึง ไม่ใช่งบประมาณที่ได้รับอนุมัติหรือเงินลงทุนที่เกิดขึ้นแล้ว
รัฐบาลยังกล่าวถึงแนวทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการ เพื่อให้ประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่เกษตรและอุตสาหกรรมกระจายสู่ชุมชน
เกี่ยวอะไรกับเกษตรกรไทย?
ข้อมูลใหม่ทำให้เห็นว่าแผนของอินโดนีเซียมีกรอบขนาดใหญ่กว่าที่ข่าว ANTARA ฉบับแรกเปิดเผย เพราะมีการพูดถึงพื้นที่วัตถุดิบสูงสุดถึง 2 ล้านเฮกตาร์
ในทางกลไก หากอินโดนีเซียสามารถพัฒนาพื้นที่และอุตสาหกรรมตามแผนได้จริง ความต้องการใช้อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพดภายในประเทศเพื่อผลิตพลังงานอาจเพิ่มขึ้น และอาจทำให้โครงสร้างการใช้พืชเหล่านี้ของอินโดนีเซียเปลี่ยนไป
แต่ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 ยังไม่มีหลักฐานจากต้นทางชุดนี้ว่าราคาพืชของไทยจะปรับสูงขึ้น หรืออินโดนีเซียจะซื้ออ้อย มันสำปะหลัง หรือข้าวโพดจากไทย
ดังนั้น เกษตรกรไทยยังไม่ควรตีความตัวเลข 2 ล้านเฮกตาร์ว่าเป็น “ตลาดใหม่ของไทย” หรือเป็นสัญญาณให้เพิ่มพื้นที่ปลูกทันที
ต้องจับตาอะไรต่อ?
ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือ อินโดนีเซียจะสามารถจัดหาพื้นที่จากกรอบ 1–2 ล้านเฮกตาร์ได้จริงเท่าไร พื้นที่ใดจะได้รับการพัฒนาเป็นอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด โรงงานไบโอเอทานอลจะเกิดขึ้นเมื่อใด และกำลังผลิตจริงจะอยู่ระดับใด
เมื่อข้อมูลเหล่านี้ชัดขึ้น จึงจะประเมินได้ดีขึ้นว่าแผนพลังงานของอินโดนีเซียจะเปลี่ยนความต้องการสินค้าเกษตรภายในประเทศ และเชื่อมโยงกับตลาดภูมิภาครวมถึงไทยมากน้อยเพียงใด
เผยแพร่ 21 กันยายน 2569
ที่มา : ANTARA News · ประชุม 44 พื้นที่
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


